Edukids จำหน่ายของเล่นเสริมพัฒนการ และของใช้เด็ก

รู้ก่อนหายก่อน !! เบ่งฉี่ ปัสสาวะไม่สุด มีเลือดบางๆที่ผ้าอ้อม กังวลว่าลูกน้อยเป็นโรคไต (พบมากในเด็กผู้ชาย) การติดเชื้อทา...
16/01/2022

รู้ก่อนหายก่อน !! เบ่งฉี่ ปัสสาวะไม่สุด มีเลือดบางๆที่ผ้าอ้อม กังวลว่าลูกน้อยเป็นโรคไต (พบมากในเด็กผู้ชาย)

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็ก หลายๆครอบครัวที่เป็นมือใหม่ที่เพิ่งมีลูกชาย ส่วนใหญ่มักกังวลใจมาก เพราะกลัวลูกจะเป็นโรคไต ซึ่งอาการที่พบคือปัสสวะไม่สุด เบ่งฉี่ มีเลือดบางๆที่ผ้าอ้อม อาการเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกทีเดียวว่าเด็กมีอาการไตมีปัญหา แต่เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีหนังหุ้มปลายอวัยเพศที่เยอะเกินไปนั่นเอง ซึ่งครอบอวัยเพศไว้ ทำให้มีการปัสสาวะไม่สุด และอุดตันทำให้เกิดแผลได้และเชื้อโรค ซึ่งหากปล่อยไว้นานๆจะมีผลต่อระบบไตของเด็กได้นั่นเอง

วิธีที่ดีที่สุด ควรหมั่นทำความสะอาดอวัยเพศด้วยการรูดปลายอวัยวะให้เปิดเห็นปลายของอวัยวะ ( หมั่นทำทุกครั้งหลังอาบน้ำ เช้าและเย็น ) แต่ไม่ควรทำแรงเกินไปนะค่ะ
จะช่วยทำให้ปลายหนังหุ้มอวัยวะคลายตัว และการปัสสาวะจะสะดวกและไม่ติดขัดได้ค่ะ

หวังว่าบทความดีๆนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่มีเด็กผู้ชายนะค่ะ

ยังไงฝากกดติดตาม กดไลท์ กดแชร์ให้ด้วยนะค่ะ แอดมินจะมีบทความดีๆมานำเสนอเป็นระยะๆค่ะ

ขอให้มีความสุขกับวันจันทร์นี้นะค่ะ ขอบคุณค่ะ

นมแม่ กับ นมผง ข้อดีต่างกันอย่างไร ??เราขอพูดถึงเรื่องนมผงก่อนนะค่ะ ในอดีตนมผงไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักและอาจต้องใช้ตามแพ...
16/01/2022

นมแม่ กับ นมผง ข้อดีต่างกันอย่างไร ??

เราขอพูดถึงเรื่องนมผงก่อนนะค่ะ
ในอดีตนมผงไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักและอาจต้องใช้ตามแพทย์สั่ง อีกทั้งสารอาหารของนมผงก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย ต่อมาเวลาเปลี่ยนไปวิทยาศาสตร์มีความก้าวหน้าขึ้นมาก นมผงก็มีการปรับปรุงสูตรให้เทียบกับนมแม่มากขึ้นนั่นเอง

สำหรับสารอาหารหลักๆในนมผง มีดังนี้

DHA และ ARA เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทางสมองและสติปัญญาของเด็ก

Probiotics คือจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดจุลินทรีย์ก่อโรคในลำไส้ ช่วยให้ฃระบบขับถ่ายเป็นปกติ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดี และบางสายพันธุ์ยังสามารถลดโอกาสในการเกิดโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย
Prebiotics เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่ดีระบบทางเดินอาหาร หรือ probiotics นั่นเองค่ะ

Sphingomyelin เป็นสารอาหารกลุ่มไขมันที่ช่วยในการสร้างไมอีลินชีท ซึ่งเป็นเยื่อหุ้ม axon ของเซลล์ประสาท
อันเป็นฉนวนไฟฟ้าในสมอง ช่วยให้กระแสประสาทผ่านไปได้เร็วขึ้น จึงช่วยส่งเสริมการทำงานและพัฒนาการของสมอง

