Juta Phathai ครูอนุบาล

❤️ก่อนเข้าอนุบาล … เด็กๆควรมีพื้นฐานอะไรบ้าง?❤️👉🏻ก่อนเข้าอนุบาล เด็กไม่จำเป็นต้อง “เก่งวิชาการ” แต่ควรมี ทักษะช่วยเหลือต...
24/02/2026

❤️ก่อนเข้าอนุบาล … เด็กๆควรมีพื้นฐานอะไรบ้าง?❤️

👉🏻ก่อนเข้าอนุบาล เด็กไม่จำเป็นต้อง “เก่งวิชาการ” แต่ควรมี ทักษะช่วยเหลือตัวเองพื้นฐาน เพื่อให้ใช้ชีวิตในห้องเรียนได้อย่างมั่นใจค่ะ 😊

🧒 ทักษะช่วยเหลือตัวเองที่ควรมีก่อนเข้าอนุบาล
1️⃣ การเข้าห้องน้ำ
• บอกความต้องการได้ (ปวดฉี่/อึ)
• ถอด–ใส่กางเกงเองได้
• เช็ดทำความสะอาดเบื้องต้น
• ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ
2️⃣ การกินอาหาร
• ใช้ช้อนส้อมเองได้
• นั่งกินเป็นที่ ไม่ลุกวิ่ง
• ดื่มน้ำจากแก้วเอง
• เปิด–ปิดกล่องข้าวง่าย ๆ ได้
3️⃣ การแต่งตัว
• ใส่–ถอดรองเท้าเอง (ตีนตุ๊กแกจะง่าย)
• ใส่เสื้อ/กางเกงเองได้บางส่วน
• เก็บของใส่กระเป๋าเอง
4️⃣ การดูแลของใช้
• รู้จักของของตนเอง
• เก็บของเล่นเข้าที่เมื่อเล่นเสร็จ
• ถือกระเป๋าเอง
5️⃣ การสื่อสารพื้นฐาน
• บอกชื่อ–นามสกุลตัวเองได้
• บอกครูเมื่อมีปัญหา
• เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ เช่น “นั่งก่อนค่ะ” “เก็บของนะคะ”
6️⃣ การแยกจากผู้ปกครอง
• อยู่กับครู/เพื่อนได้โดยไม่ร้องไห้นาน
• ปรับตัวกับตารางเวลาใหม่ ๆ ได้

เด็กที่ช่วยเหลือตัวเองได้
จะปรับตัวง่าย มั่นใจ และมีความสุขกับโรงเรียนมากขึ้น 💛
👉🏻โรงเรียนคือที่ฝึกพัฒนา
แต่ “พื้นฐานชีวิตเล็ก ๆ” เริ่มที่บ้านค่ะ
👉🏻เรามาช่วยกันเตรียมลูกให้พร้อมไปด้วยกันนะคะ ✨

#ครูอนุบาล
#เตรียมลูกก่อนเข้าเรียน
#ช่วยเหลือตัวเองสำคัญกว่าวิชาการ

ครูอนุบาลวัดเด็กจากอะไร?👉🏻หลายครั้งผู้ปกครองถามว่า“ลูกยังอ่านไม่ได้เลย”📖“ลูกเขียนสวยสู้เพื่อนไม่ได้”✏️👉🏻แต่ความจริงแล้ว…...
20/02/2026

ครูอนุบาลวัดเด็กจากอะไร?

👉🏻หลายครั้งผู้ปกครองถามว่า
“ลูกยังอ่านไม่ได้เลย”📖
“ลูกเขียนสวยสู้เพื่อนไม่ได้”✏️

👉🏻แต่ความจริงแล้ว…
ครูอนุบาลไม่ได้วัดว่าใครเก่งที่สุดค่ะ
💡เราใช้แนวทางตามหลักสูตรของ กระทรวงศึกษาธิการ
ที่เน้น “พัฒนาการ” มากกว่า “ความเก่ง”
💡เราไม่ได้ดูว่าใครอ่านได้ก่อน แต่ดูว่าเขากล้าพูดมากขึ้นไหม
💡 เราไม่ได้ดูว่าใครเขียนสวยกว่า แต่ดูว่าเขาจับดินสอมั่นคงขึ้นไหม
💡เราไม่ได้ดูว่าใครทำใบงานเร็วแต่ดูว่าเขารอคอยเป็น แบ่งปันเป็น หรือยัง

