สวยสดใส

โทร เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

สวยสดใส สวยงาม

22/03/2021

√ รีสกิน ครีมลดริ้วรอย มีเซรั่มช่วยยกกระชับ ถุงใต้ตา ช่วยริ้วร้อยตื้นขึ้น
#ไม่ต้องพึ่งเข็ม แค่ทา ทา 3 นาที
#ผลลัพชัดเจนตั้งแต่ครั้งที่ใช้ #บำรุงผิว
สนใจทักมาได้มีโปรโมชั่นพิเศษคะ

เคล็ดลับ ครีมหน้าเด็ก !!สูตรใหม่ ย้อนวัย 10 ปี❗️ไม่..โบท็อกซ์ เคลียจบทุกปัญหา #ริ้ว รอย  #ถุง ใต้ตา  #ตีน กา   #หน้า ย่น...
20/03/2021

เคล็ดลับ ครีมหน้าเด็ก !!สูตรใหม่ ย้อนวัย 10 ปี
❗️ไม่..โบท็อกซ์ เคลียจบทุกปัญหา
#ริ้ว รอย #ถุง ใต้ตา #ตีน กา #หน้า ย่น

🚩​ที่สุดของเซรั่มแห่งการยกกระชับ ช่วยริ้วร้อยตื้นขึ้น
#ไม่ต้องพึ่งเข็ม แค่ทา ทา 3 นาที
#ผลลัพชัดเจนตั้งแต่ครั้งที่ใช้ #บำรุงผิว

🔥โปรฯพิเศษ🔥
ปกติ 1 หลอดราคา 590 บาทเหลือเพียง 450 บาทเท่านั้น
🚚 ส่งฟรีทั้งโอนและเก็บเงินปลายทาง

สนใจทักมาได้เลยจ้า มีโปรชั่นเพียง 100 ท่านเท่านั้น
#เปิดรับตัวแทนจำหน่าย

10 อาหารกระตุ้นความจำ พร้อมบำรุงสมองช่วงสอบที่เหล่าเด็กเรียนไม่ควรพลาด   1.ดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นการทานดาร์กช็อกโกแลตเข้ม...
18/03/2021

10 อาหารกระตุ้นความจำ พร้อมบำรุงสมองช่วงสอบที่เหล่าเด็กเรียนไม่ควรพลาด
1.ดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้น
การทานดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้น 70% ขึ้นไป มีส่วนช่วยป้องกันความเฉื่อยชาของร่างกาย เพราะถือเป็นการเติมคาเฟอีนให้ร่างกาย ส่งผลให้สมองเกิดการตื่นตัว
2.ขนมปังโฮลวีท ช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันไม่ให้ง่วงซึมได้ง่าย ทำให้มีสมาธิในการอ่านมากขึ้น
3.ถั่วหลากชนิด ล้วนอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยให้สมองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย
4.เมล็ดฟักทอง ก็มีส่วนช่วยบำรุงสมองได้ไม่ต่างไปจากการกินถั่วชนิดต่างๆ เช่นกัน ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองทางด้านการเรียนรู้และการจดจำได้ดี
5.แอปเปิล เป็นผลไม้ที่มีสารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า อะเซติลโคลีน เป็นสารที่ส่งผลให้เซลล์สมองเกิดการตื่นตัว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มทักษะการเรียนรู้และการจดจำ
6.ไข่ต้ม คืออาหารที่เราทราบกันดีว่ามีส่วนช่วยบำรุงสมอง โดยเฉพาะในไข่แดงจะมีวิตามินบีและสารโคลีน
7.ปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล และปลาทู มีกรดไขมันโอเมก้า3 ซึ่งเป็นสารที่ช่วยบำรุงสมองและประสาท และยังมีกรดดีเอชเอที่มีความสำคัญต่อการจดจำของสมอง
8.นมมีโปรตีนและกรดอะมิโนที่สำคัญต่อการทำงานของสมอง ดังนั้นในช่วงอ่านหนังสือสอบ แนะนำให้ดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว
9.โยเกิร์ต มีปริมาณโปรตีนสูงและมีพลังงานที่สำคัญต่อร่างกาย ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย
10.ข้าวกล้อง อุดมไปด้วยวิตามินหลากชนิดที่สมองต้องการ โดยเฉพาะกาบ้า ถือเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง

9 เคล็ดลับป้องกันหน้าแก่ก่อนวัยได้ผล ไม่อยากหน้าย่น รีบปฏิวัติให้ไว    ปัญหาผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรนั้นเกิดขึ้นได้...
15/03/2021

9 เคล็ดลับป้องกันหน้าแก่ก่อนวัยได้ผล ไม่อยากหน้าย่น รีบปฏิวัติให้ไว
ปัญหาผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรนั้นเกิดขึ้นได้จากหลากหลายพฤติกรรม ดังนั้นสาวๆ ที่กำลังเจอกับปัญหาดังกล่าวนี้ เรามี 9 เคล็ดลับที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยหรือเหี่ยวย่นก่อนวัยมาแบ่งปันให้ได้นำไปปรับใช้กัน
1.ทาครีมกันแดดทุกวัน
ครีมกันแดดถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะปกป้องผิวของสาวๆ จากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผิวหนัง โดยเฉพาะปัญหาผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรก็สามารถปกป้องได้ด้วยการทาครีมกันแดดทุกวัน ไม่ว่าวันนั้นจะต้องออกไปนอกบ้านหรือไม่ก็ตาม แนะนำให้เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และทาแต่เพียงบางๆ ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ
2.กินอาหารที่มีวิตามินต่อผิวพรรณ
การเลือกกินอาหารที่มีวิตามินต่อผิวพรรณ เช่น ผักผลไม้ที่มีวิตามินซี หรืออาหารจำพวกธัญพืชและนม ถือเป็นการบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอกเลยก็ว่าได้ วิธีนี้จะช่วยให้ผิวตึงกระชับได้ดี
3.บำรุงผิวด้วยวิตามิน
การบำรุงผิวด้วยวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี โคเอนไซน์คิว และคอลลาเจน เป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับผิว ซึ่งการบำรุงด้วยวิธีนี้สาวๆ สามารถทำได้ด้วยการมาส์กหน้า
4.เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
การเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง แนะนำให้สาวๆ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Day Cream หรือ Night Cream ที่สกัดจากสมุนไพร เช่น ว่านหางจระเข้ น้ำมันสกัดต่างๆ หรือกรดผลไม้ เป็นต้น
5.ใช้เครื่องสำอางที่มีสารบำรุงผิว
การเลือกใช้เครื่องสำอางก็มีผลต่อการทำให้เกิดผิวหน้าเหี่ยวย่นเช่นกัน ดังนั้นจึงควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีสารบำรุงผิวหรือสารที่ช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยจะช่วยป้องกันปัญหาดังกล่าวได้
6.ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย
สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึกที่รักษายาก ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยที่มีสารต่อต้านผิวเหี่ยวย่นโดยตรง จะช่วยประคองผิวให้สวยเรียบเนียนและกระชับเต่งตึงได้นานๆ
7.โยคะใบหน้า
การโยคะใบหน้าด้วยการอ้าปากค้างในท่า อะ อิ อุ เอะ โอะ ท่าละ 5 วินาที
8.ทำทรีตเมนต์กระชับผิวหน้า
หากพอมีเวลาและมีกำลังทรัพย์มากพอ
9.หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดริ้วรอย
ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวหน้าเหี่ยวย่นก็คือ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ

เป็นผดร้อนควรทำอย่างไร รักษาด้วยสมุนไพรอะไรได้บ้างวิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น เมื่อเป็นผดร้อนเมื่อเป็นผดร้อนควรดูแลตัวเองเบื...
13/03/2021