กรดอะมิโนต่างๆเช่น Taurine เป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของระบบประสาทและสมอง

เรามาดูในส่วนของนมแม่
1.นมแม่เป็นสารอาหารที่ได้จากธรรมชาติ
2.นมแม่ช่วยให้ลูกเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน
3.นมแม่ช่วยให้ลูกห่างไกลโรค เพราะนมแม่เปรียบเสมือนวัคซีนธรรมชาติที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานต่างๆ
4.นมแม่มี DHA ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัว ที่เป็นองค์ประกอบของไขมันทช่วยในการที่ช่วยบำรุงสมอง และทอรีนจัดว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการของระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองของทารกแรกเกิด
5.ช่วยลดภาวะเสี่ยงของการเป็นโรคภูมิแพ้ หลังคลอดคุณแม่จะมีน้ำนมสีเหลือง หรือ โคลอสตรัม ซึ่งน้ำนมส่วนนี้ให้ภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับทารก โดยเฉพาะทารกคลอดก่อนกำหนดควรได้รับนมแม่ส่วนโคลอสตรัม
6.นมแม่ช่วยปรับสมดุลย์ระบบย่อยและระบบขับถ่าย มีสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ยับยั้งการเกิดเชื้อโรคในลำไส้ ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกท้องเสีย
7. มีสารทำลายเชื้อโรคในช้องปาก ช่วยป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโต ของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในช่องปากลูก
8.ไม่ทำให้ลุูกอ้วนจนเกินไป เนื่องจากนมแม่มีสารอาหาร อยู่ในสัดส่วนทีเหมาะสมกับเด็กทารก
9. ช่วยสร้างความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูก มีผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และสมอง

คราวนี้ทราบกันแล้วนะค่ะ ว่าระหว่างนมแม่กับนมผง มีข้อแตกต่างกันอย่างไร

ยังไงคอยติดตามบทความดีๆได้ที่นี่นะค่ะ ขอบคุณค่ะ

2 สิ่งนี้ สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยของคุณได้...ท่านเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเด็กบางคนถึงป่วยบ่อย แต่เด็กบางคนกลับไม่ค่อ...
06/12/2021

2 สิ่งนี้ สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยของคุณได้...

ท่านเคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเด็กบางคนถึงป่วยบ่อย แต่เด็กบางคนกลับไม่ค่อยป่วย เคล็ดไม่ลับอยู่ตรงนี้ค่ะ

1. เบต้าแคโรทีน มีมากในผักและผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือส้มจัด ผักใบเขียวจัด เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง แครอท มะละกอ มะม่วงสุก มะเขือเทศ กีวี ฯลฯ

2. วิตามินบี ซึ่งพบมากในเนื้อปลา ผักใบเขียว นม เนื้อสัตว์ ถั่วต่าง ๆ ตับ ไข่ และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวซ้อมมือ

ในช่วงสถานการณ์โควิดที่รุนแรงแบบนี้ เราควรหาอาหารที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทานกันด้วยนะค่ะ แอดมินหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากไม่น้อย

หากท่านใดมีข้อแนะนำอะไรเพิ่มเติมสามารถคอมเม้นท์เข้ามาได้นะค่ะ

ยังไงฝากติดตามเพจด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากๆค่ะ

รถหัดเดินเจ้านี้ราคาดีมากๆ แอดแนะนำนะค่ะ
05/12/2021

รถหัดเดินเจ้านี้ราคาดีมากๆ แอดแนะนำนะค่ะ

-เรียนลูกค้า สวัสดี: ตามเก็บ! รับคูปอง! ” 😁😁 🎈🎈🎈โกดังของเราอยู่ในกรุงเทพกรุณากรอกที่อยู่และเบอร์ติดต่อให้...

9 เทคนิคง่ายๆในการแก้ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็ก.....1.การป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็ก สามารถทำได้ง่ายๆ โดยควรเริ่มฝึกฝ...
27/11/2021

9 เทคนิคง่ายๆในการแก้ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็ก.....

