InstepGlow ออกแบบชีวิตให้เดินเอง

InstepGlow ออกแบบชีวิตให้เดินเอง > ค้นหาตัวเอง • พัฒนา • ออกแบบระบบชีวิต <
> Human growth × Daily automation <
> คิดให้ชัด วางระบบให้ชีวิต

10 เทคนิคปรับวิธีคิดและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างตัวตน 'นักอ่าน' อย่างถาวร"1.กฎหมอน (The Pillow Rule): ให้วางหนังสือหรือ Kind...
06/04/2026

10 เทคนิคปรับวิธีคิดและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างตัวตน 'นักอ่าน' อย่างถาวร"

1.กฎหมอน (The Pillow Rule): ให้วางหนังสือหรือ Kindle ไว้บนโต๊ะข้างเตียงเสมอ และชาร์จโทรศัพท์มือถือไว้นอกห้องนอน
วิธีนี้จะช่วยกำจัดพฤติกรรมการไถโซเชียลก่อนนอน
และบีบให้การอ่านหนังสือเป็นทางเลือกเดียวเมื่อคุณอยู่บนเตียง
2. ออกแบบสภาพแวดล้อมหน้าจอมือถือ (Digital Environment Design): ย้ายแอปโซเชียลมีเดียออกจากหน้าจอหลัก (Home Screen)
แล้ววางแอป Kindle หรือวิดเจ็ตการอ่านไว้ในจุดที่นิ้วโป้งกดบ่อยที่สุดแทน
เพื่อเปลี่ยนความจำกล้ามเนื้อ (Muscle memory) จากการเปิดแอปเพื่อไถฟีด เป็นการเปิดแอปเพื่ออ่านหนังสือแทนเมื่อมีเวลาว่างสั้นๆ
3. กฎการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (The Multitasking Rule): ใช้เวลาในช่วงที่มือไม่ว่างแต่งานนั้นไม่ต้องใช้ความคิด
(เช่น ล้างจาน, เดินทาง, หรือทำงานบ้าน) ในการฟัง Audiobook
การฟังที่ความเร็ว 1.5x ถึง 2.5x จะช่วยให้คุณอ่านหนังสือจบได้มากขึ้นจากเวลาที่เคยเสียไปเปล่าๆ
4.อย่าเป็นนักอ่านที่รักเดียวใจเดียว (Don't be a Monogamous Reader): ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือทีละเล่มให้จบก่อนเริ่มเล่มใหม่
คุณควรอ่านหนังสือหลายเล่มขนานกันไปตามระดับพลังงานและอารมณ์ในขณะนั้น
เช่น อ่านหนังสือแนวพัฒนาตัวเองตอนกลางวัน
และอ่านแนวสมาธิหรือจิตวิญญาณก่อนนอนเพื่อให้หลับง่ายขึ้น
5. อนุญาตให้ตัวเองเลิกอ่าน (Permission to Abandon):
หากอ่านเล่มไหนแล้วรู้สึกไม่สนุกหรือเข้าไม่ถึง
