24/11/2025
🎉มง3ลงแล้วค่าาาา🎉
#หัสดินทร์
ขอบคุณเว็ปเด็กดีและนักอ่านทุกท่านมากๆเลยค่ะ งื้อออออ ใจฟู😍
โรงพยาบาลเกือบกลายเป็นสมรภูมิรบ! เหตุเพราะเมธามารับญาดาโดยไม่ได้บอกก่อน พ่อของลูกซึ่งกำลังจัดการทำเรื่องให้เธออยู่ลมแทบออกหู และทั้งคู่อาจได้วางมวยกันแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเกรงใจสถานที่ ผลเลยมาตกอยู่กับคนกลาง หากเป็นสถานการณ์ปกติเธอคงเลือกมากับเมธาแบบไม่ต้องคิดเยอะ แต่นี่…
“เราจะแวะกินข้าวก่อนใช่ไหมป๊า”
เมื่อวานเขาพาลูกกลับไปก่อนและเช้านี้ก็พาลูกมารับเธอตั้งแต่ไก่โห่
“อือฮึ”
“แม่หวานชอบกินบะหมี่เกี๊ยวครับ”
“งั้นเหรอ แล้วลูกล่ะ”
“ข้าวหมูแดงครับ”
“ติดหวานนะเรา”
นี่คือเหตุผลที่เธอเลือก
คำพูดภายในรถของสองพ่อลูกดังเจี๊ยวจ๊าวมาตลอดทาง หลังจากออกมาพ้นอาณาเขตโรงพยาบาลได้แค่ไม่กี่กิโลเมตร ข้อตกลงคือเริ่มต้นด้วยการหาอะไรเข้าปาก ซึ่งทั้งคู่ดูเข้าขากันเป็นอย่างดี
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ บนท้องถนนจึงอัดแน่นไปด้วยรถยนต์จำนวนมหาศาล ยิ่งในตัวเมืองที่ความเจริญเข้าถึงยิ่งแน่นขนัด คนขับเลยหลีกหนีการจราจรออกนอกเมือง หาร้านอาหารบรรยากาศดีสักแห่งใกล้ๆ และสุดท้ายจึงเลือกเป็นร้านอาหารไทยแถวริมแม่น้ำเจ้าพระยา
“แม่หวานไม่ลงรถเหรอ”
เพราะรถจอดแล้วแต่มีคนยังนั่งไม่ขยับ
“แม่ไม่ค่อยหิวน่ะ ลูกไปกินกันเถอะ”
“อย่าให้เด็กต้องมารับผลกระทบจากการกระทำของผู้ใหญ่”
พูดด้วยน้ำเสียงปกติ พร้อมจัดแจงพาลูกลงจากรถด้วยสีหน้านิ่งเฉยเหมือนคนไม่ทุกข์ร้อน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมงเกือบแปลงร่างกลายเป็นยักษ์
“แม่หวานไปกินด้วยกันเถอะนะ นะ นะ” ออดอ้อนแม่พร้อมส่งสายตามีความหวัง เห็นแบบนั้นญาดาเลยปฏิเสธลูกไม่ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่สามคนพ่อแม่ลูกอยู่บนโต๊ะอาหารเดียวกัน หากคนอื่นมองมาคงคิดว่าเป็นภาพครอบครัวสุขสันต์ แต่กลับไม่ใช่ ภาพที่เห็นคือคนสองคนกำลังทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูกแบบขาดๆ เกินๆ คนเป็นพ่อเติมเต็มในทุกส่วนเพราะตัวเองรู้สึกขาดช่วงเวลากับลูก ส่วนคนเป็นแม่มักใช้ความนิ่งเออออตามน้ำ ด้วยเพราะไม่รู้ควรวางตัวยังไงในเมื่อสถานะของการเลิกรากันไปแล้วมันค้ำคอ จึงทำเพียงประคับประคองบรรยากาศไม่ให้มีผลกระทบต่อรอยยิ้มของเจ้าตัวเล็ก จนกระทั่งผ่านมื้ออาหารไปอย่างราบรื่น
“ถึงบ้านเราแล้ว!” เสียงเจื้อยแจ้วอยู่ในรถมาตลอดทางตั้งแต่ออกจากร้านอาหาร พอถึงหน้าคอนโดฯ อันคุ้นเคยก็ตะโกนอย่างดีใจ
“คุณส่งแค่นี้แหละ ที่เหลือฉันจัดการเองได้”
“เดินยังจะล้มแหล่มิล้มแหล่ จะเอาอะไรมาดูแลลูก” ไม่พูดเปล่า ยังจัดแจงทั้งลูกทั้งกระเป๋าเสื้อผ้า ของใช้ หอบหิ้วพะรุงพะรังขึ้นห้องโดยไม่สนใจคำทัดทาน คนขี้เกียจจะค้านถอนหายใจ ‘นี่เธอจะห้ามอะไรเขาได้บ้างเนี่ย’ จนแล้วจนรอดก็ต้องเดินตามสองคนพ่อลูกขึ้นห้องด้วยความจำนน
“หวาน”
ขณะประตูลิฟต์กำลังจะเปิด เมธาซึ่งมาได้จังหวะเหมือนรออยู่ก่อนแล้ว รีบเอ่ยทัก
“พี่เมธ”
ตอนแยกกันที่โรงพยาบาลเธอนึกว่าเขาจะไม่พอใจจนมองหน้ากันไม่ติดซะอีก กำลังจะเอ่ยปากถามก็เจอคนข้างๆ ตัดบท