1.การป้องกันพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็ก สามารถทำได้ง่ายๆ โดยควรเริ่มฝึกฝนเรื่องของการควบคุมอารมณ์และเหตุผล แก่เด็ก ตั้งแต่ 3ขวบเป็นต้นไป

2.สงบ เมื่อเด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว ห้ามไปโวยวายกับเด็กเมื่อเด็กมีพฤติกรรมดังกล่าว แต่ควรใช้สติและเหตุผล
จับและกอดเด็กมาพูดคุยถึงสาเหตุที่เด็กไม่พอใจจนแสดงพฤติกรรมดังกล่าวออกมา ให้เด็กระบายด้วยคำพูด อย่าไปคาดคั้นเด็ก

3. ต้องไม่ใช้ความรุนแรงเข้าไปเสริม จากการวิจัยพบว่าการลงโทษที่รุนแรงไม่ได้ช่วยให้เด็กเปลี่ยนพฤติกรรมได้ แต่จะเป็นการส่งเสริมและจะกลายเป็นพฤติกรรมถาวรไปกับเด็กได้นั่นเอง

4. ไม่ควรมีข้อต่อรอง อาทิเช่น หยุดนะเด๋วให้กินขนม เด๋วพาซื้อของเล่น การทำลักษณะแบบนี้จะเป็นการส่งเสริมให้เด็กคิดว่าทำแล้วจะได้ผลตอบแทนที่ดี

5. ฝึกให้เด็กรู้จักการเห็นอกเห็นใจ มีจิตใจโอบอ้อมอารี แก่คน สัตว์ สิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของอื่นๆ

6. ห้ามเปรียบเทียบเด็ดขาด เพราะจะทำให้เด็กมีปมด้อย ส่งผลให้เด็กเกิดอาการซึมเศร้าได้ในอนาคต

7. ห้ามยั่วยุ หรือข่มขู่เพื่อให้เด็กหยุดความก้าวร้าว การทำลักษณะนี้ยิ่งจะทำให้เด็กโกรธขึ้นเรื่อย จะเป็นการทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมและนำไปใช้กับคนอื่นๆ

8.ผู้ปกครองต้องทำเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็น เช่นควรใจเย็น พูดจากันดีๆกันภายในครอบครัว

9. ฝึกเรื่องของการมีระเบียบวินัย เพราะจะฝึกให้เด็กมีเหตุผล รู้จักลำดับขั้นตอน และมีสมาธิมากขึ้นนั่นเอง


ลองดูนะค่ะ บทความนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากไม่น้อย เป็นข้อมูลทางวิชาการที่แอดมินดัดแปลงและทำเป็นบทความขึ้นค่ะ
หากท่านมีข้อเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมก็สามารถคอมเม้นท์เข้ามาได้นะค่ะ

ยังไงฝากติดตามเพจด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากๆค่ะ

เด็ก ๆ ของเรากำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้าหรือเปล่า1. หากสังเกตได้ว่าเด็กมักจะนั่งซึม หน้าตาเหม่อลอย หรือรู้สึกเศร้าบ่อย ๆ โดย...
10/11/2021

เด็ก ๆ ของเรากำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้าหรือเปล่า

1. หากสังเกตได้ว่าเด็กมักจะนั่งซึม หน้าตาเหม่อลอย หรือรู้สึกเศร้าบ่อย ๆ โดยไม่มีสาเหตุ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่า ลูกของคุณอาจจะมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูปัจจัยอื่น ๆ ประกอบไปด้วยนะคะ เพราะบางทีที่เด็ก ๆ เศร้าอาจจะเกิดจากการโดนเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้ง หรือโดนคุณครูดุก็ได้ ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็อย่าตีโพยตีพายไปนะคะ

2. ถ้าเด็กชอบร้องไห้หนักๆบ่อยๆ แบบไม่มีที่มาที่ไป จากนี้คุณพ่อคุณแม่ก็น่าจะสละเวลางานสักนิด มาดูแลเด็ก เพราะเด็ก อาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ก็ได้