ให้ปิดเล่มนั้นทิ้งไปได้เลยโดยไม่ต้องรู้สึกผิด
อย่ามองว่าการอ่านคือการทำงานที่ต้องฝืนทำจนจบ
เพราะชีวิตสั้นเกินกว่าจะเสียเวลาให้กับหนังสือที่คุณไม่ชอบ
6. อ่านสิ่งที่รักจนกว่าจะรักการอ่าน (Read what you love until you love to read): เริ่มต้นจากการอ่านสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกสนุกและอยากติดตามต่อ
(เช่น นิยายสืบสวน, นิยายรัก หรือเรื่องประหลาดๆ)
แทนที่จะฝืนอ่านหนังสือคลาสสิกหรือหนังสือวิชาการที่อ่านยาก
เมื่อคุณฝึกทักษะการโฟกัสจากการอ่านสิ่งที่ชอบได้แล้ว คุณจะสามารถขยับไปอ่านหนังสือที่ยากขึ้นได้เองในภายหลัง
7. ทำให้การอ่านเป็นเกม (Gamify the process): ใช้เครื่องมืออย่าง Goodreads เพื่อบันทึกรายชื่อหนังสือที่อ่าน ติดตามสถิติ และให้คะแนนหนังสือที่อ่านจบ
ความรู้สึกที่ได้เห็นตัวเลขจำนวนเล่มเพิ่มขึ้นจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้คุณอยากอ่านต่อเหมือนกับการเล่นเกม
8. อ่านหรือฟังให้เร็วขึ้น (Read or Listen Faster): การฟัง Audiobook หรือการฝึกอ่านเร็วโดยลดการออกเสียงในใจ (Sub-vocalization) จะช่วยให้คุณผ่านช่วงที่น่าเบื่อของหนังสือไปได้ไวขึ้น
Ali ย้ำว่าไม่มีความพิเศษใดๆ ในการอ่านช้าหรือเร็ว มันเป็นเพียงความชอบส่วนบุคคลที่ช่วยให้เราได้รับข้อมูลมากขึ้นในเวลาที่เท่ากัน
9.กฎการซื้อทันที (The Impulse Buy Rule): หากมีคนแนะนำหนังสือดีๆ ให้ตัดสินใจซื้อทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก (หากสถานะทางการเงินเอื้ออำนวย)
เพราะผลตอบแทนจากการได้รับไอเดียที่เปลี่ยนชีวิตเพียงไอเดียเดียวจากหนังสือเล่มนั้น มีมูลค่ามหาศาลกว่าราคาหนังสือมาก
10. การเปลี่ยนตัวตน (Identity Shift): เลิกบอกว่า "ฉันกำลังพยายามอ่านหนังสือ" แต่ให้บอกกับตัวเองว่า "ฉันเป็นนักอ่าน"
เมื่อตัวตนของคุณเปลี่ยน พฤติกรรมจะเปลี่ยนตาม
เมื่อคุณมีเวลาว่างเพียงเล็กน้อย
คุณจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแทนการหยิบมือถือมาไถโซเชียลโดยอัตโนมัติ