เด็กอนุบาลไม่ได้โตพร้อมกันทุกคน 🌱
🌱บางคนเก่งสังคม
🌱บางคนเก่งคิด
🌱บางคนเก่งเคลื่อนไหว
ทุกคนมีจังหวะของตัวเอง

❤️สิ่งที่ครูดีใจที่สุด ไม่ใช่วันที่เด็กทำได้เหมือนเพื่อน
แต่คือวันที่เด็กทำได้ “ดีกว่าเมื่อวานของตัวเอง”❤️

💡เพราะสำหรับอนุบาล เราไม่ได้วัดว่าใครเก่งที่สุด
แต่เราดูว่าเด็กคนนั้นกำลังเติบโตหรือไม่ 💛

#ครูอนุบาล
#พัฒนาการสำคัญกว่าคะแนน
#เด็กแต่ละคนมีจังหวะของตัวเอง

“เด็กแต่ละคนมีจังหวะของตัวเอง” 🌱หมายถึงว่า…👉🏻เด็กทุกคนมี “ความเร็วในการเติบโต” ไม่เท่ากันค่ะ🌱บางคนพูดเก่งเร็ว🌱บางคนกล้าม...
18/02/2026

“เด็กแต่ละคนมีจังหวะของตัวเอง” 🌱
หมายถึงว่า…

👉🏻เด็กทุกคนมี “ความเร็วในการเติบโต” ไม่เท่ากันค่ะ
🌱บางคนพูดเก่งเร็ว
🌱บางคนกล้ามเนื้อแข็งแรงเร็ว
🌱บางคนอ่านได้ไว
🌱บางคนใช้เวลามากหน่อยในการปรับตัวเข้าสังคม

👉🏻แต่ “ช้า” ไม่ได้แปลว่า “ไม่เก่ง” และ “เร็ว” ก็ไม่ได้แปลว่าจะเก่งทุกด้านเสมอไป

เหมือนต้นไม้ 🌳
🌱บางต้นโตเร็ว ใบแตกไว
🌱บางต้นใช้เวลานาน แต่รากลึก แข็งแรงมาก

👉🏻ในทางพัฒนาการตามแนวคิดของ กระทรวงศึกษาธิการ
เด็กปฐมวัยจะถูกมองเป็น “รายบุคคล”ครูจึงดูความก้าวหน้าของเด็กคนนั้นเทียบกับตัวเขาเอง ไม่ใช่เอาไปเทียบกับเพื่อนในห้อง เพราะเมื่อเราเร่งเด็กเกินจังหวะของเขา เด็กอาจเครียด กลัว หรือไม่มั่นใจ แต่เมื่อเราเดินไปพร้อมจังหวะของเขา เขาจะเติบโตอย่างมั่นคงและมีความสุข 🤍

❤️จังหวะของเด็ก = เวลาที่เหมาะสมของการเติบโตของเขา หน้าที่ผู้ใหญ่ไม่ใช่เร่ง แต่คือ “ประคองและเข้าใจ” 💛

❤️วาเลนไทน์ของครูอนุบาล❤️❌ไม่ใช่ช่อดอกไม้ราคาแพง ❌ไม่ใช่ดินเนอร์ใต้แสงเทียน👉🏻แต่เป็นหัวใจดวงเล็ก ๆ ที่เดินเข้ามากอดตั้งแ...
14/02/2026

❤️วาเลนไทน์ของครูอนุบาล❤️

❌ไม่ใช่ช่อดอกไม้ราคาแพง
❌ไม่ใช่ดินเนอร์ใต้แสงเทียน

👉🏻แต่เป็นหัวใจดวงเล็ก ๆ ที่เดินเข้ามากอดตั้งแต่เช้า
เป็นเสียงใส ๆ ที่กระซิบข้างหูว่า“ครูขา หนูรักครูที่สุดในโลกเลย”

