Vagabook ร้านหนังสืออิสระ : Independent bookstore Independent Bookshop

การปล่อยให้ตัวเองหลงทางบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไร เพราะมันทำให้ฉันค้นพบสิ่งที่ไม่รู้ตัวว่าตามหาอยู่เสมอDear Traveler, ก...
14/06/2026

การปล่อยให้ตัวเองหลงทางบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไร เพราะมันทำให้ฉันค้นพบสิ่งที่ไม่รู้ตัวว่าตามหาอยู่เสมอ
Dear Traveler, การเริ่มต้นเส้นทางใหม่
อาจเต็มไปด้วยความสับสน
และความกลัวว่าจะผิดหวังซ้ำอีกครั้ง
แต่บางที…การ “หลงทาง” อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร
เพราะระหว่างทาง เราได้เจอผู้คน เรื่องราว และบทเรียนที่ทำให้เติบโตขึ้น
พบกับ เรื่องราวการเดินทางครั้งใหม่ที่จะพาคุณสำรวจทุกความรู้สึก ตั้งแต่ความเหงา
การหลงทางจนถึงการกลับมารักตัวเองอีกครั้งผ่านบทสนทนากับผู้คน
เรื่องเล่าที่ได้พบเจอและทางแยกที่เราต่างต้องเลือกเดินในชีวิต
หนังสือเล่มนี้จะคอยบอกคุณว่า…ไม่ว่าหนทางในอนาคตของคุณจะเป็นเช่นไร
ขอเพียงยินดีกับ “การหลงทางครั้งใหม่”
และเตรียมใจให้พร้อมสำหรับการผจญภัยที่รออยู่ข้างหน้า
🏷️ Dear Traveler, ขอให้เธอยินดีกับการหลงทางครั้งใหม่
🏷️ ราคา 295 บาท
.
สั่งซื้อทาง DM/Line Магазин відбірних/унікальних книг
หรือลองมาอ่านดูที่ร้านก่อนได้เลยครับ 🙂
.
Vagabook l Reader’s safe zone
Know the world, Know yourself

อย่าเพิ่งเปิดหนังสือเล่มนี้ ถ้าคุณยังไม่พร้อมเป็นตัวเองท่ามกลางยุคสมัยแห่งการแชร์ทุกอย่างในสื่อสังคมออนไลน์ เราต่างพยายา...
13/06/2026

อย่าเพิ่งเปิดหนังสือเล่มนี้ ถ้าคุณยังไม่พร้อมเป็นตัวเอง
ท่ามกลางยุคสมัยแห่งการแชร์ทุกอย่างในสื่อสังคมออนไลน์ เราต่างพยายามปั้นแต่งให้ตัวเองดูดี เราเสพสื่อ ไถฟีด กดไลก์ เปิดรับโลกภายนอกจนเผลอปิดประตูหัวใจ คล้ายจะหลงลืมว่าเราเป็นใคร มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร และจะก้าวเดินไปในทิศทางไหนต่อดี
**บันทึกลับ ฉบับเขียนแล้วเผา** คือพื้นที่พิเศษให้คุณเปิดเปลือยตัวตนโดยไม่ต้องกังวลสายตาใคร ตอบคำถามที่จะล้วงลึกถึงก้นบึ้งของจิตใจ นั่งไทม์แมชชีนไปเปิดกล่องความทรงจำในวัยเยาว์ ชวนจับเข่าเปิดใจคุยกับตัวเองในวันนี้ เล่นเกมทำนายอนาคตในอีกสิบปีข้างหน้า ทดลองออกแบบเพลย์ลิสต์ประกอบชีวิตตัวเอง และอีกหลายคำถามที่จะทำให้คุณประหลาดใจ หัวเราะ เขินอาย ถวิลหา หรือมีน้ำตา
ถึงเวลาเล่นเกม “จริงหรือกล้า” ออกผจญภัยสำรวจข้างในหัวใจ และกลับออกมาเป็นคนใหม่ที่สนิทกับตัวเองยิ่งกว่าเดิม
เมื่อเขียนคำตอบครบทุกหน้าแล้ว จะเก็บกลับเข้าชั้น ซ่อนไว้สักที่ ปิดตาย … หรือจะเผาทิ้งก็ได้นะ
🏷️ Burn After Writing บันทึกลับ ฉบับเขียนแล้วเผา
 🏷️ ราคา 235 บาท
 .
 สั่งซื้อทาง DM/Line Магазин відбірних/унікальних книг
 หรือลองมาอ่านดูที่ร้านก่อนได้เลยครับ :)
 .
 Vagabook l Reader’s safe zone
 Know the world, Know yourself