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่
https://instepglow.com/blog

#สร้างนิสัย #ออกแบบชีวิตให้เดินเอง

มากกว่าความขยัน คือ 'นิสัยที่กำลังดึงคุณลงอยู่ทุกวัน'...เจาะลึก 28 ความลับที่ Hormozi บอกว่าทำให้คนจนแม้ทำงานหนักแค่ไหน ...
01/04/2026

มากกว่าความขยัน คือ 'นิสัยที่กำลังดึงคุณลงอยู่ทุกวัน'...
เจาะลึก 28 ความลับที่ Hormozi บอกว่าทำให้คนจนแม้ทำงานหนักแค่ไหน 💸
หลายคนอาจรู้สึกว่าตัวเองพยายามพอแล้ว
ทำงานหนัก เหนื่อยทุกคืน แทบไม่มีเวลาพัก...
แต่มีสิ่งที่ Hormozi พูดในวิดีโอล่าสุดที่ต้องฟัง
ไม่ใช่แค่คำแนะนำทั่วไป
แต่เป็นสิ่งที่อาจทำให้คุณเห็นตัวเองในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
💸 28 นิสัยที่ทำให้ยังอยู่ที่เดิม ไม่ใช่เพราะโชคร้าย
Hormozi รวบรวมพฤติกรรม 28 ข้อที่ทำให้คนทำงานหนักแต่ไม่ก้าวไปไหน
ไม่ใช่แค่บอกว่า "อย่าทำสิ่งนี้"
แต่อธิบายว่าทำไมพฤติกรรมเหล่านี้ถึงฝังรากลึก
จนคุณรู้สึกว่ามันปกติ ทั้งที่มันกำลังกัดกินทุกโอกาสของคุณ
🔥 นิสัยที่แพงที่สุด: "เริ่มพรุ่งนี้"
Hormozi บอกว่า procrastination ไม่ใช่แค่การผัดวันประกันพรุ่ง
แต่มันคือค่าเสียโอกาสที่ทบยอดทุกวันโดยไม่รู้ตัว
ทุกวันที่รอ = วันที่คู่แข่งเดินหน้าไปแล้ว
ถ้ารอจนพร้อม 100%...
คุณจะไม่มีวันเริ่ม
เพราะ "พร้อม" ไม่มีวันมาถึงด้วยตัวมันเอง
🎯 "ทำดีที่สุด" กับ "ทำสิ่งที่ต้องทำ" คือคนละเรื่องกัน
นักวิ่งที่บอกว่าวิ่งดีที่สุดแล้ว
แต่ยังไม่ถึงเส้นชัยก็ยังแพ้อยู่ดี
คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ "ฉันพยายามพอไหม"
แต่คือ "สิ่งที่ต้องทำคืออะไร และฉันทำมันแล้วหรือยัง"
💡 ทุก trait ที่อยากมี มี "ราคา" ที่ต้องจ่าย
อยากเป็นคนมีวินัย? ราคาคือทำในวันที่ไม่อยากทำ
อยากเป็นคนอดทน? ราคาคือนั่งกับความไม่สบายโดยไม่หนี
ช่วงเวลาที่ยากที่สุดในชีวิตไม่ใช่บทลงโทษ
แต่มันคือ "ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า"
สำหรับตัวตนที่คุณอยากเป็น
🏆 ความแตกต่างระหว่างคนรวยและคนจน ไม่ใช่ความสามารถ
แต่คือ "ความสม่ำเสมอ"
ทั้งสองกลุ่มทำสิ่งเดิม
แต่คนหนึ่งทำทุกวัน
อีกคนทำเมื่อมีอารมณ์
Hormozi ทิ้งท้ายไว้ว่า
"คุณไม่ได้จนเพราะโชคร้าย
คุณจนเพราะกำลังเลือกที่จะจนอยู่ทุกวัน โดยไม่รู้ตัว"
แต่ถ้ารู้แล้ว... คุณก็เลือกเปลี่ยนได้เช่นกัน
อ่านข้อมูล นิสัย 28 สิ่งเพิมเติมได้ที่
https://instepglow.com/blog/28-ways-stay-poor-hormozi

#รายได้เสริม #ธุรกิจ #ออกแบบชีวิตให้เดินเอง

**คนส่วนใหญ่แห่ซื้อหุ้น AI… แต่คนที่จะรวยจริงๆ กลับไม่ได้ลงทุนในหุ้น — เธอบอกวิธีที่ฉลาดกว่ามาก**Codie Sanchez ผู้เชี่ยว...
26/03/2026

**คนส่วนใหญ่แห่ซื้อหุ้น AI… แต่คนที่จะรวยจริงๆ กลับไม่ได้ลงทุนในหุ้น
— เธอบอกวิธีที่ฉลาดกว่ามาก**
Codie Sanchez ผู้เชี่ยวชาญด้านการซื้อธุรกิจขนาดเล็ก
เจาะลึกถึงวิธีที่ "คนธรรมดา" สามารถได้ประโยชน์จากคลื่น AI โดยไม่ต้องซื้อหุ้น Nvidia หรือลงทุนใน startup
เธออธิบายว่า data centers ที่รองรับ AI จะใช้พลังงานมากกว่าทั้งประเทศบางประเทศภายในปี 2030 และ infrastructureเหล่านั้น
ต้องการ HVAC, plumbing, wiring, และ clean rooms
— ซึ่งล้วนเป็นงานของธุรกิจขนาดเล็กที่ specialise ในด้านนี้
โอกาสไม่ได้อยู่แค่ใน tech แต่อยู่ในงานที่สนับสนุน tech

- **Service ธุรกิจ AI:** แทนที่จะซื้อหุ้น NVIDIA ลองเปิดบริษัทรับเหมาที่ specialise ใน electrical/cooling สำหรับ data centers บริษัทเหล่านี้มี backlog เต็มหมดและจ่ายราคาพรีเมียม