“ลูกพาแม่ขึ้นไปก่อนเดี๋ยวป๊าตามไป”
“ได้ครับ”
“เอ๊ะนี่! เดี๋ยวสิ”
ไม่ทันแล้ว พอประตูลิฟต์เปิดหัสดินทร์ก็ดันสองแม่ลูกเข้าไปข้างในพร้อมกับกดชั้นที่ต้องการ ปิดท้ายด้วยการกดปิดประตูให้เรียบร้อย
พอหน้าจอแผงควบคุมแสดงผลว่าลิฟต์ได้ขึ้นไปแล้วทีนี้ก็เหลือแค่ผู้ชายท่าทีดุดันสองคน โดยเฉพาะคนตัวโตกว่า เรียกได้ว่าไม่สบอารมณ์เอามากๆ
“มึงกลัวเขาไม่เอาหรือไงถึงได้ถ่อมาถึงที่นี่”
เปิดฉากปะทุ
“ผมไม่ได้กลัวหวานไม่เอา ผมกลัวการกลับมาของคุณจะทำให้หวานลำบากใจ”
“หึ กลัวลำบากใจหรือว่ากลัวเขาเปลี่ยนใจกันแน่”
“ใช่ ผมกลัวหวานเปลี่ยนใจ”
คำตอบตรงๆ ของเมธาทำเอาคนฟังเลือดขึ้นหน้า
“ยอมรับแล้วสินะว่ามึงกลัวกูมีอิทธิพลต่อเขา”
“ใช่ ผมไม่เถียง คุณเป็นพ่อของแมมมอธหวานก็ต้องหวั่นไหวอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณไม่กลับมาพัวพันกับหวานผมเชื่อว่าหวานต้องเลือกในสิ่งที่เขาสบายใจแน่นอน และผมก็เชื่ออีกว่าคุณไม่ใช่ความสบายใจของหวาน”
คราวนี้ยิ่งกว่าเลือดขึ้นหน้า ไอ้เวรนี่แม่ง!
“มั่นใจจังนะว่าไม่มีกูแล้วเขาจะเอามึง!”
“เรื่องนั้นผมไม่เคยคาดหวัง สิ่งเดียวที่ผมหวังคืออยากให้หวานไม่เจ็บปวดเหมือนที่เคยผ่านมา”
สัตว์เอ๊ย! เวลาแบบนี้มันยังพูดสุภาพได้อีกเหรอวะ! คนฟังแทบเดือด
“รีบไสหัวไปเลยไป ก่อนที่กูจะหมดความอดทน” ใช่ เขากลัวแม่ของลูกแพ้ผู้ชายอ่อนโยน กลัวความใจเย็นสุขุมและมีเหตุผลของไอ้หน้าอ่อนนี่จะทำให้เธอหวั่นไหว ‘แล้วกูจะเอาอะไรไปสู้! ความเหี้ยเหรอ!!’
ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนแจ้งพนักงานรักษาความปลอดภัยว่าอาจเกิดการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นป่านนี้ก็คงมีใครเจ็บตัวกันบ้าง
หัสดินทร์เลือกเป็นฝ่ายแยกตัวออกมาก่อน เขาเลือกใช้บันไดแทนการใช้ลิฟต์เพราะต้องการปลดปล่อยพลังงานด้านลบให้หมด
‘ครั้งนี้ที่ผมถอยไม่ใช่ว่าผมยอมแพ้คุณ ผมแค่อยากบอกคุณว่าถ้าไม่พร้อมจะเริ่มต้นกับใครก็อย่ารั้งเขาไว้เพียงเพราะคุณเห็นแก่ตัว ชีวิตของหวานกับการถูกตราหน้าว่าท้องไม่มีพ่อก็ทุกข์สาหัสพออยู่แล้ว ในเมื่อตอนนี้เธอยืนหยัดด้วยตัวเองมาได้อย่างภาคภูมิใจ คุณก็ไม่ควรไปสะกิดเรื่องอะไรที่มันทำร้ายเธอได้อีก ผมพูดเพราะหวังดีกับหวานจริงๆ ผมแค่อยากให้เขามีชีวิตที่มีความสุขจริงๆ สักที’
“แม่งหล่อจนวินาทีสุดท้ายเลยนะมึง”
นึกถึงคำพูดอย่างสุภาพบุรุษพึงกระทำแล้วของขึ้น จากปกติเป็นคนหัวเสียง่ายเป็นทุนเดิมพอเจอคนอย่างเมธาก็ยิ่งอาการหนักเข้าไปอีก คือหงุดหงิดแต่หาที่ลงไม่ได้ ไม่ชอบใจแต่ไร้ซึ่งหนทางต่อกร ‘ไอ้เวรตะไลเสือกใช้ความดีเข้าสู้ แพ้สิกูงานนี้’
https://www.tunwalai.com/story/814888
💛ธัญวลัย
https://writer.dek-d.com/yuri1117097/writer/view.php?id=2587338
🧡เด็กดี
https://www.readawrite.com/a/496a41640d3620d68c406191fba234cd
🩵รี้ดอะไรต์
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjIyMjMyMCI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjM5NjgwMDt9
💚E-book meb (จบเล่ม)
#หัสดินทร์ #นิยายแนะนำ #นิยายรัก #ยุรินดา #นิยายออกใหม่ #ฟีลกู้ด