👉🏻เด็กอนุบาลอาจยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “วาเลนไทน์”
แต่เขาเข้าใจคำว่า “ความรัก”ในแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด
🍫รักคือการแบ่งขนมชิ้นสุดท้าย
🌱รักคือการเก็บดอกหญ้ามาฝาก
❤️รักคือการเอาสติกเกอร์หัวใจมาแปะเต็มหน้าครู
แล้วหัวเราะอย่างภูมิใจ

👉🏻และสำหรับครู…
ความรักคือการมองเด็กทุกคนเท่ากันโอบกอดเมื่อเขาร้องไห้ ปล่อยมือเมื่อเขากล้าเดินเองและดีใจทุกครั้งที่เขาทำได้ด้วยตัวเอง

❤️วาเลนไทน์ในห้องอนุบาล จึงไม่หวานจากช็อกโกแลต
แต่หวานจากรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่วิ่งเข้ามาหา
❤️บางปีอาจไม่มีใครบอกรักครูด้วยคำหวานแต่ทุกวันมีเด็กหลายสิบคนแสดงออกด้วยการกระทำและนั่นคือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด

❤️สุขสันต์วันวาเลนไทน์❤️
จากหัวใจของครูอนุบาลคนหนึ่ง 💕

การสอบ RT “ตั้งใจวัดเด็ก” แต่ “สะท้อนผลครูและระบบ”🎯 ในเชิงทางการ • วัดผลเด็ก → ดูว่าเด็ก ป.1 อ่านออกเสียงและอ่านรู้เรื่อ...
10/02/2026

การสอบ RT “ตั้งใจวัดเด็ก” แต่ “สะท้อนผลครูและระบบ”

🎯 ในเชิงทางการ
• วัดผลเด็ก → ดูว่าเด็ก ป.1 อ่านออกเสียงและอ่านรู้เรื่องได้ตามเกณฑ์หรือไม่
• ใช้ข้อมูลเพื่อช่วยเหลือเด็กเป็นรายบุคคล

🪞 ในความเป็นจริง
• ผลสอบ สะท้อนการสอนของครู โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
• เด็กอ่านไม่ได้ → มักย้อนกลับมาที่
• วิธีสอนอ่าน
• เวลาเรียน
• สื่อที่ใช้
• การดูแลรายบุคคล
• และยังสะท้อนถึง ระบบโรงเรียนและนโยบาย ด้วย

❗ สิ่งที่หลายคนกังวล
• แม้จะบอกว่า “ไม่ใช่การประเมินครู”
แต่ผล RT มักถูกนำไป
• เปรียบเทียบโรงเรียน
• ใช้ในรายงานเขต / จังหวัด
→ ทำให้ครูรู้สึกกดดันโดยปริยาย

💡💡💡
• 📌 บนกระดาษ: วัดเด็ก
• 📌 ในทางปฏิบัติ: วัดทั้งเด็ก + ครู + ระบบการศึกษา

✅ ข้อดีจะเกิดขึ้นเต็มที่ เมื่อทุกฝ่ายใช้ผลสอบเพื่อ “ช่วยเด็ก” ไม่ใช่ “กดดันเด็ก”

“การเงิน–พัสดุ” ถึงดึงครูออกจากห้องเรียน จริงหรือ??👉🏻เพราะว่า… • โรงเรียน ขาดบุคลากรสายธุรการโดยตรง • งานการเงิน/พัสดุเป...
04/02/2026

“การเงิน–พัสดุ” ถึงดึงครูออกจากห้องเรียน จริงหรือ??

👉🏻เพราะว่า…
• โรงเรียน ขาดบุคลากรสายธุรการโดยตรง
• งานการเงิน/พัสดุเป็นงานบังคับตามระเบียบ (งบประมาณ ตรวจสอบ เอกสาร)
• เลยต้องให้ ครูที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ มารับหน้าที่แทน

👉🏻ผลคือ…
➡️ ครูคนนั้น สอนน้อยลง หรือไม่ได้สอนเลย
➡️ ครูที่เหลือต้องรับภาระสอนแทน
➡️ บางครั้งต้องเอาครูอนุบาล/ครูประจำชั้นไปทำเอกสารทั้งวัน

