08/07/2024
อาการของโรคไข้หวัดใหญ่
มีไข้สูง
ปวดหัว
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
อ่อนเพลีย
ไอ มีน้ำมูก
คลื่นไส้
เจ็บคอ
อาการจะเป็นมากใน 3 วันแรก หลังจากนั้นอาการจะเริ่มดีขึ้น โดยหายสนิทอาจใช้เวลา 10-14 วัน แต่ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป อาจใช้เวลานานกว่านี้ ซึ่งมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ ปอดอักเสบ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนระบบอื่นๆ สามารถนำไปสู่สาเหตุการเสียชีวิตได้ ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่
เด็กเล็ก อายุ 6 เดือน – 5 ปี
ผู้สูงอายุ มากกว่า 65 ปี
สตรีมีครรภ์
ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด
ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน 100 กิโลกรัม
ผู้ป่วยโรคหัวใจ
ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหอบหืด
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยโรคไต
ผู้ป่วยโรคหลอดสมอง หรือลมชัก
ผู้ที่ได้รับยากดภูมิ หรือสเตียรอยด์จากโรคภูมิคุ้มกันตัวเอง
ผู้ป่วยโรคตับแข็ง
วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ทางเลือกเพื่อการปกป้องและเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ไม่สามารถทำให้ก่อเกิดโรคได้ สามารถนำมาผ่านกระบวนการและผลิตเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายช่วยป้องกันการเกิดโรคไข้ใหญ่ และลดความรุนแรงของโรคเมื่อเจ็บป่วย
สามารถฉีดได้ตลอดทั้งปี แนะนำฉีดปีละ 1 ครั้ง ในผู้ที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งสายพันธุ์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่จะมีการปรับเปลี่ยนส่วนประกอบของสายพันธุ์ไวรัสที่บรรจุในวัคซีน ให้เป็นไปตามคาดการณ์สายพันธุ์เชื้อไวรัสที่มีแนวโน้มระบาดในแต่ละช่วงปีนั้นๆ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ
วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ มีกี่ชนิด
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2 ชนิด ได้แก่
1. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิด 3 สายพันธุ์
เชื้อไวรัสสายพันธุ์ A ตระกูล H1N1 และ H3N2 และสายพันธุ์ B ตระกูล Yamagata หรือ Victoria
2. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิด 4 สายพันธุ์ ได้แก่
เชื้อไวรัสสายพันธุ์ A ตระกูล H1N1 และ H3N2 และสายพันธุ์ B ตระกูล Yamagata, Victoria
ฉีดวัคซ๊นป้องกันไข้หวัดใหญ่ ต้องเตรียมตัวอย่างไร
1. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
2. หากมีไข้ ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนไปก่อน
3. หากมีประวัติแพ้วัคซีน หรือไข่ไก่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
4. หลังเข้ารับการฉีดวัคซีน อาจพบอาการปวดบวมแดง บริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดเมื่อยไม่สบายตัว ถือเป็นอาการปกติที่สามารถพบได้ โดยอาการจะหายไปได้เองภายใน 7 วัน