LooKabook ร้านจำหน่ายหนังสือและนิตยสารสะสมสำหรับคอหนังสือประวัติศาสตร์และชีวประวัติบุคคลที่น่าสนใจ

05/09/2026

มณีในอาทิตย์ หนังสือใหม่ ฉบับปกแข็ง หายาก ราคา 550+50ค่าจัดส่ง

 #มณีในอาทิตย์หนังสือบันทึกพระประวัติ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภา ซึ่งคุณ ลดา รุธิรกนก ผู้เขียนได้เรียบเร...
05/09/2026

#มณีในอาทิตย์

หนังสือบันทึกพระประวัติ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภา ซึ่งคุณ ลดา รุธิรกนก ผู้เขียนได้เรียบเรียงขึ้นจากคำบอกเล่า และบันทึกส่วนตัวของหม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา บางส่วนมาจากสมุดจดหมายเหตุรายวันของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภา และจากอีกหลายท่านที่คุ้นเคยกับหม่อมกอบแก้ว ดังที่ผู้เขียนได้ระบุไว้ในคำนำ ส่วนหนึ่งว่า

“...หม่อมกอบแก้วนั้นเปรียบเสมือนหนังสือสรรพวิชาสารพัดประโยชน์อันล้ำค่าที่เราสามารถเลือกอ่าน และนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ในกรณีต่างๆ มิรู้จบ ข้าพเจ้าได้เรียนรู้หลายสิ่งที่ไม่ได้รับการสอนในชั้นเรียนจากท่าน ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีค่ายิ่ง ทางด้านสังคมและปรัชญาชีวิต เมื่อติดตามท่านไปตามงานต่างๆ ท่านจะเป็นผู้นำที่แต่งกายงดงาม และวางตัวในแต่ละงานได้เป็นเยี่ยม แม้นในการกล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาอังกฤษ ท่านก็เลือกสรรถ้อยคำไพเราะมากล่าวเป็นที่ประทับใจผู้ฟังโดยทั่วกัน

ข้าพเจ้าจึงพยายามเขียนเป็นเรื่องเล่าสู่ผู้ที่ไม่เคยรู้จักท่าน หรือ ผู้ที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่า เคยมีพระโอรสที่เป็นสายเลือดของกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นประธานคณะผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภา และพระชายา หม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา สตรีที่ครั้งหนึ่งในสมัยมาลานิยมไทย เป็นที่รู้จักกันในวงสังคม จนมีฉายาว่า สาวสองพันปี ”

นอกจากนี้ในส่วนแรกของหนังสือ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่ ได้เขียนบันทึกไว้เช่นกันว่า

“...ที่สำคัญส่วนหนึ่งสำหรับชีวิตของเจ้ากอแก้ว ก็คือ ตอนที่เจ้าพ่อ (เจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่) ชักชวนพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภา ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ไปพักผ่อนพระวรกายให้มีพลานามัยที่สมบูรณ์ที่เชียงใหม่ พระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ และพระชายา หม่อมกอบแก้ว พร้อมด้วยคณะเสด็จมานครเชียงใหม่ในเดือนพฤษภาคม เป็นเวลาที่เจ้าศิริประกาย ได้ให้กำเนิดธิดาตัวน้อยนอนอยู่ในอู่ เจ้าพ่อและเจ้าแม่ถวายธิดาน้อยให้พระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ และหม่อมกอบแก้วเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์ พระองค์เจ้าอาทิตย์ฯ จึงประทานชื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า กอบแก้วประกายกาวิล ภายหลังเขียนให้คล้องจองก็เลยกลายเป็น กอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่

เจ้ากอแก้วจึงกลายเป็นธิดาคนแรกที่มีพ่ออุปถัมภ์ เป็นประธานผู้สำเร็จราชการแผ่นดินสมัยนั้นไปโดยปริยาย เจ้าพ่ออยากให้ธิดากอแก้วเป็นสตรีงามอย่างหม่อมกอบแก้วในอนาคต ”