11/06/2026
การดำเนินชีวิตเรียบง่ายด้วยความเต็มใจนั้น คือการแสดงออกถึงเสรีภาพของมนุษย์ที่จะเลือก ยิ่งกว่าทำตามคำสั่ง ยิ่งกว่าจะเดินต...
11/06/2026

การดำเนินชีวิตเรียบง่ายด้วยความเต็มใจนั้น คือการแสดงออกถึงเสรีภาพของมนุษย์ที่จะเลือก ยิ่งกว่าทำตามคำสั่ง ยิ่งกว่าจะเดินตามลัทธิบริโภคนิยมที่ครอบงำเราอย่างไม่หยุดยั้ง
หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเรียบง่ายไม่ใช่ความยากไร้ ไม่ใช่ความตระหนี่ถี่เหนียว ไม่ใช่การปฏิเสธตัวเอง แต่เป็นการฟื้นฟูสุขภาวะในท่ามกลางความมั่งคั่งทางวัตถุซึ่งขาดแคลนด้านจิตวิญญาณมากขึ้นทุกวัน
การเร่งรีบ แข่งขัน ด้วยจุดประสงค์ที่ลิดรอนภาวะความสุขของชีวิตโดยไม่ยั้งคิดตลอดมา ที่สุดก็จะมีสัญญาณเตือนจากจิตวิญญาณด้านในเรียกร้องให้นำมันกลับคืนมา จอห์น เลน ได้ร้อยเรียงประสบการณ์การปรับปรุงชีวิตให้สมถะและเรียบง่าย ที่ไม่ใช่ความตระหนี่ถี่เหนียว ชี้ชวนให้เท่าทันกระแสบริโภคนิยม และลดความต้องการที่ไม่จำเป็นลง เพื่อเปิดที่ว่างให้กับการสร้างสรรค์และมีความสุข ณ ปัจจุบันขณะ ถ้อยความอันทรงพลัง แนวปฏิบัติที่ไม่ซับซ้อน อ่อนโยนต่อชีวิต และความเรียบง่ายอย่างเต็มใจ จอห์นได้ส่งต่อคุณค่าใหม่มาแตะเบรคให้กับสังคมบริโภคนิยมที่เราก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย
หากกล่าวถึงคุณค่าของความเรียบง่ายอย่างเต็มใจที่ว่านี้ ไม่ได้ปฏิเสธความสะดวกสบาย หากแต่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับความฟุ่มเฟือย ไม่ได้ปฏิเสธความเร็ว หากแต่ตั้งคำถามกับความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น ไม่ได้ปฏิเสธความรวย หากแต่รู้จักพอใจที่จะยากจน และยิ่งไปกว่านั้นคือการพัฒนาความมั่งคั่งทางจิตใจ ให้ค่ากับเสรีภาพในการเลือกอย่างพิจารณามากกว่าประพฤติตามคำสั่งอยู่ร่ำไป และสาระในภาพรวมก็คือ ชีวิตจะดีงามอย่างไรจึงจะไม่สุดโต่งและไม่น่าเบื่อ ฯลฯ ศิลปะการใช้ชีวิตเรียบง่ายเหล่านี้รอคอยเราอยู่ทุกโมงยามให้เราเอื้อมไปแตะ
🏷️ Timeless Simplicity : ความเรียบง่ายไร้กาลเวลา
🏷️ ราคา 300 บาท
 .
 สั่งซื้อทาง DM/Line Магазин відбірних/унікальних книг
 หรือลองมาอ่านดูที่ร้านก่อนได้เลยครับ :)
 .
 Vagabook l Reader’s safe zone
 Know the world, Know yourself