เป็นผดร้อนควรทำอย่างไร รักษาด้วยสมุนไพรอะไรได้บ้าง

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น เมื่อเป็นผดร้อน
เมื่อเป็นผดร้อนควรดูแลตัวเองเบื้องต้น ดังนี้
1.พยายามให้มีเหงื่อออกน้อยที่สุด โดยหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก และอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท เย็นสบาย
2.อาบน้ำบ่อยๆ แต่หากไม่สะดวกก็อาจใช้วิธีการล้างหน้า หรือใช้ผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามตัวแทน
3.ใส่เสื้อผ้าที่ระบายเหงื่อได้ดี ไม่หนาหรือรัดรูปเกินไป
4.งดใส่เครื่องประดับที่จะก่อให้เกิดการเสียดสีที่คอ เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้
5.ดูแลความสะอาดเล็บอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเชื้อโรคในเล็บ เพราะหากเล็บไม่สะอาดและเผลอเกาจะทำให้ติดเชื้อได้
6.ไม่ควรรับประทานอาหารรสชาติเผ็ดร้อนจนเกินไป เนื่องจากจะยิ่งทำให้เป็นผดร้อนมากขึ้น

วิธีรักษาผดร้อนด้วยพืชพรรณสมุนไพร
1.แตงกวา
แตงกวาเป็นผักฤทธิ์เย็น สามารถนำมาใช้เป็นยาเพื่อรักษาอาการผดร้อนได้ โดยการนำแตงกวามาหั่นเป็นแว่นบางๆ แล้วนำมาแปะบริเวณผดผื่น จะช่วยให้ผดผื่นยุบลงและบรรเทาอาการคันได้ดี
2.ขมิ้นชัน
ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรรักษาโรคผิวหนังที่มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการผดร้อนได้ดีมาก โดยให้นำขมิ้นชันมาตำให้ละเอียดแล้วนำมาทาบริเวณผดผื่นหรือบริเวณที่มีอาการคัน จะทำให้ผดผื่นหายไวขึ้นและยังช่วยสมานแผลได้ดี
3.ว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้จะช่วยลดอาการคันและรักษาผดร้อนได้ดี โดยให้นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก ล้างยางออกให้หมดและนำวุ้นมาทาบริเวณผดผื่น เพียงทำเป็นประจำวันละ 2 ครั้งเช้าเย็น ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก
4.กล้วย
สำหรับวิธีนี้ก็ทำง่ายมากและได้ผลดีอีกด้วย โดยให้นำส่วนด้านในของเปลือกกล้วยสุกมาทาบริเวณผดผื่น จะทำให้ผดร้อนยุบลงอย่างรวดเร็ว และบรรเทาอาการคันได้ดีที่สุด
Cr Sanook

คนญี่ปุ่นนำเบกกิ้งโซดามาใช้ประโยชน์กับอาหารอย่างไรบ้าง   เบกกิ้งโซดา หรือโซเดียมไฮโดรเจน คาร์บอเนต เป็นสารประกอบโซเดียมท...
12/03/2021

