01/07/2026
วันแรกที่เริ่มแต่งหน้าของทุกคน เป็นยังไงกันบ้างคะ
ผ่านไปครึ่งปีแรก … สิ่งที่อยากรีวิวที่สุด คือ นี่เลย
Self development ที่โซจึ้ง !
มาจดสรุปสิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนชัดขนาดนี้กัน •••
1.งานผิว
เมื่อก่อน : แป้งแข็งผสมรองพื้น ขอสีสว่างๆ ตบๆโบะๆเข้าหน้าให้เนียนกริบเป็นพอ (หน้าเทาคืออะไรไม่ทันสังเกต 👉🏻👈🏻😉
ตอนนี้ : รองพื้นเนื้อเซรั่ม (ชอบงานผิวสวยคลีน)
และจะต้องเลือกโทนสีที่ตรงกับอันเดอร์โทนสีผิว (warm tone) ใครยังไม่รู้ไปหาความรู้ใส่ตัวค่ะ มันจะเริ่ด! หลังจากรู้โทนสีแล้วก็ค่อยมาเลือกเฉดให้สว่างกว่าผิว1 เบอร์ หรือเท่าผิวก็ได้แล้วแต่ชอบ
ส่วนตัวเราจะมีทั้งสองเฉดไว้ปรับตามลุคที่แต่ง
**ช่วงไหนสีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือต้องการความเปะให้สีเมคอัพชัดตรงปก ก็จะปรับcanvasผิวก่อนด้วย ไพรเมอร์ คอเลคเตอร์ คือ ผิวสวยดุ้งขึ้นมากกก
2.ไฮไลท์/เฉดดิ้ง
เมื่อก่อน : ดั้งพุ่งต้องไฮไลท์ เฉดดิ้ง ด้วยคอนซิลเลอร์สีเข้มสุด กับ สีสว่างสุด เกลี่ยแล้วลากยาวจากหัวคิ้วลงสู่ปลายจมูกเลยลูกกก เอาให้เห็นชัดๆ แบบทรงจมูกแม่ลอยเป็นแท่งไปเล้ยยย
ตอนนี้ : คอนทัวร์เท่านั้น จะให้งานธรรมะสุด คือใช้อายแชร์โดโทนสีของลุควันนั้นแหล่ะมาทำเงา แล้วจะลงเงาเฉพาะจุดเท่านั้น ไม่ลากยาวทั้งแท่ง
ไฮไลท์ก็เช่นกัน
ซึ่งเราค้นพบว่าเทคนิคนี้จะให้รูปจมูกดูชัดขึ้น แบบสวยละมุนตากว่ามากกก
3.สีแก้ม
เมื่อก่อน : บรัชออนเนื้อฝุ่น 1 สีจบ
ตอนนี้ : ลงบรัชเนื้อครีม ปรับอุณหภูมิผิวก่อน จากนั้นลงบรัชเนื้อฝุ่น จะช่วยให้สีแก้มติดทนนาน แล้วจะลงบรัชที่มีชิมเมอร์เนื้อละเอียดที่หน้าแก้มอีกนิดนึง เพื่อสร้างมิติผิวให้ดูผิวเล่นแสง เท่านี้ก็ไม่ต้องเฉดดิ้งกรอบหน้า หน้าดูมีโครงชัดแบบสะอาดสะอ้านขึ้นมาก
4.สีตา
เมื่อก่อน : หัวตาสีอ่อน หางตาสีเข้ม คัดเบ้าวีเชฟ กรีดอายไลเนอร์สะบัดขึ้นแบบไม่สนใจรูปทรงตา 555 ตามตำราสุดๆ
ตอนนี้ : ทำความเข้าใจรูปทรงตาของตัวเอง เราเป็นคนมีหนังตาบนเยอะ โดยเฉพาะช่วงหางตา ถ้าสโมคหนักเกินจะกลายเป็นตาตุ่ยตาบวม การลงสีหนักเกินไปจะไปเน้นให้ดูเนื้อตาหนากว่าเดิมได้ นี่ต้องระวังมาก แต่เมื่อก่อนฉันฟาดหางตาหนักมาก5555
5.คิ้ว คือ มงกุฎของใบหน้า 🫣
เมื่อก่อน : คิ้วบางมาก เขียนคิ้วสวยแค่ไหนก็ยังดูหนาดูเข้ม
ตอนนี้ : คิ้วละมุนขึ้นมากหลังจากไปสักคิ้วแบบ soft stroke ทำให้ลงสีคิ้วน้อยลง ใช้การปัดมาสคาร่าคิ้วสร้างมิติและความละมุนเพิ่มได้อีก
6.ขนตา สิ่งที่ไม่ค่อยจะมี🥲
เมื่อก่อน : ปัดมาสคาร่าแบบตามขั้นตอนไปวันๆ ซึ่งก็ไม่รู้สึกว่าจะทำให้ลุคสะพรึงขึ้นกว่าเดิมได้เลย ได้แต่ทำใจ เพราะตัวเองขนตาน้อยมาก
ตอนนี้ : ขนตาปลอมเข้าหลายแบบมากจ้าา ไอเลิฟ
ตั้งแต่หัดติดขนตาปลอมแบบช่อ กับขนตาแม่เหล็ก คือชอบมาก มันทำให้ฟินิชลุคเปลี่ยนเยอะมาก
7. ปาก
เมื่อก่อน : ลิป 1 แท่งใช้ทั้งเดือน เติมทั้งวัน
ตอนนี้ : พกลิปวันละ 2-3 แท่ง 🫣 งานปากสวย ปากจือ เหมือนเติมฟิลเลอร์ ตั้งแต่อัพสกิลการแต่งหน้าตัวเองมาเรื่อยๆ นี่รู้สึกว่างานเมคอัพปากมีเสน่ห์มากนะ ชอบเลยหล่ะ
8. สีผม ทรงผม
เมื่อก่อน : ซอยผมตามเทรนด์ สีผมตามใจ
ตอนนี้ : เลือกสีผมตาม personal color หรือ คาแรคเตอร์ในช่วงนั้นๆ สีผมช่วยกำหนดภาพจำ ส่วนทรงผมเป็นบรรยากาศ รวมๆแล้วมันคือภาพลักษณ์ที่แตกต่างมากระหว่างใส่ใจกับไม่ใส่ใจ
ส่วนการแต่งตัวก็พัฒนามาเยอะ ไว้มาเล่าใหม่ Ep.ถัดไปนะคะ
อ้อ แล้วรูปที่ลงคือห่างกันประมาณ 23ปี
เรากำลังจะบอกว่า …
การดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและวินัย
วันแรกเราอาจจะยังไม่สวย ยังแต่งหน้าไม่เก่ง
ไม่เป็นไรเลยน้าาา ขอแค่อยากสวยขึ้น
ตั้งใจดูแลผิวพรรณ รวมถึงสุขภาพตัวเองค่ะ
ยุคนี้เราเป็นคนกำหนดความสวยของเราได้เอง
ไม่ต้องมานั่ง check list ตาม beauty standards
เป็นยุคที่ ไม่มีคนไม่สวยค่ะ มีแค่คนไม่ดูแลตัวเอง !!
#พัฒนาตนเอง