- **Blue-collar + AI specialization: ** ช่างแอร์ทั่วไปได้ค่าแรงหนึ่งราคา แต่ช่างแอร์ที่เชี่ยวชาญ data center cooling ได้ค่าแรงสูงกว่า 2-3 เท่า เพราะ supply มีน้อยแต่ demand พุ่ง

- **AI workflow optimization:** ลอง map ธุรกิจตัวเองว่า 5 งานที่เสียเวลามากที่สุดคืออะไร แล้วถามว่า AI ช่วยได้ไหม เจ้าของธุรกิจที่ทำขั้นตอนนี้มักลด cost ได้ 20-40%

- **AI specialist:** ถ้าคุณเรียนรู้การใช้ AI tools เพื่อแก้ปัญหาให้ specific industry เช่น healthcare, legal, accounting มีคนพร้อมจ่ายเงินสูงมากสำหรับ "คนแปล AI ให้ธุรกิจ"

**📌

ยุค Gold Rush คนที่รวยที่สุดอาจเป็นคนขายจอบ ไม่ใช่คนขุดทอง
ยุค AI นี้ — คุณจะเป็นนักขุดทอง หรือคนขายจอบ?

#รายได้เสริม #ออกแบบชีวิตให้เดินเอง

22/03/2026

"กาย 50% ใจ 50%" สูตรลับเข้าเส้นชัยของน้าเน็ก 🏁✨ จงเปิดประตูบานที่ไม่เคยคิดจะเปิด... ก่อนที่ชีวิตจะหมดเวลา
#น้าเน็ก #ออกแบบชีวิตให้เดินเอง

มากกว่าความอุ่น คือ ‘ที่ฝากใจ’... เจาะลึกความลับในมือกำแน่นของน้าเน็ก🌡️หลายคนอาจจะเห็นภาพน้าเน็กกำอะไรบางอย่างไว้ในมือตล...
22/03/2026

มากกว่าความอุ่น คือ ‘ที่ฝากใจ’...
เจาะลึกความลับในมือกำแน่นของน้าเน็ก🌡️
หลายคนอาจจะเห็นภาพน้าเน็กกำอะไรบางอย่างไว้ในมือตลอดการวิ่ง 42.195 กม. ที่โอซาก้า...
สิ่งนั้นไม่ใช่แค่เครื่องกันหนาว
แต่มันคือ “ถุงร้อน” (Hand Warmer)
ที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่เห็นครับ

🔥 ทำไมต้องกำถุงร้อน? น้าเน็กเล่าว่าเขาเป็นคน “หนาวมือ” ง่ายมาก

แม้ส่วนอื่นของร่างกายจะร้อนจากการวิ่ง
แต่ถ้ามือเย็นเขาจะรู้สึกแย่ทันที
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ

น้าเน็กมีปัญหาเรื่อง “การวางมือ” เวลาวิ่งมาตลอด
ไม่รู้จะจิกมือหรือกำมือท่าไหนดี
จนกระทั่งได้ถุงร้อนใบนี้มาเป็นที่ยึดเหนี่ยว

💖 ของขวัญจากคนรักสุดหัวใจ

ถุงร้อนใบนี้ไม่ใช่ของที่หาซื้อได้ทั่วไป
แต่มันมาจาก “คนที่น้าเน็กรักสุดหัวใจ”

ซื้อให้เพราะรู้ว่าน้าเป็นคนขี้หนาว
น้าเน็กเลือกที่จะกำมันไว้ตลอดเส้นทาง
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการ “ทำสมาธิ”
และเป็นที่เอาไว้ฝากใจในยามที่ร่างกายแทบจะทนไม่ไหว

✊ กำจนเป็นรูปมือ...
สัญลักษณ์ของการกัดฟันสู้
.
น้าเน็กกำถุงร้อนใบนี้แน่นมากและนานมากเสียจนมัน
“บุ๋มลงไปเป็นรูปมือ” ของเขาเอง
ตลอดทางน้าจะมองถุงร้อนใบนี้สลับกับแผ่นถนน
มันคือสัญลักษณ์ของการกำหมัด กัดฟัน
และต่อสู้กับปีศาจในใจที่คอยบอกให้เขาหยุดวิ่ง