👉🏻แล้วมันกระทบเด็กไหม?
กระทบจริงค่ะ แต่ระดับต่างกัน…
• อนุบาล: เด็กยังต้องการ “ครูประจำที่คุ้นเคย”
• ครูเข้า–ออกบ่อย เด็กจะสับสน งอแงง่าย
• คุณภาพการเรียนรู้ขึ้นกับการจัดการทดแทนของโรงเรียน

👉🏻โรงเรียนรู้ไหมว่ามันไม่ควร?
รู้ค่ะ ทุกคนรู้ แต่ติดที่…
• กำลังคนไม่พอ
• ระบบบังคับ
• งบจำกัด

👉🏻ครูหลายคน ไม่ได้อยากออกจากห้องเรียนเลย แต่จำเป็นต้องทำ
• ใจหนึ่งห่วงเด็ก แต่อีกใจก็กลัวผิดระเบียบ/ถูกสอบ
• รู้สึกผิดทั้งกับเด็ก กับเพื่อนครู และกับตัวเอง

👉🏻ไม่ได้แปลว่าครูเป็นครูที่ไม่ดีเลยที่ไม่ได้สอนเต็มที่
มันคืออาการของ “ครูที่โดนปัญหาเชิงโครงสร้างทับ”

👉🏻สิ่งที่อยากให้ครูรู้ (สำคัญมาก)
• ❌ นี่ไม่ใช่ความล้มเหลวของคุณ
• ❌ ไม่ใช่เพราะคุณจัดการเวลาไม่เก่ง
• ✔️ มันคือระบบที่เอางานธุรการมาวางบนบ่าครู

#ครูการเงินต้องสละเวลาการสอนไปเบิกเงินที่ธนาคาร
#ครูพัสดุต้องสละเวลาการสอนหรือเวลาส่วนตัวเพื่อทำเอกสาร

#ขอเป็นกำลังใจให้ครูการเงิน #พัสดุทุกท่านค่ะ ❤️✌️

👉🏻ครูการเงินพัสดุ👍🏻ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “งาน” แต่อาจอยู่ที่ “สภาพแวดล้อม” มากกว่า👉🏻งานการเงินพัสดุมันเป็นงานที่มีระบบ ช...
03/02/2026

👉🏻ครูการเงินพัสดุ👍🏻
ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “งาน” แต่อาจอยู่ที่ “สภาพแวดล้อม” มากกว่า
👉🏻งานการเงินพัสดุมันเป็นงานที่มีระบบ ชัดเจน ถ้าทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องแต่อาจไม่ถูกใจใครบางคน บรรยากาศรอบๆ ที่ทำให้งานหนัก คือ
• ความกดดัน / การเร่ง / โดนจับผิดตลอด
• คนรอบข้างไม่ซัพพอร์ต โยนงาน โยนความผิด
• วัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้ต้องระแวงมากกว่าทำงาน
• หรือบรรยากาศเงียบตึง เครียด จนพลังหาย
👉🏻ถ้าตัวงานโอเค แต่ใจเหนื่อยทุกวัน แปลว่ามันไม่ใช่เรื่องความสามารถเลย เป็นเรื่องสภาพแวดล้อมล้วนๆบางทีคนเก่งๆ ยังหมดไฟได้ ถ้าอยู่ในที่ที่ไม่เอื้อ

👉🏻 งานเหนื่อยยังพอมีวันจบ
มีเสร็จ มีพัก มีขั้นตอนแต่ “คน” เนี่ย…ไม่มีปุ่มพัก ไม่มีคู่มือ แถมบางทียังทำให้เราสงสัยตัวเองทั้งที่ไม่ได้ผิดอะไรเลย

👉🏻 “ครูการเงิน พัสดุ” คนหนึ่ง
แต่ต้องแบกความถูกต้อง 100% ตลอดเวลา
ใครพลาดได้ แต่ตำแหน่งนี้พลาดไม่ได้ — มันไม่แฟร์เลย

❤️ถ้าใครไม่เคยอยู่ตรงนี้ จะไม่รู้หรอกว่ามันอึดอัดแค่ไหน
👉🏻โดนเพ่ง
👉🏻โดนถาม
👉🏻โดนกดดันทางอ้อม
👉🏻ทั้งที่คุณแค่ทำตามระเบียบ ทำตามหน้าที่