คนญี่ปุ่นนำเบกกิ้งโซดามาใช้ประโยชน์กับอาหารอย่างไรบ้าง

เบกกิ้งโซดา หรือโซเดียมไฮโดรเจน คาร์บอเนต เป็นสารประกอบโซเดียมที่มีความเป็นด่างอ่อนซึ่งมีความปลอดภัยต่อสุขภาพทำให้คนญี่ปุ่นนำเบกกิ้งโซดามาใช้ประโยชน์ต่างๆ มากมาย ทั้งใช้ทำความสะอาดบ้านและใช้ประโยชน์กับอาหาร
1.ช่วยให้อาหารและขนมอบฟูน่ากิน. การเติมเบกกิ้งโซดาลงไปในส่วนผสมที่มีความเป็นกรด เช่น แป้ง เนย ไข่ นมและน้ำตาล จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในส่วนผสม ซึ่งจะทำให้ได้ขนมปังหรือขนมอบฟูและอร่อย แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรใส่เบกกิ้งโซดาลงไปมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดรสขม หากต้องการใช้เบกกิ้งโซดาในปริมาณมากกว่าปกติควรเติมมะนาวลงไปในส่วนผสมของขนมอบด้วยเพื่อลดความขมจากเบกกิ้งโซดา
2.ทำให้ถั่วนิ่มไวและเนื้อสัตว์นุ่มอร่อย. หากต้องการลดเวลาการต้มถั่ว การเติมเบกกิ้งโซดาลงไปเล็กน้อยจะทำให้ถั่วนิ่มเร็วขึ้น เนื่องจากด่างในเบกกิ้งโซดาจะไปสลายโปรตีนและเส้นใย ส่งผลให้น้ำซึมเข้าเม็ดถั่วได้ง่ายและทำให้ถั่วนิ่มไว อีกทั้งหากนำมาหมักเนื้อสัตว์จะทำให้เนื้อนุ่มและป้องกันเนื้อหดจากความร้อน
3.ทำให้อาหารทะเลนุ่มและฉ่ำ
หากต้องการผัดกุ้งหรือปลาหมึกให้อร่อย การเติมเบกกิ้งโซดาลงไปเพียงเล็กน้อยจะทำให้กุ้งและปลาหมึกผัดมีความนุ่มและฉ่ำและรูปร่างไม่หดจนดูไม่น่ากิน
4.ทำให้ผักต้มมีสีสวย. การเติมเบกกิ้งโซดาลงไปในน้ำที่ใช้ต้มผักสีเขียวหรือเหลืองเพียงเล็กน้อยและต้มอย่างรวดเร็ว จะทำให้ได้ผักต้มสีสวยน่ากิน
5.ใช้ลดความเปรี้ยวของอาหาร
เบกกิ้งโซดาช่วยลดความเปรี้ยวของผลไม้หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยวได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรเติมเบกกิ้งโซดาลงไปมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดรสขมได้
6.ลดเมือกและขจัดกลิ่นได้ดี
ในปลาหรือหอยที่มีเมือกและมีกลิ่น การโรยเบกกิ้งโซดาลงไปคลุกเคล้าจะช่วยขัดเอาเมือกและขจัดกลิ่นออกจากปลาหรือหอยบางชนิดได้
7.ขจัดสารเคมีฆ่าแมลงและแวกซ์ที่ใช้เคลือบผิวผลไม้
การโรยเบกกิ้งโซดาลงไปบนผิวของผลไม้และใช้มือขัดเบาๆ แล้วนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดจะช่วยขจัดสารเคมีหรือแวกซ์เคลือบออกจากผลไม้ได้ดี
8.ขจัดรสขมและพิษจากผักและผลไม้ เพียงต้มผักที่มีรสขมหรือมีพิษเล็กน้อยในน้ำที่มีส่วนผสมของเบกกิ้งโซดา ความเป็นด่างของเบกกิ้งโซดาจะทำให้เส้นใยผักนุ่มและทำให้ดึงเอารสขมหรือพิษเล็กน้อยออกจากผักได้ง่ายขึ้น

Cr Sanook

สูตรเด็ดครีมดัง  Rs'SKIN Eye Firming Serum ลืมไปเลย!!! ว่าเคยมีถุงใต้ตา Re-Skin ครีมลดริ้วรอย ผสมเซรั่มช่วยยกกระชับรอบดว...
11/03/2021

สูตรเด็ดครีมดัง Rs'SKIN Eye Firming Serum ลืมไปเลย!!! ว่าเคยมีถุงใต้ตา

Re-Skin ครีมลดริ้วรอย ผสมเซรั่มช่วยยกกระชับรอบดวงตา ลดริ้วรอย ถุงใต้ตาบวม รอยตีนกา ร่องแก้ม ตาดำเป็นหมีแพนด้าให้กระจ่างใสขึ้น