#มณีในอาทิตย์ เล่มนี้จะพาท่านไปสัมผัสกับเรื่องราวชีวิตและความรักของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา องค์ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน สมัยรัชกาลที่ ๘ พระสวามีของหม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา ไม่ว่าจะเป็นชีวิตส่วนพระองค์ การศึกษาเล่าเรียน การทำงาน รวมถึงความรักและชีวิตคู่ ที่ทรงมีหม่อมกอบแก้ว อาภากรเป็นนางแก้วคู่พระทัย

เหตุการณ์ดำเนินผ่านกาลเวลาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภายังทรงพระเยาว์ จวบจนดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในสมัยรัชกาลที่๘ โดยเรื่องราวเหล่านั้นได้ถูกเรียบเรียงไว้อย่างดีแล้วในเล่ม ถ่ายทอดด้วยสำนวนภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย เพลิดเพลิน ชวนติดตามตลอดทั้งเล่ม

01/09/2026

ลายน้ำทอง หนังสือใหม่มือหนึ่ง

 #ลายน้ำทอง  #ตอนเรื่องเล่าของพี่ชายหม่อมเจ้าไกรสิงห์วุฒิชัยในหนังสือลายน้ำทอง ของท่านหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย (ท่านหญิงนัง...
01/09/2026

#ลายน้ำทอง #ตอนเรื่องเล่าของพี่ชายหม่อมเจ้าไกรสิงห์วุฒิชัย

ในหนังสือลายน้ำทอง ของท่านหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย (ท่านหญิงนัง) ได้บันทึกเรื่องราวของพระเชษฐาของท่านคือ หม่อมเจ้าไกรสิงห์ วุฒิชัย ที่ต่อมามีชื่อเสียงและได้กลายเป็นสัญลักษณ์และมาตรฐานของไฮแฟชั่นของไทย อาจกล่าวได้ว่าท่านชายคือผู้บุกเบิกยิ่งใหญ่สุดของวงการ ท่านคือผู้ที่ทรงสร้างไฮสไตล์ให้แก่แฟชั่นของไทยในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย อันเป็นการพลิกล็อกวงการแฟชั่นของไทย

โดยท่านหญิงได้เล่าไว้ในหนังสือ #ลายน้ำทอง ถึงวัยเยาว์ของท่านชายไว้ว่า

ระหว่างที่โก ((พระนามลำลองของท่านชายสำหรับน้องเล็กสองพระองค์ที่ประสูติที่ปีนัง เพราะพี่เลี้ยงคนจีนสอนให้เรียกพี่ชายว่าโก)) ยังอยู่กับคุณย่า มีเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งเกิดขึ้น ที่เป็นเรื่องเกือบน่าขัน หากเสด็จป้าจะไม่ทรงกริ้วจนเหลือเกิน

โกซึ่งชันษาราวๆ 7-8 ขวบ ซนไม่กลัวใครเพราะมีคุณย่าคุ้มกัน เห็นเด็จป้า ( พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประเวศวรสมัย พระเชษฐภคินี ของพระเจ้าบรมวงศ์ เธอกรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร พระบิดาท่านหญิงนัง และ หม่อมเจ้าไกรสิงห์) เสด็จลงสวนตัดดอกกุหลาบโรยๆทิ้ง ก็เดินตามไปดูว่าทิ้งทำไม แม่เชื้อข้าหลวงคนโปรดของเด็จป้ามาเอ็ดโกว่า

"เด็จป้าไม่โปรดให้ท่านชายมาทรงดำเนินในสวนกุหลาบ เดี๋ยวทำต้นกุหลาบท่านเสีย"

โกหมั่นไส้ นึกในใจว่า "ดีนัก จะตัดดอกกุหลาบทิ้งเสียให้หมด"