อยากบอกคุณครูจริงๆ ว่า 🤍
ครูการเงินพัสดุเก่งแล้วรับผิดชอบแล้วและคุณอดทนแล้ว

❤️✌🏻ถ้าวันไหนรู้สึกว่า “ไม่ไหวกับคน”ไม่ได้แปลว่าครูไม่เหมาะกับงานแต่มันแปลว่า ครูเป็นคนธรรมดาที่มีหัวใจ❤️

👉🏻ขอส่งกำลังใจให้ ครูการเงินพัสดุ 👉🏻
ครูคือคนที่ทำงานหลังฉาก ไม่มีใครเห็นตอนทำถูก
แต่ทุกคนจะเห็นทันทีถ้ามีอะไรพลาด ทั้งที่ครูต้องรอบคอบ ซื่อสัตย์ และอดทนกว่าหลายตำแหน่ง

👉🏻งานนี้ต้องใช้ทั้งสมองและใจต้องรับแรงกดดันจากระเบียบ จากเวลา จากคนและยังต้องยืนอยู่ตรงกลางความคาดหวังของทุกฝ่ายไม่ใช่ใครก็ทำได้…แต่ครูทำอยู่

👉🏻ขอให้ครูรู้ไว้ว่าความเหนื่อยของครู มีความหมาย
ความตั้งใจของครู มีคุณค่าแม้จะไม่มีใครพูดออกมา

👉🏻วันที่คนรอบข้างทำให้ใจล้าอย่าให้เขามาทำให้ครูลืมว่าครูเป็นครูที่รับผิดชอบเป็นคนทำงานสุจริต
และเป็นคนเก่งคนหนึ่งจริงๆ❤️✌🏻✌🏻

👉🏻อย่าฝากทุกอย่างไว้ที่โรงเรียนเพราะการเรียนรู้และพฤติกรรมของเด็กเริ่มต้นจากที่บ้าน 🏡👉🏻ในสังคมปัจจุบัน ผู้ปกครองจำนวนไม่...
02/02/2026

👉🏻อย่าฝากทุกอย่างไว้ที่โรงเรียนเพราะการเรียนรู้และพฤติกรรมของเด็กเริ่มต้นจากที่บ้าน 🏡

👉🏻ในสังคมปัจจุบัน ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยคาดหวังให้โรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการหล่อหลอมเด็ก
…ทั้งด้านวิชาการ ระเบียบวินัย คุณธรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรงเรียนไม่อาจทำหน้าที่เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ หากขาดรากฐานที่ดีจาก “บ้าน”🏡

👉🏻บ้านคือพื้นที่แห่งการเรียนรู้แห่งแรกของเด็ก
ก่อนที่เด็กจะรู้จักตัวอักษร เด็กได้เรียนรู้จากการมองเห็น
ก่อนที่จะเข้าใจคำสอน เด็กได้ซึมซับจากการกระทำ
พฤติกรรม คำพูด ทัศนคติ และวิธีจัดการอารมณ์ของผู้ใหญ่ในบ้าน ล้วนกลายเป็นแบบอย่างที่เด็กเรียนรู้โดยไม่รู้ตัว🏡

👉🏻โรงเรียนมีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพทางวิชาการแต่การสอนวินัย ความรับผิดชอบ ความเคารพผู้อื่น และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัวเป็นหลัก🏡

👉🏻หากเด็กเติบโตมาในบ้านที่รับฟังกัน ใช้เหตุผล เคารพกัน และให้ความรักอย่างมีขอบเขตเด็กจะพร้อมเรียนรู้ และปรับตัวในโรงเรียนได้ดีกว่าในทางตรงกันข้าม หากบ้านละเลยการปลูกฝังพื้นฐานเหล่านี้ โรงเรียนก็ต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่า และบางเรื่องก็ยากเกินจะแก้ไขในเวลาอันจำกัด🏡

👉🏻…การเลี้ยงดูเด็กไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างบ้านและโรงเรียน เมื่อบ้านวางรากฐานที่มั่นคง โรงเรียนก็สามารถต่อยอดการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ…🏡