🚩​ที่สุดของเซรั่มแห่งการยกกระชับ
#ไม่ต้องพึ่งเข็ม แค่ทา ทา 2 นาที
#ผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งที่ใช้
#บำรุงผิว ช่วยริ้วร้อยตื้นขึ้นถาวร

🔥ไม่มีคราบ
🔥ไม่แข็ง

เลขที่ อย. 10-1-6400002129

1หลอด 2ml. ราคา 550 บาท

โปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าใหม่
❤️1 หลอด 450
❤️2 หลอด 840 (420:ชิ้น)
❤️3 หลอด 1,200(400:ชิ้น)
❤️5 หลอด 1,750(350:ชิ้น)

ส่งฟรี มีบริการเก็บปลายทาง


#รีสกิน #ลบเลือนริ้วรอย #ยกกระชับ #เซรั่มบำรุง

สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร. 085-1488938
ID Line : wachirayanee

8 คุณประโยชน์จากสับปะรด บำรุงร่างกายทั้งภายในภายนอกครบ   1.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายสับปะรดอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่ง...
11/03/2021

8 คุณประโยชน์จากสับปะรด บำรุงร่างกายทั้งภายในภายนอกครบ

1.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย
สับปะรดอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายเกิดการติดเชื้อได้ยาก อีกทั้งยังสามารถต่อสู้กับโรคภัยต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดและขับเสมหะในลำคอได้เช่นกัน

2.ช่วยย่อยโปรตีนได้ดี
เนื่องจากในสับปะรดมีเอนไซม์ธรรมชาติที่มีชื่อว่าบรอมีเลน ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สามารถย่อยอาหารได้ทั้งที่อยู่ในสภาวะกรดและด่าง จึงสามารถย่อยอาหารจำพวกโปรตีนได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดอาการจุกเสียดได้อีกด้วย
3.ช่วยทำลายแบคทีเรียที่ไม่มีประโยชน์
เอนไซม์บรอมีเลนที่อยู่ในสับปะรดมีส่วนช่วยทำลายแบคทีเรียที่ไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมทั้งช่วยสมานแผลได้เป็นอย่างดี
4.ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง
เอนไซม์บรอมีเลนมีส่วนช่วยลดอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งเต้านม เนื่องจากเอนไซม์ชนิดนี้จะทำให้เม็ดเลือดขาวเกิดการหลั่งสารไซโตไคน์ที่ช่วยให้เม็ดเลือดขาวกำจัดเซลล์มะเร็งได้นั่นเอง
5.บรรเทาอาการร้อนใน
เมื่อมีอาการร้อนใน หรือรู้สึกกระหายน้ำและกระสับกระส่าย แนะนำให้กินสับปะรดทั้งแบบสดหรือนำมาปั่นเป็นน้ำสับปะรดดื่มจะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ดี
6.มีส่วนช่วยลดน้ำหนัก
เนื่องจากสับปะรดอุดมไปด้วยใยอาหาร ดังนั้นการกินผลไม้ที่มีใยอาหารย่อมช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องได้ง่าย จึงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้โดยปริยาย
7.ป้องกันอาการเหน็บชา
สารอาหารที่สำคัญอย่างวิตามินบี1 และวิตามินบี6 ที่อุดมอยู่ในสับปะรดนั้น แม้จะมีอยู่ในปริมาณที่ไม่มากนัก แต่ก็มีส่วนช่วยป้องกันอาการเหน็บชาและอาการเหนื่อยง่ายได้ อีกทั้งยังช่วยทำให้ระบบประสาทและเม็ดเลือดทำงานได้ดียิ่งขึ้น
8.ส่งผลต่ออสุจิและช่องคลอด
ในส่วนของคุณประโยชน์ที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างในการกินสับปะรดก็คือ ทำให้อสุจิมีรสหวาน ซึ่ง ดร.แครอล ควีน นักสังคมศาสตร์และเพศศาสตร์กล่าวไว้ว่า การที่เรากินอะไรเข้าไปก็ตาม ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม หรือยารักษาโรค ล้วนมีผลต่อช่องคลอดและอสุจิ ดังนั้นการกินสับปะรดแล้วทำให้อสุจิมีรสหวานก็ย่อมมีสิทธิ์เป็นไปได้
Cr Sanook