09/06/2026

หนังสือพาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด
ได้ไปในที่ๆอยากไป
ได้เห็นสิ่งที่อยากเห็น
ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยกล้าลงมือทำ
ได้ไปเจอเรื่องราวดีๆ
ได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆ
ได้เจอผู้คนที่น่ารักและอบอุ่นแม้แต่คนแปลกหน้าอย่างเรา
ได้เจอคนที่ชอบอะไรที่คล้ายๆกัน
ตอนกำลังเดินทางกลับก็นึกถึงคำถามที่ถูกถามตอนจัด Book Club ขึ้นมาได้
“นึกถึงการเดินทาง นึกถึงเพลงอะไร”
ผมไม่มีโอกาศได้ตอบในตอนนั้น
แต่ผมนึกถึงเพลง “ก่อนลา” ของคุณวสันต์
เพราะผมไม่รู้ว่าหลังจบทริปนี้จะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่
แต่ที่แน่ๆคือผมจะคิดถึงช่วงเวลาดีๆที่ได้พบกัน
แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม
ขอบคุณหนังสือที่พาเราไป
ขอบคุณหนังสือที่ทำให้เราได้พบกัน
แล้วพบกันใหม่ครับ :)
 .
Vagabook l Reader’s safe zone
Know the world, Know yourself

08/06/2026

“โลกไม่เพียงแต่ต้องการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจต้องการร้านหนังสือเพิ่มขึ้นด้วย” ข้อความขนาดกลางที่เขียนให้คนจัดงาน จากความคิดคนทำเจ้าป้ายร้านสีเขียวที่เราเห็น .. ร้านหนังสือไม่เพียงต้องการคนอ่าน แต่ต้องการคนเขียนถึงด้วย 🩵

ชอบรูปนี้ การเจอกันของป๊อกและติน่า คนหนึ่งมาจากกทม คนหนึ่งข้ามน้ำมาจากเวียงจันทน์ ติน่าเป็นเยาวชนลาวที่ไปเช้าเย็นกลับเพื่อเข้ามาหมกตัวอยู่ในห้องสมุดประชาชนหนองคายตั้งแต่เด็ก ป๊อกคือคนที่ทักมาขอวางซีนขายที่บ้านและจะมาเก็บเสียงน้ำในหนองคายเพื่อเล่นเป็นวงเปิดเล็กๆ ก่อนหมอลำ - คนจากเมืองหลวงสองประเทศ มาเจอกันที่หนองคาย

ยังมีแอนสบิกที่พาเพื่อนๆ อีก 4 คนมาจากฝั่งลาว แอนสบิกบ้านอยู่สะหวันนะเขต จัดงานสะหวันฟิล์มเฟส เราข้ามมากันที่นี่ - - คนลุ่มน้ำโขง

พวกเราเจอกันที่ร้านหนังสือ

- -

เบนจามิน ไหล ลุ่มน้ำโขงอีกคน เขียนทั้งป้ายเขียวและข้อความข้างล่างนี้

1.
ผมทำป้ายพื้นสีเขียว ตัวหนังสือสีขาวให้ร้านหนังสือ
มีคนถามผมว่าทำไมจึงเลือกสีนี้
คำตอบง่ายๆ ก็คือผมชอบ

ผมเชื่อว่าร้านหนังสือ
กับร้านขายยามีความคล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาด
เวลาที่ร่างกายของเราเจ็บป่วย
เราจะเดินเข้าหาร้านยา เราจะเล่าอาการให้เภสัชกรฟัง บอกว่าเราปวดหัว เป็นไข้ นอนไม่หลับ หรือมีบาดแผลตรงไหน

แล้วเภสัชกรจะพยายามหายาที่เหมาะสมกับอาการนั้นให้เรา เพราะเขารู้ดีว่ายาแต่ละชนิดไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรักษาคนทุกคนเหมือนกัน ยาที่ช่วยคนหนึ่ง
อาจไม่ช่วยอีกคนหนึ่งเลยก็ได้

