31/07/2026
#คุยไปเรื่อย
ตอนนี้แอดมินรับโปรเจครีวิวหนังสือให้หน่วยงานรัฐหน่วยหนึ่ง มีนักเขียนนักอ่านช่วยกันทำหลายคนตามความถนัดของแต่ละท่าน ปกติเวลาเขียนรีวิวขายหนังสือ เราจะอ่านแค่รอบเดียว มีเปิดพลิกบ้างแค่เฉพาะหน้าที่จะอ้างถึง
แต่เมื่อทำงานตามกฏเกณฑ์ ต้องบันทึกการอ่านอย่างละเอียด ในแบบที่ถ้ามี Quote ดีๆต้องจดว่ามาจากหน้าไหน หรือถ้าจะวิเคราะห์กลวิธีการเขียน ก็จำเป็นต้องอ่านเทียบกับเล่มอื่น เลยทำให้
1. เราต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ต่ำกว่า 2 รอบ (อ่านจริงไป 3-4 รอบ) เพื่อค้นข้อมูลอ้างอิง
2. ต้องอ่านหนังสือเรื่องอื่นเทียบกัน
คือมันมีคำถามที่ค้างคาใจอย่างหนึ่งในตอนอ่านเล่มนี้ มันไม่ใช่หนังสือแนวที่ชอบ ไม่ใช่ fast pace แล้วทำไมเราถึงอ่านมันสนุก ทำไมอ่านแล้วถึงเห็นภาพเยอะจัง เหมือนดูภาพยนตร์ เราก็เลยต้องมา "แกะวิธีการเขียน" ของนักเขียน โอ้ เป็นการอ่านหนังสือที่ละเอียดมากที่สุดในรอบปี แต่ก็สนุกนะ เพราะพอลองแกะกลวิธีการเขียนแล้ว ก็ทำให้ appreciate เพิ่มขึ้นอีกเท่า (คุ้มค่าราคาหนังสือขึ้นมาเท่าตัว อิอิ)
แล้วก็มีจุดที่ดิฉันคิดว่าถูกล่อลวง หลอกล่อทางจิตวิทยาให้อยากอ่าน นั่งคิดอยู่นานว่าทำไม
หนังสือเล่มเดียวดิฉันพัวพันตั้งแต่วันที่ 15 กค. จนถึงวันนี้ 2 สัปดาห์เต็ม!
ตอนพบที่ปรึกษาโครงการ (อาจารย์มกุฏ อรฤดี) เคยเล่าให้อาจารย์ฟังว่าปัญหาของโครงการแบบนี้คือท่าตอบแทน คนทั่วไปให้ค่าตอบแทนการเขียนวิจารณ์หนังสือสักเล่มแค่ "เวลาเขียน" (เราทราบ เพราะเราเคยทำงานนิตยสารมาก่อน) แต่ไม่มีใครให้ค่าตอบแทน "เวลาอ่าน" ซึ่งก่อนจะเขียน เราต้องใช้เวลาอ่านกันมากมาย อย่างที่เราเล่า บางครั้งต้องอ่านหนังสือเรื่องอื่นมาเทียบกันด้วย (มันจำเป็น)
เอาล่ะ หวังว่าจะเป็นการวิเคราะห์หนังสือที่ทำให้ทุกคนเพลิดเพลินจนอยากอ่านหนังสือบ้าง (หรืออยากเขียนหนังสือบ้าง)
มาเล่าไว้ก่อนไปทำงานค่ะ ช่วงนี้แอดมินติดพันงานจนมาขายหนังสือไม่ได้เลย ขาดรายได้มาพักใหญ่แล้ว แต่ยังไงงานที่รับมาแล้วก็ต้องทำให้สมบูรณ์ก่อน ขอเกาะให้สามีช่วยเลี้ยงพักนึงค่ะ😆