ดูแลผิวให้สุขภาพดีจากภายในด้วย 4 วิตามินบำรุงผิว   หนุ่มๆ ที่อยากมีผิวใส แต่มักจะต้องเจอกับปัญหาริ้วรอย ความหมองคล้ำและจ...
10/03/2021

ดูแลผิวให้สุขภาพดีจากภายในด้วย 4 วิตามินบำรุงผิว

หนุ่มๆ ที่อยากมีผิวใส แต่มักจะต้องเจอกับปัญหาริ้วรอย ความหมองคล้ำและจุดด่างดำมาคอยกวนใจอยู่เสมอ แต่เชื่อหรือไม่ว่า เราสามารถมีผิวสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องง้อสารเคมีเลย เพียงใช้วิธีธรรมชาติมาดูแลตัวเอง เป็นวิธีที่ง่ายๆ สามารถทำได้ทุกวัน นั่นก็คือ การทานอาหารและใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีวิตามินทั้ง 4 ชนิดนี้
1.วิตามิน A เสริมเกราะป้องกันผิวชั้นดีที่จะช่วยปกป้องผิวของหนุ่มๆ จากมลภาวะที่ต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน ด้วยการดูแลผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดด้วยวิตามิน A เพราะมีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน ลดการเกิดสิว และริ้วรอยเหี่ยวย่น วิตามิน A ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของผิวได้อีกด้วย

2.วิตามิน B เคล็ดลับผิวดูอ่อนกว่าวัยคือ การหมั่นผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไปอย่างสม่ำเสมอ ให้ผิวใหม่ได้เปล่งประกายออร่าอย่างเต็มที่ โดยวิตามิน B ขึ้นชื่อในเรื่องของการผลัดเซลล์ผิว และเร่งสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยให้ผิวสาวขาวผ่อง นุ่ม และยืดหยุ่นได้ดี ซึ่งเป็นผลมาจากชั้นคอลลาเจนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ วิตามิน B ยังสามารถลดการสร้างเมลานินที่ทำให้ผิวหมองคล้ำจากแสงแดด ผิวจึงเนียน สว่างใส

3.วิตามิน C นับว่าโดดเด่นที่สุดในเรื่องของการทำให้ผิวกระจ่างใส เพราะวิตามิน C นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายแล้ว ยังช่วยบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซีทั้งจากผักผลไม้ตามธรรมชาติ หรือวิตามินสำเร็จรูปที่ถูกรวบรวมไว้ในรูปแบบอาหารเสริม โดยปัจจุบันวิตามิน C ก็กลายมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายและช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยบนผิวหนัง นอกจากนี้ ยังช่วยลดการอักเสบ และกระตุ้นการสร้างคอลาเจนในร่างกายได้ดีอีกด้วย

4.วิตามิน E หากหนุ่มๆ คนไหนกำลังมีปัญหาริ้วรอยก่อนวัย หรือจุดด่างดำที่มากวนใจอยู่เสมอ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามิน E จะช่วยลดรอยแผลเป็น และจุดด่างต่างๆ ให้ค่อยๆ จางหายไป พร้อมช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อย่างเห็นผล ลองสังเกตดูว่า เวลาที่เราทานอาหารที่มีวิตามิน E อยู่เป็นประจำ ผิวของเราจะดูมีน้ำมีนวลกว่าปกติ เพราะวิตามิน E จะเข้าไปช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น หากใครอยากมีผิวที่เรียบเนียนนุ่มลื่น สามารถนำผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามิน E