🏅 มีค่ามากกว่าเหรียญรางวัล

น้าเน็กทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจว่า
สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดจากงานนี้
ไม่ใช่เหรียญรางวัล
แต่คือไอ้ถุงร้อนใบนี้
เพราะมันคือสิ่งที่พาเขาก้าวข้ามขีดจำกัด
และอยู่กับเขาในทุกวินาทีของความเจ็บปวดจนถึงเส้นชัย

วันไหนที่รู้สึกไม่ไหว ลองหา 'ถุงร้อน' ของคุณให้เจอ... แล้วกำมันไว้เพื่อก้าวต่อไปให้ถึงเส้นชัย
#พลังใจ #อย่าหยุด

มาราธอนแรกในชีวิตของ ‘น้าเน็ก’ ในวัย 50+ ที่โอซาก้า🏃‍♂️ "จากคนไม่เคยวิ่ง สู่ 42.195 กม. แรกในชีวิต" น้าเน็กแชร์ประสบการณ...
21/03/2026

มาราธอนแรกในชีวิตของ ‘น้าเน็ก’ ในวัย 50+ ที่โอซาก้า

🏃‍♂️ "จากคนไม่เคยวิ่ง สู่ 42.195 กม. แรกในชีวิต" น้าเน็กแชร์ประสบการณ์การทำสิ่งที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
นั่นคือการตัดสินใจลงแข่ง Osaka Marathon
ด้วยเวลาเตรียมตัวเพียง 16 สัปดาห์
แม้จะมีความกังวลเรื่องสุขภาพจากการตรวจพบคราบไขมันในเส้นเลือดหัวใจ (Plaque) ถึง 31%
แต่เขาก็เลือกที่จะสู้เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองก่อนวัย 60.
😈 "เผชิญหน้ากับปีศาจที่กิโลเมตรที่ 25"
ช่วงแรกของการวิ่งเต็มไปด้วยความรื่นเริงของบรรยากาศ
สองข้างทางในญี่ปุ่น
แต่เมื่อเข้าสู่กิโลเมตรที่ 25-35 ความสนุกก็หายไป
และถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวด
น้าเน็กต้องสู้กับ "ปีศาจในใจ"
ที่คอยหาเหตุผลให้เราหยุดวิ่งตลอดเวลา
บทเรียนสำคัญที่น้าเน็กได้รับคือ
มาราธอนใช้ "กาย 50% และ ใจ 50%" อย่างแท้จริง.
💖 "ถุงร้อนและหัวใจที่นำทางร่างกาย"
สิ่งที่ประคองเขาไปจนถึงเส้นชัยจบมาราธอนได้
ไม่ใช่แค่รองเท้าที่เตรียมมา
แต่คือการทำสมาธิผ่าน "ถุงร้อน" ที่คนรักซื้อให้
และความมุ่งมั่นที่จะไม่ทำให้ทีมงาน
และโค้ชที่ร่วมเดินทางมาด้วยต้องผิดหวัง

✨ "ความหมายของการเปิดประตูบานใหม่"
น้าเน็กทิ้งท้ายว่ามาราธอนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การวิ่งเพื่อเหรียญรางวัล
แต่คือการเรียนรู้ที่จะ
"เปิดประตูบานที่ตัวเองไม่เคยคิดจะเปิด"

เรื่องราวของน้าเน็กเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า
"ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้น"
อย่ากลัวที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ แม้ว่ามันจะดูยากแค่ไหน
เพราะนั่นอาจเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ

>>แล้วคุณล่ะ มีประตูบานไหนที่คุณอยากเปิด แต่ยังไม่ได้เริ่มสักที?
🚪✨

#น้าเน็ก #แรงบันดาลใจ #เริ่มต้นใหม่ #ไม่มีคำว่าสาย #เปิดประตูบานใหม่

Credit:
https://www.youtube.com/watch?v=CTkm4axLNyc&t=1s

🚀สูตรลับที่เปลี่ยนคนทำงานหนัก (Work Hard) ให้เป็นคนทำงานฉลาด (Work Smart) ด้วยการแบ่งเวลา> 90 นาทีสำหรับ Deep Work > 20 ...
09/03/2026

