01/08/2026
ก่อนที่เจ้าชายน้อยจะกลายเป็นวรรณกรรมคลาสสิกที่แปลแล้วหลายร้อยภาษา และก่อนที่การหายสาบสูญของอ็องตวน เดอ แซ็งเต็กซูว์เปรีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่รายล้อมหนังสือเล่มนี้ นักวิจารณ์ในปี 1943 ได้อ่านมันในฐานะผลงานเล่มใหม่ของนักเขียนที่ยังมีชีวิต หลายคนมองเห็นตั้งแต่แรกว่าหนังสือบาง ๆ เล่มนี้มีบางสิ่งที่เกินกว่านิทานสำหรับเด็ก บางคนเรียกมันว่า “นิทานสำหรับผู้ใหญ่” บางคนเชื่อว่าเด็กจะเข้าใจความหมายของมันในภายหลังเมื่อเติบโตขึ้น
ทันทีที่วางจำหน่อย หนังสือเล่มนี้ก็ได้เสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ยุคแรก ๆ ก่อนที่ผู้เขียนจะออกเดินทางสู่ภารกิจสุดท้ายของชีวิต
เพียงหนึ่งปีเศษหลังจากหนังสือออกจำหน่าย วันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1944 แซ็งเต็กซูว์เปรี บินขึ้นจากฐานทัพบนเกาะคอร์ซิกาด้วยเครื่องบินลาดตระเวน P-38 แล้วไม่เคยหวนกลับมาอีกเลย
“เจ้าชายน้อย เป็นนิทานสำหรับเด็กที่เขียนขึ้นเพื่อผู้ใหญ่ และแท้จริงแล้วก็เป็นภาพสะท้อนชีวิตของแซ็งเต็กซูว์เปรีเอง ทั้งการแสวงหาความจริงที่เคยแจ่มชัดในวัยเยาว์ ความสงบภายใน ความเชื่อว่ามีบางสิ่งในชีวิตที่รับรู้ได้ด้วยจิตใจมากกว่าด้วยเหตุผล ความเชื่อในความกล้าหาญและภราดรภาพของมนุษย์ ตลอดจนความรักอันลึกซึ้งที่เขามีต่อคอนซูเอโล ภรรยาของเขา ขณะเดียวกันก็สะท้อนความเจ็บปวดและความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ด้วย”
แบร์รี เจมส์, The New York Times 1943
------
“มีข้อความตอนหนึ่งในพันธสัญญาใหม่ที่ผู้คนหยิบยกขึ้นมาอ้างอยู่เสมอ แต่แทบไม่เคยรับเอามาเป็นความจริงของชีวิต หากเราเอาจริงกับถ้อยคำนั้น โลกและอารยธรรมคงไม่ถูกฉีกทำลายเช่นทุกวันนี้
ข้อความนั้นอยู่ในพระวรสารนักบุญมัทธิว บทที่ 18 ซึ่งกล่าวว่า เว้นแต่เราจะกลับเป็นเหมือนเด็ก เราจะไม่อาจเข้าสู่อาณาจักรแห่งสวรรค์ได้
และหวังว่าผมคงไม่ทำให้ใครขุ่นเคือง หากจะนำข้อความนี้มาใช้กับวรรณกรรมด้วย เพราะผมเชื่อว่าวรรณกรรมที่เปี่ยมปัญญาที่สุดจำนวนไม่น้อย ล้วนเป็นงานที่ดูประหนึ่งเขียนขึ้นสำหรับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นนิทานอีสป หรือเรื่องเล่าของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เสน
และหากจะให้บทนำทั้งหมดนี้เป็นบทวิจารณ์หนังสือเล่มหนึ่ง ก็คงเป็นบทวิจารณ์ที่เหมาะสมสำหรับ เจ้าชายน้อย หนังสืองดงามซึ่งเขียนและวาดภาพประกอบโดย อ็องตวน เดอ แซ็งเต็กซูว์เปรี