รุ่งเช้าโก ยังไม่หายหมั่นไส้แม่เชื้อ เด็จป้ายังไม่ตื่นบรรทม โกหากรรไกรของเด็จป้าพบ ลงไปตัดกุหลาบในสวนของเด็จป้าทุกดอกทุกต้นทิ้งไว้กับพื้น ไม่ว่าบาน หรือตูมทิ้งอยู่บนพื้นหมด

ตกบ่าย เด็จป้าเสด็จลงสวนเห็นกุหลาบอยู่ใต้ต้น กริ้ว จนรับสั่งไม่ออก แม่เชื้อทูลฟ้องว่า ท่านชายมาแกล้งตัดทิ้ง เด็ก อะไร...ซนเหลือเกิน

เด็จป้าทรงนิ่งไม่รับสั่งอะไร สักพักทรงพระดำเนินไป เฝ้ามารดาของท่าน เรียนเจ้าจอมมารดา ( เจ้าจอมมารดาทับทิม) ว่า
"หลานคุณ มาตัดดอกกุหลาบของดิฉันทิ้งหมดทั้งสวน ไม่เหลือเลย สักดอกเดียว ดิฉันจะทำโทษ เด็กอะไรร้ายเหลือเกิน อยู่ที่ไหน"

เจ้าจอมมารดาท่านตอบว่า "ช่างเถอะ ฉันจะจัดการของฉันเอง ไปเสวยน้ำชาก่อนเถิด"

เมื่อเสด็จพระองค์หญิงเสด็จกลับไปห้องประทับของท่าน เจ้าจอมมารดา เรียกแม่แฉ่งคนของท่านเข้าไปหาท่าน ออกคำสั่งให้แม่แฉ่งไปเหมากุหลาบมาทั้งตลาด

" แล้วนำไปถวายเสด็จเขา"

แม่แฉ่งไปซื้อกุหลาบมาได้ ก็นำเข้าไปถวายเสด็จพระองค์หญิง กราบทูลว่า

"คุณท่านให้หม่อมฉันนำกุหลาบนี้มาถวายใช้ กุหลาบที่ท่านชายตัดทิ้งเพคะ"

แต่แม่แฉ่งไม่ต้องคอยฟังเสด็จพระองค์หญิงรับสั่งอะไร รีบคลานถอยออกมานอกที่ประทับ แล้ววิ่งสุดกำลังไปหาคุณท่าน

เสด็จกริ้วจนรับสั่งไม่ออก

แม่เจิม (ที่เลี้ยงท่านหญิงนัง) บอกว่าเจ้านายท่านถูกสั่งสอนไม่ให้ตวาดใคร กริ้วใครโดยไม่ส่งเสียงดัง คือ ร้อง กรี๊ดๆเหมือนสมัยนี้ เสด็จจึงไม่ทรงร้องกรี๊ด แต่กริ้วจน รับสั่งไม่ออก

เสด็จพระองค์หญิงทรงกริ้วหลานชายไปเสียนาน จนถึงวันประสูติของท่าน ท่านชายทรงเล่นละครเรื่องอาบูหะซันถวาย เสด็จประทานรางวัล คงจะหายกริ้วไปบ้างแล้ว

สนใจหนังสือ #ลายน้ำทอง ของท่านหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย ต่อต่อที่เพจ LooKabook

20/08/2026

สยามคือบ้านของเรา

 #สยามคือบ้านของเรา  #ชีวิตอุทิศเพื่อสยามความสนุกของการศึกษาและเรียนรู้ประวัติต่างๆ นั้น หากเราได้รับรู้และรับทราบข้อมูล...
20/08/2026

#สยามคือบ้านของเรา
#ชีวิตอุทิศเพื่อสยาม

ความสนุกของการศึกษาและเรียนรู้ประวัติต่างๆ นั้น หากเราได้รับรู้และรับทราบข้อมูลจากสายตาของ บุคคลอื่นๆ ย่อมทำให้ได้มุมมองที่แตกต่างจากข้อมูลที่เราได้รับรู้มา เสมือนได้มองอย่างครบถ้วนและรอบด้านมากขึ้น

เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ไทยในหลายห้วงสมัยที่มักจะมีบันทึกของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน หรือ มีโอกาสเข้ามาใช้ชีวิตในประเทศไทย ได้จดบันทึกไว้ ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของชาวต่างชาติที่ชอบการเขียนบันทึกไว้เป็นเอกสารสำหรับความทรงจำ รวมถึงเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา

แอดมินได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มที่จะแนะนำต่อไปนี้แล้วรู้สึกว่าได้รับข้อมูลที่น่าสนใจหลายๆ อย่างๆ ที่อยู่ใกล้ตัวแทนทุกวัน แต่กลับไม่เคยทราบที่มา หรือ บางอย่างเคยได้ยินได้อ่านแต่เพียงผิวเผินไม่ทราบรายละเอียดชัดเจน เมื่อได้อ่านอ่านหนังสือดังกล่าวแล้ว ก็ตั้งใจที่จะเสาะหา นำมารวบรวมให้ได้อ่านกัน ซึ่งการตามหาหนังสือเล่มดังกล่าวใช้เวลานาน เนื่องจากหนังสือไม่ได้เป็นที่แพร่หลาย จัดพิมพ์ในวงแคบๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นการซื้อเพื่อมอบให้กับคณะบุคคลในหลากหลายวาระต่างๆ จึงไม่แปลกที่ไม่สามารถเสาะหาตามร้านหนังสือทั่วๆ ไปมาอ่านได้

ด้วยสำนวนการแปล จากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่เรียบง่ายและชวนอ่าน จากหลากหลายบุคคลที่แทนตัวเองว่า "เด็กวัฒฯ รุ่น๑๐๐" ทำให้การอ่านได้อรรถรสมาก

หากท่านชื่นชอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านมุมมองของคนต่างชาติแล้ว ไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้ครับ

#สยามคือบ้านของเรา เป็นบทบันทึกที่ได้รับการแปลจากบันทึกของ มิสซิส เอ็ดน่า บรูเนอร์ บัลค์ลีย์ มิชชันนารีชาวอเมริกันที่มาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสยามสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงตอนต้นรัชกาลที่ 9 เนื้อหาในหนังสือได้สะท้อนสภาพบ้านเมือง และความเป็นอยู่ของชาวสยามในขณะนั้นละเอียดลออ อันเป็นข้อมูลทรงคุณค่าและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ที่น่าสนใจมิยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือระยะทางและการผจญภัยของข้อมูล ตลอดจนเนื้อหาต่างๆ ที่กว่าจะมาเป็นหนังสือ “สยาม คือบ้านของเรา”

สยามคือบ้านของเราแปลจากหนังสือชื่อ Siam Was Our Home ซึ่งเขียนโดย Mary Bulkley Stanton ลูกสาวคนที่ 6 ของ Edna Bruner Bulkley

Mary เขียนหนังสือเล่มนี้เพราะพี่ชายบอกว่า พบบันทึกและภาพที่แม่(แหม่มเอ็ดน่า) ถ่ายภาพและเขียนถึง"สยาม"ในช่วงที่เธอมาอยู่เมืองไทย โดยเธอมาสมัยรัชกาลที่ 5 และมีชีวิตอยู่ในประเทศสยามถึง 5 แผ่นดิน โดยเธอเล่าถึงชีวิตของเธอตั้งแต่ออกเดินทางมาถึงประเทศสยาม มาสอนที่โรงเรียนวังหลัง (ปัจจุบันคือโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย) แล้วย้ายไปสอนที่จังหวัดเพชรบุรี (โรงเรียนที่เธอสอนปัจจุบันคือโรงเรียนอรุณประดิษฐ) จากนั้นเธอแต่งงานแล้วย้ายไปมีครอบครัวและช่วยสามีอยู่ที่โรงพยาบาลในจังหวัดตรัง

ในหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงบุคคลสำคัญมากมาย ทั้งพระมหากษัตริย์ไทยหลายรัชกาล พระธิดาในพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ปลัดเมืองเพชรบุรี สมุหเทศาภิบาลภาคใต้ มิสโคล ครูใหญ่โรงเรียนวังหลังในสมัยนั้น ดร.เอกิ้น ผู้ก่อตั้งและครูใหญ่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน คุณหมอเนลสัน เฮส์ แพทย์ใหญ่ประจำกรมการแพทย์ทหารเรือไทย ไปจนถึงขุนโจรชื่อดังในบทบาทนอกตำราประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด

ความรักใน"สยาม"ของเธอ ทำให้เธอตัดสินใจอยู่ที่"สยาม"และเขียนบันทึกจนกลายเป็นหนังสือชื่อ Siam Was Our Home

มีคนบอกว่า แหม่มเอ็ดน่า มาอยู่เมืองไทยสมัยเดียวกับ"แหม่มแอนนา" คนเขียนเรื่อง The King and I แต่ทำไมเรื่องราวของแหม่มทั้ง 2 คนถึงแตกต่างกันราวกับคนละยุค คนละสมัย และคนละประเทศ ซึ่งคงค้นหาคำตอบได้จากหนังสือเล่มนี้เช่นกัน


ที่มา : บทความและเรื่องเล่าบางส่วนจาก
ลูกเสือหมายเลข9 - OKnation Blog
คุณเพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง - มติชนสุดสัปดาห์

17/08/2026

ลายน้ำทอง

 #ลายน้ำทอง #บทสัมภาษณ์ท่านหญิงปีนังจากบทความก่อนหน้านี้  #บันทึกความทรงจำของท่านหญิงปีนังhttps://www.facebook.com/share...
17/08/2026

#ลายน้ำทอง
#บทสัมภาษณ์ท่านหญิงปีนัง

จากบทความก่อนหน้านี้ #บันทึกความทรงจำของท่านหญิงปีนัง

https://www.facebook.com/share/p/1RiJ8WdZwVevBCXG/?mibextid=WC7FNe

แอดมินเลยไปค้นบทความมาเพิ่มเติมเสริมให้การอ่านหนังสือ #ลายน้ำทอง สนุกมากยิ่งขึ้นครับ

#ลายน้ำทอง

บทสัมภาษณ์นี้สัมภาษณ์ ในปี 2547 เป็นบทสัมภาษณ์ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยิ่ง

จากพระทัย ท่านหญิงปีนัง กับพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จฯ ที่มีต่อข้าพเจ้าเป็นส่วนตัวมีมากมายก่ายกอง แต่ที่ทรงมีและทรงกระทำเพื่อราษฎรชาวไทยนั้นเหลือคณานับ ยังทรงทำงานแบบปิดทองหลังพระมาตลอด และไม่ทรงลืมว่าใครที่ทำงานสนองเบื้องพระยุคลบาท ท่านจะทรงหาทางตอบแทนเสมอ

เมื่อข้าพเจ้ากราบบังคมทูลว่าจะทูลลาไปอยู่ต่างประเทศแล้ว จะรับสั่งว่ากระไรไหม สมเด็จฯ รับสั่งว่า

"ไม่หรอก"

แล้วพระราชทานพระฉายาลักษณ์ให้ พร้อมทั้งพระราชทานพรว่า

"ขอให้ทรงมีความสุข"

ข้าพเจ้าอดน้ำตาซึมไม่ได้ทุกครั้งที่นึกถึงน้ำพระทัยของสมเด็จฯ และความหลังที่มีโอกาสถวายการรับใช้ ทรงเคยส่งการ์ดมาพระราชทานข้าพเจ้า ทรงมีลายพระหัตถ์ว่า

"คิดถึงท่านหญิงนังเสมอ ไม่มีวันลืม"