🚀สูตรลับที่เปลี่ยนคนทำงานหนัก (Work Hard) ให้เป็นคนทำงานฉลาด (Work Smart)

ด้วยการแบ่งเวลา
> 90 นาทีสำหรับ Deep Work
> 20 นาทีสำหรับ Recharge เพื่อรักษาพลังงานสมองให้พุ่งพล่านตลอดทั้งวัน

🧠 ทำไมต้อง 90 นาที ? (The Science of Focus)

Ultradian Rhythms: ร่างกายมนุษย์มีวงจรพลังงานธรรมชาติที่เรียกว่า
"อัลทราเดียน" ซึ่งหมุนเวียนทุกๆ 90-120 นาที
ไม่ใช่แค่ตอนนอน (REM Sleep) แต่รวมถึงตอนตื่นด้วย

นี่คือช่วงที่สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด

The Concentration Limit: งานวิจัยชี้ว่าหลังผ่านไป 90 นาที
ระดับน้ำตาลในเลือดและสมาธิจะเริ่มดิ่งลง
หากเราฝืนทำงานต่อ (Grinding) ประสิทธิภาพจะลดลงฮวบฮาบ และเกิดความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว

🔋 ทำไมต้องพัก 20 นาที? (The Art of Strategic Rest)
The Power Nap of Awareness: ช่วง 20 นาทีนี้คือ "ขาลง" ของวงจร

ร่างกายต้องการการหยุดพักเพื่อล้างสารเคมีที่ทำให้ล้า (Adenosine) และเติมออกซิเจนให้เซลล์สมอง

Refuel for the Next Round: การพักที่ถูกต้องเปรียบเสมือนการเติมน้ำมัน
ช่วยให้คุณกลับมาเริ่มรอบ 90 นาทีถัดไป
ได้ด้วยความสดชื่นเหมือนเพิ่งเริ่มงานตอนเช้า
#ออกแบบชีวิตให้เดินเอง

เราเพิ่มชั่วโมงในวันไม่ได้ ⏰แต่เราเลือกใช้ “พลังงาน” ในแต่ละชั่วโมงได้ 🔋⚡ชีวิตไม่ได้มีแค่งาน 💼ยังมีครอบครัว ❤️มีการเรียน...
22/02/2026

เราเพิ่มชั่วโมงในวันไม่ได้ ⏰
แต่เราเลือกใช้ “พลังงาน” ในแต่ละชั่วโมงได้ 🔋⚡

ชีวิตไม่ได้มีแค่งาน 💼
ยังมีครอบครัว ❤️
มีการเรียนรู้ 📚
ต้องหารายได้เสริม 💰
และมีเวลาเป็นของตัวเอง 🌿

คำถามไม่ใช่ “จะทำทั้งหมดได้ยังไง”
แต่คือ “จะจัดพลังงานให้พอดียังไง” ⚙️

บางช่วงเหมาะกับงานที่ต้องโฟกัสสูง 💻
บางช่วงเหมาะกับการวางแผนและคิดกลยุทธ์ 📊
บางช่วงควรให้เวลากับคนสำคัญ 👨‍👩‍👧
บางช่วงต้องพัก…เพื่อชาร์จแบต 🔋

>>นี่แหละคือพลังของการแบ่ง Time Block 🗂

เราไม่ได้พยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน
แต่เราเลือกทำ “สิ่งที่ใช่” ใน “เวลาที่ใช่” 🎯

✅เมื่อพลังงานถูกจัดดี
✅งานก็เดิน 📈
✅รายได้ก็โต 💰
✅ความสัมพันธ์ก็แน่นแฟ้น 🤝
✅ตัวเราก็ไม่พังกลางทาง 🧘‍♂️