3. ถ้าอยู่ๆ เด็กกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากเด็กที่เคยร่าเริงแจ่มใส แต่มาตอนนี้กลับไม่มีภาพเหล่านั้นให้เห็นอีกแล้ว แถมยังชอบปลีกตัวออกไปอยู่คนเดียว ไม่ยอมออกมาเล่นกับคุณพ่อคุณแม่ หรือแม้กระทั่งเพื่อนสนิทของตัวเอง มีโอกาสเป็นไปได้สูงเลยว่าลูกของคุณอาจจะกำลังตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า ยกเว้นว่าเด็กที่กำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พวกเขาก็อาจจะอยากอยู่ในโลกของตัวเองบ้างก็ได้

4. เด็กที่อยู่ภาวะซึมเศร้านั้น ไม่ได้มีอาการเซื่องซึมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขายังมีอารมณ์เกรี้ยวกราด และก้าวร้าวอีกด้วย เนื่องมาจากความกดดันต่างๆ จึงทำให้พวกเขาต้องแสดงอาการเช่นนั้นออกมาเพื่อระบาย หรือเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่

5. ลักษณะการนอน หากเขานอนกระสับกระส่ายบ่อยครั้ง หรือพฤติกรรมการนอนแปลกไปจากเดิม อย่างเช่น นอนน้อยเกินไป ตื่นเร็ว หรือนอนมากเกินไป เด็กก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน

6. นอกจากนี้เด็กบางรายอาจมีอาการเบื่ออาหาร ซึ่งอาการเบื่ออาหารนี้ ก็สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ โดยการดึงดูดความสนใจของลูก ไปที่ของเล่น โทรทัศน์ หรือสิ่งอื่นๆ ที่เขาจะช่วยให้เด็กๆ ทานอาหารได้มากขึ้น

7. อาการซึมเศร้านั้นไม่ได้มีผลกระทบต่อจิตใจของเด็กเพียงอย่างเดียว แต่จะมีอาการอื่น ตามมาด้วย เช่น อาการปวดหัว อาการปวดท้อง หรืออื่นๆ ซึ่งอาการแทรกซ้อนเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้คุณพ่อคุณแม่ควรพาเด็กๆ ไปพบแพทย์โดยด่วน

8. หากเขาเอาแต่หมกตัว และใช้เวลาอยู่กับเรื่องที่เขาสนใจมากเกินไป ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นภาวะซึมเศร้าเช่นกัน เพราะจะทำให้เกิดความผิดปกติของกลไกการป้องกันตัวเอง เพื่อสั่งให้สมองสร้างความสุขให้กับตัวเอง ในกรณีที่มีความทุกข์ แต่หากสนุกตลอดกลไกดังกล่าวก็จะไม่สมดุลนั่นเอง

9. คุณพ่อคุณแม่ก็ควรให้กำลังใจลูก เล่าประสบการณ์ดี ๆ ให้เขาฟังบ้าง พูดชื่นชมเขาบ้าง ก็จะช่วยให้เด็กมีความมั่นใจมากขึ้น แต่หากคุณพ่อคุณแม่ยิ่งตอกย้ำความคิดของลูก ก็จะยิ่งทำให้เขาตกอยู่ในภาวะเครียด และเข้าสู่โหมดซึมเศร้ามากขึ้น

ปัจจุบันนี้พบว่าเด็กไทยมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นหาคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้เด็กของคุณเป็นหนึ่งในจำนวนเด็กที่มีอาการซึมเศร้าก็อย่าลืมดูแล และเอาใจใส่พวกเขาให้มากๆ นะคะ เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรัก ความอบอุ่นจากพ่อแม่อีกแล้วล่ะค่ะ

ขอขอบพระคุณบทความดีอ้างอิงจากเวปกระปุกดอตคอม

หากท่านใดมีข้อแนะนำอะไรเพิ่มเติมสามารถคอมเม้นท์เข้ามาได้นะค่ะ
ยังไงฝากติดตามเพจด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากๆค่ะ

ที่อยู่

Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 22:00
อังคาร 10:00 - 22:00
พุธ 10:00 - 22:00
พฤหัสบดี 10:00 - 22:00
ศุกร์ 10:00 - 22:00
เสาร์ 10:00 - 22:00
อาทิตย์ 10:00 - 22:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Edukidsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์