16/08/2012
ค่าน้ำนม (กิเลน ประลองเชิง, ไทยรัฐ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕)
เมื่อวันแม่ ลูกสาวชวนแม่ไปดูละครเพลง รักจับใจ เดอะโรแมนติก มิวสิคัล ที่เมืองไทย รัชดาลัยเธียเตอร์ กลับมาบอกว่าเพลงเพราะมากๆ เรื่องของหนุ่มนักร้องกับสาวตาบอด ความรักแท้จากหัวใจ...สนุกใสๆได้ทั้งความประทับใจและเสียงหัวเราะ
ผมแก่แล้ว เห็นเรื่องความรักหนุ่มสาวๆ ไม่มีแรงใจไปดู มารู้เอาอีกทีก็เสียดาย ละครคุณบอย ถกลเกียรติ เรื่องนี้ จับใจคนดูได้เหมือนทุกเรื่อง มีคนดูเป็นแรมเดือน ยังไม่ช้าเกินไป
รอบสุดท้ายยังมีถึงวันที่ 19 สิงหาฯ
ความจริงวันแม่ คนที่น่าจะคิดถึงแม่มากกว่า น่าจะเป็นลูกชาย เสียงเพลงค่าน้ำนม ของครูไพบูลย์ บุตรขัน จากวิทยุรุ่นใช้ถ่านกระบะ จากบ้านใกล้ แว่วเข้าหู ติดคาอยู่ในใจ ตั้งแต่จำความได้
“แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล แม่...เราเฝ้าโอละเห่ กล่อมลูกน้อยนอนเปล ไม่ห่างหันเห ไปจนไกล เมื่อเล็กจนโตโอ้แม่ถนอม แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดแต่รักลูกปักดวงใจ เติบโตโอ้เล็กจนใหญ่ นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม...”
ผมอ่านหนังสือ คีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์ บุตรขัน (วัฒน์ วรรลยางกูร เรียบเรียง ฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์ เคล็ดไทย จำหน่าย) จบไปแล้วรอบหนึ่ง ลองเปิดค้นหาที่มาของเพลง ค่าน้ำนม
ครูไพบูลย์ แต่งไว้เมื่อปี 2492 ตั้งใจให้บุญช่วย หิรัญสุนทร นักร้องดังร้อง แต่ถึงเวลาอัดแผ่นเสียง บุญช่วยไม่มา นักร้องหน้าใหม่ก็เลยได้ร้องแทน โด่งดังเป็นพลุระเบิด คนยุคหลังสงคราม รู้จักชื่อชาญ เย็นแข กันมาแต่บัดนั้น
ลาวัณย์ โชตามระ เขียนไว้ในนิตยสารภาพยนตร์โทรทัศน์ ก.ค.2508 ว่าหลายเพลงที่ไพบูลย์ บุตรขัน แต่ง มาจากความผูกพันระหว่างแม่กับลูก
นอกจากคุณอา นายเจน บุตรขัน ผู้อุปการะเสมือนบิดาแล้ว ก็มีแม่เท่านั้น แม่เป็นบุคคลคนเดียวในชีวิตที่เขารักเหลือเกิน รักอย่างสุดใจ แม้ในขณะที่โรคร้าย (ปี 2496) กำลังคุกคามเขาอย่างรุนแรง
ภาพชีวิตจริงที่ไม่ใช่ฉากภาพยนตร์ แม่พร้อมดูแลลูกชายวัยหนุ่มซึ่งป่วยเป็นโรคเรื้อน ผิวกาย มือไม้หลายแห่งมีน้ำเหลืองเน่าเฟะ ในยุคที่โรคเรื้อนยังไม่มียาใดรักษาให้หายขาดได้ ใครๆ ย่อมกลัว และรังเกียจที่จะเข้าใกล้
หากนอนบนฟูกหรือเสื่อธรรมดา แผลฉ่ำหนองน้ำเหลืองปนเลือด ย่อมติดกับที่นอนให้ต้องเจ็บปวดทรมาน คนป่วยต้องใช้ใบกล้วยรองนอน เพื่อไม่ให้แผลเกรอะกรังติดที่นอน
จะมีใครเล่าที่คอยตัดใบตองมาให้รองนอน และคอยเปลี่ยนใบตองที่เกรอะด้วยน้ำเลือดน้ำหนองให้
แม่...แม่เพียงคนเดียวเท่านั้น
ชีวิตอันขื่นเข็ญ พลังรักอันงดงามของแม่ เหล่านี้กระมัง เป็นที่มาของเพลง ค่าน้ำนม และอีกหลายเพลงต่อมา อ้อมอกแม่ โอ้ชนกชนนี โอ้บุพการี ชั่วดีก็ลูกแม่
ท่อนท้ายเพลงค่าน้ำนม ไพบูลย์ บุตรขัน แนะลูกชาย ให้รู้จักหนทางกตัญญู
“ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง แม่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน บวช...เรียนพากเพียรจนสิ้น หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย”
การบวช เป็นวิถีชีวิตคนไทยในชนบท สมัยหลังสงครามครับ ผมไม่แน่ใจ ลูกชายสมัยนี้ นอกจากถึงวันแม่ กอดแม่และบอกว่า “รักแม่” จะเพียงพอต่อค่าน้ำนมหรือไม่
ความรักแม่นั้น ไม่ควรมีเฉพาะในวันแม่ แต่ต้องมีทุกวัน ที่สำคัญกว่าอื่นใด คือลูกชาย ที่ฝ่าฟันความทุกข์ยาก บากหน้าไปหาความสำเร็จ มาให้แม่ได้ ตัวอย่าง แก้ว พงษ์ประยูร ที่ชกมวย เอาเหรียญโอลิมปิกมาให้แม่มะลิ ได้ชื่นใจ
แม่พร้อม ของไพบูลย์ บุตรขัน แม่มะลิของแก้ว พงษ์ประยูร สาบานจะเลิกแทงหวยใต้ดินต่อหน้าพระ...เป็นพยานความรักของแม่ แม้ต่างลีลาต่างสถานการณ์ แต่ก็ยืนยันความรักแท้ที่แม่มีให้ลูกทุกคน.
กิเลน ประลองเชิง