การบาลานซ์หลายบทบาท
ไม่ใช่การฝืนตัวเองให้เก่งทุกอย่าง

แต่คือการรู้ว่า
วันนี้พลังงานเรามีพอสำหรับอะไร 🌤

บางวันอาจเต็ม 100% ⚡
บางวันอาจแค่ 60% 🔋

แต่ถ้าเราจัดมันดีพอ
60% ก็ยังสร้างความก้าวหน้าได้ 🚶‍♂️✨

สุดท้ายแล้ว
ความสำเร็จไม่ใช่การทำงานทั้งวัน

แต่คือการใช้พลังงานอย่างมีสติ
ในทุกบทบาทของชีวิต 💛

📌 ตอนนี้คุณกำลังแบ่งพลังงานไปที่บทบาทไหนมากที่สุด
Work / Family / Study / Side Income / Self Care ?
มาแชร์กันครับ

#ออกแบบชีวิตให้เดินเอง #บริหารพลังงานไม่ใช่บริหารเวลา

เวลาอาจเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้แต่เราควบคุมวิธีใช้พลังงานของเราได้ ⚙️🔋วิธีการนี้คือ...การสร้างระบบ 🧱ในช่วงแรกอาจต้องใช...
21/02/2026

เวลาอาจเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
แต่เราควบคุมวิธีใช้พลังงานของเราได้ ⚙️🔋

วิธีการนี้คือ...การสร้างระบบ 🧱
ในช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาในการ...

ต้องเรียนรู้ 📚
ต้องลอง 🔁
ต้องแก้ 🛠
ต้องปรับ ⚙️

มันอาจดูเหมือนเพิ่มงาน
แต่จริง ๆ แล้วเรากำลัง “วางรากฐาน” ให้ชีวิตง่ายขึ้น 🏗

ทุก workflow ที่ทำวันนี้
คือหนึ่งก้าวที่ทำให้พรุ่งนี้เบาลง 🚶‍♂️➡️🌤

ทุกครั้งที่ลองแล้วสำเร็จ
แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ
มันคือหลักฐานว่าเรากำลังเติบโต 📈

คนที่เริ่มทำระบบ
ไม่ใช่คนที่ชีวิตว่าง

แต่คือคนที่เห็นคุณค่าของพลังงานตัวเอง 🔋
และเลือกลงทุนกับมัน

วันนี้เราอาจต้องดูแลระบบก่อน 🤝
แต่ไม่นาน
ระบบจะเริ่มทำงานแทนเราเงียบ ๆ 🤖✨

แล้ววันนั้น
เราจะยิ้มให้ตัวเองเบา ๆ 😊

เพราะเรากล้าเริ่ม 💛

📌วันนี้ใครเริ่มทำระบบ,workflowแล้ว ..มาแชร์อุปสรรค ปัญหาที่เจอกันในคอมเมนต์ครับ

#ออกแบบชีวิตให้เดินเอง ีวิตให้เดินเอง

EP3 งานแบบไหนที่ควรถูก แยกออกจากตัวเราบางงานไม่ได้ควรทำให้เร็วขึ้นมันควรถูก “แยกออก” ตั้งแต่แรกลองแบ่งงานหนึ่งวันของคุณอ...
13/02/2026

EP3 งานแบบไหนที่ควรถูก แยกออกจากตัวเรา

บางงานไม่ได้ควรทำให้เร็วขึ้น
มันควรถูก “แยกออก” ตั้งแต่แรก

ลองแบ่งงานหนึ่งวันของคุณออกเป็น 4 กองแบบนี้



1️⃣ งานที่ต้องเป็นเราเท่านั้น (Core Work)
• ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
• คุยเรื่องสำคัญ
• คิดทิศทาง
• แก้ปัญหาที่ใช้ประสบการณ์

งานพวกนี้
ถ้าเราไม่อยู่ มันควรหยุด

เพราะมันคือ “บทบาท” ไม่ใช่แค่หน้าที่

อันนี้ต้องเก็บพลังไว้ทำ



2️⃣ งานที่เป็นขั้นตอน (Process Work)
• สรุปรายงาน
• ส่งไฟล์
• อัปเดตสถานะ
• แจ้งเตือนทีม
• ส่งซ้ำตามรอบ