8 พฤติกรรมที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน ไม่อยากหน้าพัง ต้องเลี่ยงให้ไว   ทำไมผิวหน้าจึงเต็มไปด้วยสิวอุดตัน จนทำให้ผิวไม่เรียบเนี...
08/03/2021

8 พฤติกรรมที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน ไม่อยากหน้าพัง ต้องเลี่ยงให้ไว

ทำไมผิวหน้าจึงเต็มไปด้วยสิวอุดตัน จนทำให้ผิวไม่เรียบเนียน ทั้งๆ ที่ให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวเสมอ

1.ล้างหน้าไม่สะอาดก่อนนอน
ในแต่ละวันผิวหน้าของเราต้องเผชิญกับเชื้อโรค ฝุ่นละออง แสงแดด และเครื่องสำอางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นก่อนนอนทุกคืนควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ควรใส่ใจการล้างหน้าที่ถูกต้องและมั่นใจว่าสะอาดจริง
2.ละเลยการสครับผิวหน้า
โดยปกติแล้วยิ่งมีอายุมาก การผลัดเซลล์ผิวก็ยิ่งมีประสิทธิภาพที่ลดลง จนบางครั้งทำให้เซลล์เก่าที่ตายแล้วไม่หลุดออกไป ส่งผลให้ผิวหน้าแลดูหมองคล้ำและอุดตันรูขุมขน ดังนั้นจึงควรสครับผิวหน้าอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยให้เซลล์เก่าหลุดออกไป พร้อมให้เซลล์ใหม่ได้เข้ามาแทนที่
3.ไม่ล้างหน้าทันทีหลังออกกำลังกาย
การละเลยการล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดสิวอุดตันเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียอีกด้วย ดังนั้นหลังออกกำลังกายและพักหายเหนื่อยแล้ว ควรรีบล้างหน้าหรืออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที
4.แปรงแต่งหน้าไม่สะอาด
แปรงแต่งหน้าที่ใช้เป็นประจำทุกวัน สาวๆ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าสะอาดจริง ซึ่งแปรงแต่งหน้าถือเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่สัมผัสกับผิวหน้าในทุกวัน ดังนั้นจึงควรทำความสะอาดแปรงต่างๆ
5.เอามือสัมผัสผิวหน้าบ่อย
การเอามือสัมผัสผิวหน้า ถือเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่เลิกยากมาก บางครั้งนั่งทำอะไรเพลินๆ รู้ตัวอีกทีมือกำลังลูบผิวหน้าไปเสียแล้ว ซึ่งมือของคนเราจัดเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียจำนวนมาก
6.ทำความสะอาดผ้าปูที่นอนนานๆ ครั้ง
ผ้าปูที่นอน รวมทั้งปลอกหมอนและผ้าห่ม มักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่สาวๆ มักชะล่าใจคิดว่ามันสะอาดอยู่เสมอ
7.ไม่ทำความสะอาดมือถือที่ใช้
มือถือที่ใช้อยู่ทุกวัน สัมผัสหน้าจอวันละไม่รู้กี่ร้อยครั้ง ย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงเชื้อโรคต่างๆ ได้เลย
8.เผชิญกับมลภาวะทุกวัน
ปัญหามลภาวะถือเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ อาจจะต้องเผชิญกับปัญหานี้อย่างหนัก ซึ่งปัญหามลภาวะไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังก่อความเสียหายต่อผิวพรรณอีกด้วย และที่สำคัญยังทำให้เกิดสิวอุดตันและริ้วรอยอีกเช่นกัน
Cr. Sanook

ที่อยู่

Bangkok
10120

เบอร์โทรศัพท์

+66851488938

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สวยสดใส โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สวยสดใส:

ทางลัด

แชร์