2.
แต่ชีวิตมนุษย์ไม่ได้มีเพียงความเจ็บป่วยทางร่างกาย
เรายังมีบาดแผลอีกจำนวนมากที่ไม่ปรากฏอยู่บนผิวหนัง

ความเหงา ความผิดหวัง ความรู้สึกสูญเสีย
ความสับสนต่ออนาคต ความรู้สึกว่าตนเองไร้คุณค่า

หรือแม้แต่คำถามเงียบๆ ที่ดังอยู่ในใจ
ว่าเราควรมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร บาดแผลเหล่านี้
ไม่สามารถตรวจพบได้จากเครื่องเอกซเรย์
และไม่มีเภสัชตำรับใดในโลก
ที่ระบุวิธีรักษาไว้อย่างชัดเจน

มนุษย์จึงต้องการการเยียวยาอีกแบบหนึ่ง
ต้องการใครสักคนที่เคยผ่านความทุกข์คล้ายกันมาก่อน เคยหลงทางมาก่อน เคยร้องไห้มาก่อน
และยังมีชีวิตอยู่มาจนถึงวันที่สามารถเล่าเรื่องนั้น
ให้คนอื่นฟังได้

3.
หนังสือจึงถือกำเนิดขึ้นจากความต้องการเช่นนี้
มันเป็นที่เก็บความคิด ความฝัน ความล้มเหลว
ความหวัง และประสบการณ์ชีวิตของผู้คนจากหลากหลายยุคสมัย เป็นสถานที่ที่มนุษย์ฝากร่องรอยของหัวใจเอาไว้
บนหน้ากระดาษ เพื่อส่งต่อให้ใครอีกคน
ที่อาจกำลังเผชิญพายุลูกเดียวกันในอนาคต

ในความหมายหนึ่ง เภสัชกรกับบรรณารักษ์
หรือแม้แต่คนขายหนังสือ อาจกำลังทำงาน
คล้ายกันมากกว่าที่เราคิด

คนหนึ่งรักษาร่างกาย ส่วนอีกคนหนึ่งรักษาหัวใจ

คนหนึ่งจ่ายยาให้กับความเจ็บปวดที่มองเห็นได้
ส่วนอีกคนหนึ่งจ่ายเรื่องเล่า ความคิด และถ้อยคำ
ให้กับความเจ็บปวดที่ไม่มีใครมองเห็น

คนหนึ่งถามว่าเจ็บตรงไหน
ส่วนอีกคนอาจถามว่าในชีวิตกำลังแบกอะไรอยู่

แม้วิธีการจะแตกต่างกัน แต่ความปรารถนาของทั้งสองกลับเหมือนกันอย่างน่าประหลาด นั่นคืออยากเห็นมนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับไปมีชีวิตที่ดีขึ้น

4.

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่เคยมองร้านหนังสือเป็นเพียงสถานที่ซื้อขายสินค้า

สำหรับผมมันคล้ายคลินิกเล็กๆ ของจิตวิญญาณ
เป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินเข้ามาพร้อมความเหนื่อยล้า
และเดินออกไปพร้อมความเข้าใจบางอย่างที่เพิ่มขึ้น

เป็นสถานที่ที่คนแปลกหน้าสามารถพบเพื่อนผ่านตัวอักษรของนักเขียนที่จากไปนานแล้ว เป็นสถานที่ที่ใครบางคน
อาจค้นพบว่าความทุกข์ที่ตนกำลังเผชิญอยู่นั้น
ไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาเพียงคนเดียวบนโลกใบนี้

ไม่มีหนังสือเล่มไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน
เหมือนที่ไม่มียาชนิดใดรักษาได้ทุกโรค

หนังสือแต่ละเล่มมีผู้อ่านของมัน และผู้อ่านแต่ละคน
ก็กำลังมองหาหนังสือคนละเล่ม บางคนต้องการปรัชญา บางคนต้องการบทกวี บางคนต้องการนิยาย บางคนเพียงต้องการประโยคสั้นๆ สักประโยค
ที่ช่วยให้เขาผ่านคืนนี้ไปได้