งานพวกนี้ไม่ได้ต้องใช้ตัวตน
แต่มันยังวิ่งผ่านเราเพราะ
“ยังไม่มีระบบรับช่วง”

งานกลุ่มนี้ควรถูกทำเป็น
Checklist / Template / Automation



3️⃣ งานที่ควรถูกมอบหมาย (Transferable Work)
• ตอบคำถามเดิม ๆ
• งานที่มีคำตอบชัด
• งานที่มีรูปแบบซ้ำ

ถ้ามันมี Pattern
มันไม่ควรอยู่กับคนเดิมตลอด

มันควรถูกฝึกให้ทีมรับช่วงได้
หรืออย่างน้อย มี Guideline ชัดเจน



4️⃣ งานที่ไม่ควรอยู่ในชีวิตเราแล้ว (Eliminate)
• แจ้งเตือนที่ไม่มีใครอ่าน
• รายงานที่ไม่มีใครใช้
• ขั้นตอนที่ทำเพราะ “เคยทำแบบนี้”

บางอย่างไม่ได้ต้องแยก
มันต้อง “ตัด”



ปัญหาไม่ใช่งานเยอะ

ปัญหาคือ
ทุกกองงานยังมารวมอยู่ที่คนเดียว

พอทุกอย่างต้องผ่านเรา
สมองเราจะไม่มีวันว่างพอ
สำหรับการสร้างสิ่งใหม่

วันนี้ลองหยิบงาน 1 อย่าง
แล้วถามตัวเองว่า

มันควรอยู่กองไหน?

ถ้ามันไม่ใช่กองแรก
มันไม่ควรต้องผ่านคุณตลอดไป

การสร้างตัว
ไม่ใช่การทำทุกอย่างเก่งขึ้น

แต่มันคือ
ค่อย ๆ แยกตัวเอง
ออกจากงานที่ระบบควรรับแทน

>>กดติดตามเพจไว้เพื่อติดตามสาระดีดีครับ

ีวิตให้เดินเอง #ออกแบบชีวิตให้เดินเอง

EP 2 - งานที่กินพลัง🥲คืองานที่ต้องผ่านเรา “ทุกอย่าง”บางอย่างควรรับช่วงแทนเรา📍งานตอบไลน์ลูกค้า📍เช็กยอดเงิน📍สรุปงานเข้าทีม...
12/02/2026

EP 2 - งานที่กินพลัง🥲
คืองานที่ต้องผ่านเรา “ทุกอย่าง”
บางอย่างควรรับช่วงแทนเรา

📍งานตอบไลน์ลูกค้า
📍เช็กยอดเงิน
📍สรุปงานเข้าทีม
📍แจ้งเตือนเรื่องเดิมๆเข้าทีม
📍ตามไฟล์ ที่ควรส่งเองได้
📍ส่งซ้ำ
📍ตอบซ้ำ

งานพวกนี้ไม่ได้เป็นงานยาก
แต่มันกินพลังเอามาก
แม้ไม่ใช่งานหนักอะไร

แต่มันคือ
การที่ยังไม่มีอะไร "รับช่วงแทนเรา"

บางอย่างควรเตือนเองได้
บางอย่างควรส่งต่อเองได้
บางอย่างควรจบในกระบวนการเองได้

โดยไม่ต้องเรียกเราออกมา
ทุกครั้ง

🧐ลองสังเกตตัวเองหนึ่งวัน
งานไหนที่คุณต้อง “คอยเฝ้า”

หรือ

งานไหนถ้าคุณหายไป..จะสะดุดทันที?..............................

>>กดติดตามเพจไว้เพื่อติดตามสาระดีดีครับ

ีวิตให้เดินเอง #ออกแบบชีวิตให้เดินเอง #ออกแบบชีวิต

ที่อยู่

Thanyaburi
12130

เบอร์โทรศัพท์

+66846220383

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ InstepGlow ออกแบบชีวิตให้เดินเองผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง InstepGlow ออกแบบชีวิตให้เดินเอง:

แชร์