เพราะสุดท้ายแล้ว
❤️เด็กไม่ได้เป็นผลผลิตของโรงเรียนเท่านั้นแต่เป็นผลสะท้อนของสิ่งแวดล้อมที่เขาเติบโตมาและ “บ้าน” คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดเสมอ 🤍🏡👧👦

👉🏻ทำไมครูอนุบาลถึงใช้เสียงสอง เสียงสาม 🤣เพราะสำหรับเด็กอนุบาล “เสียงสอง = ความปลอดภัย + ความสนุก + ความใกล้ชิด” เลยค่ะ 😊...
28/01/2026

👉🏻ทำไมครูอนุบาลถึงใช้เสียงสอง เสียงสาม 🤣

เพราะสำหรับเด็กอนุบาล “เสียงสอง = ความปลอดภัย + ความสนุก + ความใกล้ชิด” เลยค่ะ 😊
อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ นะคะ

1️⃣ เสียงสองเหมือนเสียงคนดูแล
เด็กเล็กคุ้นกับเสียงสูง นุ่ม อ่อนโยน แบบที่พ่อแม่ใช้ตอนกล่อม พอครูใช้เสียงสอง เด็กจะรู้สึกว่า

ครูใจดี ครูไม่ดุ ครูอยู่ฝั่งเดียวกับเรา
เลยอยากฟัง อยากทำตาม

2️⃣ ดึงความสนใจได้ดีกว่า
เสียงปกติ = โลกผู้ใหญ่
เสียงสอง = โลกของเด็ก
สมองเด็กจะ “สะดุ้งหู” ทันที เหมือนฟังการ์ตูน นิทาน เพลง เลยโฟกัสง่ายขึ้น

3️⃣ ลดแรงต่อต้าน
คำสั่งเดียวกัน
• เสียงธรรมดา → เด็กอาจนิ่ง เถียง หรือเมิน
• เสียงสอง → เด็กรู้สึกเหมือนชวนเล่น ไม่ใช่สั่ง
เด็กเลยยอมทำโดยไม่รู้สึกถูกบังคับ

4️⃣ เด็กรู้สึกว่าครูเข้าใจโลกของเขา
สำหรับเด็กอนุบาล ครูที่ใช้เสียงสองคือ

ครูที่คุยกับเรา ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่มาสั่งเรา

แต่… ครูไม่ได้ใช้เสียงสองตลอดนะคะ 😉
เสียงสองเป็น “เครื่องมือ” ไม่ใช่เสียงหลัก
ครูจะสลับเสียงตามสถานการณ์ เพื่อสอนเด็กให้แยกแยะอารมณ์และกติกาในชีวิต

❤️เด็กอนุบาลชอบให้ครูใช้เสียงสอง
เพราะมันทำให้เขารู้สึกปลอดภัย สนุก และอยากร่วมมือ 💗

👶 ทำไมเด็กอนุบาลฟังครู แต่ไม่ค่อยฟังพ่อแม่?เพราะที่โรงเรียน👉 ครู = กติกา👉 เพื่อน = ตัวช่วยให้ทำตามแต่ที่บ้าน👉 คือพื้นที่...
25/01/2026

👶 ทำไมเด็กอนุบาลฟังครู แต่ไม่ค่อยฟังพ่อแม่?

เพราะที่โรงเรียน
👉 ครู = กติกา
👉 เพื่อน = ตัวช่วยให้ทำตาม

แต่ที่บ้าน
👉 คือพื้นที่ปลอดภัย
👉 เด็กกล้าเป็นตัวเอง งอแง ดื้อ พักใจ
กับคนที่เขาไว้ใจที่สุด 💛

❤️ดังนั้นถ้าลูกดื้อกับพ่อแม่ ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะ “มั่นใจว่ารักยังอยู่เสมอ”❤️

☺️เด็กเรียบร้อยที่โรงเรียนกับเด็กซนที่บ้าน
คือเด็กคนเดียวกันนะคะ 😊🌱

ที่อยู่

Amphoe Wang Saphung
42130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Juta Phathaiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์