ยิ่งกว่านั้นข้าพเจ้าเจ็บครั้งใด จะส่งทรงดอกไม้ไปพระราชทาน ทั้งยังทรงพระราชทานกำลังใจไปทางโทรศัพท์ด้วย

สมเด็จฯ ไม่ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อข้าพเจ้าคนเดียวเท่านั้น ยังทรงมีพระเมตตาต่อลูกๆของข้าพเจ้า โดยเฉพาะลูกสาว ซึ่งทรงพระราชทาน ชื่อว่า "ทิพยเฉลิม"

ทุกครั้งที่เสด็จฯมาเยือนสหรัฐอเมริกา จะทรงมีพระราชประสงค์ให้ข้าพเจ้าเข้าเฝ้า และจะทรงพระกรุณาเสด็จฯมาเสวยพระกระยาหารที่บ้านข้าพเจ้าทุกครั้ง เป็นโอกาสที่ข้าพเจ้าจะสนองพระมหากรุณาธิคุณบ้าง

ท้ายที่สุดของบทความนี้ ท่านหญิงนัง กล่าวว่า น้ำพระทัยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระราชทานข้าพเจ้าและลูกๆนี้ จะไม่มีวันที่เราจะลืม ความรักและความจงรักภักดีที่เรามีถวาย จะเป็นไปชั่วชีวิต ไม่มีวันเสื่อมคลาย ข้าพเจ้าและลูกๆ ขอพระราชทานพระราชวโรกาส ขอกราบถวายบังคมแทบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอถวายพระพร

ข้อมูล : นิตยสารพลอยแกมเพชร

15/08/2026

พระญาติราชสกุลกรุงรัตนโกสินทร์

 #พระญาติราชสกุลกรุงรัตนโกสินทร์  เป็นหนังสือรวมบทความซึ่งเคยลงพิมพ์ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมและนิตยสาร ต่วย‘ตูน’  พิเศษรายเ...
15/08/2026

#พระญาติราชสกุลกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นหนังสือรวมบทความซึ่งเคยลงพิมพ์ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมและนิตยสาร ต่วย‘ตูน’ พิเศษรายเดือน

แต่ละเรื่องราวในเล่มได้นำเสนอพระประวัติ ประวัติ ของราชสกุลสำคัญของไทย โดยคัดเลือกเรื่องของเจ้านายที่ไม่ค่อยมีข้อมูลและเนื้อหาปรากฏโดยทั่วไปมาเรียบเรียงไว้ พร้อมภาพประกอบต่างๆ ที่ไม่ค่อยเจอในหนังสือเล่มอื่นๆ

เนื้อหาของแต่ละเรื่องแสดงให้เห็นถึง

๑. สายสัมพันธ์ทางการสมรสระหว่างพระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศานุวงศ์กับกุลสตรีในราชสกุล หรือราชนิกุลหรือสกุลของสามัญชน

๒. พระประวัติและพระราชกรณียกิจของเจ้านายชั้นพระบรมวงศ์เธอ ซึ่งเป็นต้นราชสกุลต่างๆ ของกรุงรัตนโกสินทร์หลายราชสกุล อาทิ กิติยากร ณ อยุธยา, เทวกุล ณ อยุธยา, นพวงษ์ ณ อยุธยา, สุประดิษฐ ณ อยุธยา, โสณกุล ณ อยุธยา

๓. ประวัติและความเป็นมาของราชนิกุลบางสกุล เช่น ณ บางช้าง สุจริตกุล เป็นต้น

โดยเนื้อหาจะสอดแทรกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องมีความสัมพันธ์กันทั้งในเรื่องบุคคลและเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตามมีบางเรื่องที่มิได้เป็นเรื่องในแนวพระญาติราชสกุล หากแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับโบราณราชประเพณีต่างๆ เพื่อเติมความสมบูรณ์ของเนื้อหา

ที่อยู่

ลาดปลาเค้า 79
Bangkok
10220

เบอร์โทรศัพท์

+66949624263

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ LooKabookผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์