นี่คือเรื่องเล่าอันอ่อนโยน เรียบง่าย ว่าด้วยเด็กชายจากดาวเคราะห์น้อยดวงจิ๋ว ทว่าเปี่ยมไปด้วยความหมายเสียจนแม้แต่ผู้ใหญ่ที่คิดว่าตัวเองสำคัญก็ยังค้นพบปัญญาในนั้น
เป็นเรื่องเล่าที่เรียบง่ายจนแม้แต่นักวิจารณ์หรือศาสตราจารย์ระดับมหาวิทยาลัยผู้เปรื่องปราดก็น่าจะเข้าถึงความงามและความหมายของมัน
หนังสือบาง ๆ เล่มนี้อัดแน่นด้วยเนื้อแท้อันลุ่มลึก สิ่งที่อ่านง่าย จดจำง่าย และยากเหลือเกินที่จะลืม”
– พอล จอร์แดน-สมิธ, The Los Angeles Times, 1943
-----
“ผมไม่กล้าทำนายว่าหนังสือเล่มนี้จะขายได้ดีเพียงใด ประตูแห่งการคาดเดายังคงเปิดกว้างอยู่เสมอ
มันอาจได้รับโอกาส อาจได้พบผู้อ่านที่เหมาะสม ผู้ใหญ่หายากเหล่านั้นซึ่งสามารถก้าวข้ามพรมแดนของดินแดนมหัศจรรย์ได้โดยไม่เหลียวหลัง ผู้ที่รับรู้โดยสัญชาตญาณถึงขอบบาง ๆ ของความไม่จริง ซึ่งกลับเป็นความจริงอย่างสมบูรณ์สำหรับเด็ก
ผู้ที่เคยหลงรักความละเอียดอ่อนชวนฝันในงานของแบร์รี หรือโรเบิร์ต เนธาน ผู้ที่อ่าน Alice เพื่อการหลีกหนีเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการมิใช่เพียงด้วยความอาลัยวัยเยาว์ พวกเขาจะสัมผัสความงามโปร่งบางดุจใยแมงมุมของเจ้าชายน้อยได้
พวกเขาจะยิ้มให้มัน รับมันไว้ด้วยใจที่เป็นธรรมชาติ ไม่เสแสร้ง เช่นเดียวกับที่ ‘แซ็งเต็กซูว์เปรี’ มอบไว้ให้
นี่คือนิทานสำหรับผู้ใหญ่ แต่วันหนึ่งเด็ก ๆ จะอ้างสิทธิ์เป็นของตนเอง ผมแน่ใจเช่นนั้น
มันคือเรื่องของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยผู้มาปรากฏแก่แซ็งเต็กซูว์เปรีในยามที่เขาติดค้างอยู่กลางทะเลทรายซะฮารา และเล่าเรื่องการเดินทางอันพิสดารเพื่อแสวงหาความจริง
หลังจากลาจากดาวเคราะห์น้อยของตน เขาไปเยือนดาวดวงอื่น ๆ ก่อนจะมาถึงโลก
และสุนัขจิ้งจอกผู้ปรารถนาจะถูกผูกพันด้วยสายสัมพันธ์นั่นเอง ที่สอนให้เขาเข้าใจว่า เขาจำต้องกลับไปยังสิ่งที่เป็นของตน เพื่อค้นพบความสุขและความหมายของชีวิต ซึ่งเขาเคยละทิ้งไว้เบื้องหลัง”
– Kirkus Reviews, 1 เมษายน 1943
-------
“เด็ก ๆ เปรียบเสมือนฟองน้ำ พวกเขาซึมซับแก่นแท้ของหนังสือทุกเล่มที่อ่าน ไม่ว่าจะเข้าใจมันหรือไม่ก็ตาม
เจ้าชายน้อยจะเปล่งแสงแก่เด็ก ๆ ด้วยแสงที่ทอดเฉียงมาอ้อม ๆ
มันจะไปสัมผัสบางสิ่งในตัวพวกเขา ซึ่งมิใช่ส่วนของเหตุผลหรือความคิด แล้วค่อย ๆ ส่องสว่างอยู่ตรงนั้น
จนกว่าวันหนึ่งจะมาถึง วันที่พวกเขาเติบโตพอจะเข้าใจความหมายของมัน”
– พี. แอล. ทราเวิร์ส ผู้ประพันธ์ Mary Poppins, The New York Herald Tribune, 1943
--------
ที่มา : https://www.facebook.com/100064551528580/posts/1456397563188614/?