ความมหัศจรรย์ของหนังสือจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนหน้าหรือชื่อเสียงของผู้เขียน แต่อยู่ที่การเดินทางไปถึงหัวใจของคนอ่านในเวลาที่เหมาะสม เหมือนยาที่ถูกจ่ายให้ถูกโรคในวันที่คนไข้ต้องการมันมากที่สุด

5.
นั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกสีเขียว สีเขียวสำหรับผม

ไม่ใช่เพียงสีของต้นไม้ แต่เป็นสีของการฟื้นตัว
เป็นสีของใบไม้ที่ผลิขึ้นอีกครั้งหลังผ่านฤดูแล้ง
อันยาวนาน เป็นสีของความหวังที่ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง

ส่วนตัวหนังสือสีขาวนั้นทำให้ผมนึกถึงแสงสว่างเล็กๆ ที่มนุษย์ส่งถึงกัน เป็นเหมือนข้อความจากใครสักคนที่เคยเดินอยู่ในความมืด แล้วทิ้งร่องรอยเอาไว้เพื่อบอกคนที่เดินตามมาว่า
"ฉันเคยอยู่ตรงนี้เหมือนกัน
และในที่สุดฉันก็ผ่านมันมาได้"

6.

โลกไม่เพียงแต่ต้องการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจต้องการร้านหนังสือเพิ่มขึ้นด้วย
เพราะมนุษย์ไม่ได้ป่วยแค่ร่างกาย
หัวใจของเราก็เหนื่อยเป็น แตกสลายเป็น และเฝ้ารอการเยียวยาเป็นเช่นเดียวกัน

ป้ายพื้นสีเขียว ตัวหนังสือสีขาว จึงไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของร้านหนังสือ
แต่มันคือการบอกผู้คนที่เดินผ่านไปมาว่า
หากวันนี้คุณกำลังหลงทาง กำลังเหนื่อยล้า
หรือกำลังแบกบางสิ่งที่หนักเกินกว่าจะเล่าให้ใครฟัง ข้างในนี้อาจมีหนังสืออยู่สักเล่มหนึ่งที่กำลังรอคุณอยู่เงียบๆ

เหมือนยาที่ถูกจ่ายให้ถูกโรค เหมือนเพื่อนเก่าที่เข้าใจโดยไม่ต้องอธิบาย

และเหมือนต้นไม้สีเขียวต้นหนึ่งที่ยังยืนยันกับโลกอย่างอ่อนโยนว่า ไม่ว่าชีวิตจะผ่านฤดูแล้งมายาวนานเพียงใด มนุษย์ก็ยังสามารถผลิใบได้อีกครั้งเสมอ

- -

รูปของ ลาวเด้อ

🥹🥹🥹
08/06/2026

🥹🥹🥹

ชื่อเฉพาะกิจมาก”แอลกอฮอร์“🤣🤣🤣
07/06/2026

ชื่อเฉพาะกิจมาก
”แอลกอฮอร์“
🤣🤣🤣

วันนี้ชาวท่าบ่อ หนองคายยินดีต้อนรับ Vagabook ร้านหนังสือขนาดกระทัดรัดเดินทางมาด้วยคุณเวสป้าที่ชื่อ แอลกอฮอลล์ มาจอดที่ไมตรีจิต 11.00-15.00 น.

เชิญชวนทุกท่าน มาสนทนา มาหยิบหนังสือติดไม้ติดมือไปอ่านบรรเลงใจกันซักเล่มสองเล่มนะคะ

ขอบคุณคุณเอิร์ธที่แวะมาหาเรา
ไมตรีจิต

ที่อยู่

1 4 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ
Bangkok
10250

เวลาทำการ

อังคาร 11:00 - 20:00
พุธ 11:00 - 20:00
พฤหัสบดี 15:00 - 00:00
ศุกร์ 15:00 - 00:00
เสาร์ 15:00 - 00:00
อาทิตย์ 15:00 - 00:00

เบอร์โทรศัพท์

+66802592617

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Vagabookผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Vagabook:

แชร์