Muslim'Gifts- ศูนย์รวมการค้าขายของพี่น้องมุสลิมในกรุงเทพ

02/08/2015

ฝากร้านหน่อยนะสนใจสินค้าตัวไหนทักได้นะจร้าดีทุกตัวถ้าไม่ดีรับรองคืนเงินแน่นอน มีบริการส่ง ems ทั่วไทยสนใจตัวไหนทักได้เลย
Fb akkaphop adam
Line icklas11
Phone 0954163762 0819234154 023766501
https://m.facebook.com/profile.php?id=1600577940211526&ref=bookmarks

ผลิตภัณฑ์ของ นพ.สิทธวีร์ เกียรติชวน?

29/06/2014

รอมฎอนเเล้วนะครับทำความดีกันเยอะๆนะ

01/04/2014

อัลฮัมดุลลิลาอ.ใกล้เทศกาลทำฮัจญ์แล้ว^^

26/10/2013

ใกล้หนึ่งมุฮัรรอมแล้วน้า>

24/10/2013

อัสลามมุอาลัยกุมครับดุฮริแล้วละหมาดยเอย??^^

15/10/2013

สุขสันวันอีดิ้ลอัฎฮาจร้าทุกคนขอให้มีความสุขกันนะเเล้วก็สุดท้ายขอมะอัฟทุกคนนะครับผม ตะก๊อบบะลั้ลลอฮุมินนาวะมินกุม

08/10/2013

อัสสลามมุอะลัยกุมค่ะ~ ไหนๆๆๆมีใครอยู่ม้างงง

02/10/2013

วันนี้ตอนเที่ยงๆเรามาหาความรู้เกี่ยวกับความรักในอิสลามกันเถอะครับ
แง่มุมพิเศษของท่านนะบีมุฮัมมัด ในการแสดงความรัก ความเอื้ออาทรต่อภรรยา
อินชาอัลลอฮ์ ทุกท่านอาจเคยอ่านชีวประวัติบุรุษอันเป็นที่รักยิ่งของเรา ท่านนะบีมุฮัมมัด มามากมาย ไม่ว่าด้านการอบรม การปลูกฝังศรัทธา การเมืองการปกครอง การทหาร เศรษฐกิจ แต่น้อยนักที่เราจะได้อ่านถึงท่านในฐานะสามี และต่อไปนี้ขอกล่าวถึงบางส่วนจากแง่มุมที่พิเศษยิ่งของท่าน ในการแสดงความรัก ความเอื้ออาทรต่อบรรดาภรรยาของท่าน
1. เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก
ท่านเราะซูล กล่าวกับท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่า "ฉันรับรู้ว่าคราใดที่เธอพอใจในตัวฉัน และคราใดที่เธอไม่พอใจในตัวฉัน
ยามที่เธอพอใจ เธอจะพูดว่า ไม่ค่ะขอสาบานด้วยพระเจ้าของมุฮัมมัด
แต่ยามที่เธอไม่พอใจ เธอจะพูดว่า ไม่ค่ะ ขอสาบานด้วยพระเจ้าของอิบรอฮีม"
(บันทึกโดยอิมามมุสลิม)

2. ดื่มและกินในรอยเดียวกัน
ท่านหญิงอาอิชะฮ์เล่าว่า " ท่านนะบี จะดื่มน้ำต่อจากฉัน โดยประทับริมฝีปากของท่านตรงกับที่ริมฝีปากของฉันได้ดื่มไป และจะกินชิ้นเนื้อในรอยเดิมที่ฉันกิน"
(บันทึกโดยอิมามมุสลิม)
3.นอนหนุนตักอ่านอัลกุรอานให้เธอฟัง
ท่านหญิงมัยมูนะฮ์ เล่าว่า " ท่านเราะซูล นอนหนุนตักภรรยาขณะที่เธอมีประจำเดือน และอ่านอัลกุรอานให้เธอฟัง"
(บันทึกโดยอิมามอะหมัด)

4.เดินเล่นกับเธอ
"ท่านนะบี มักจะเดินเล่นพร้อมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านหญิงอาอิชะฮ์ในยามค่ำคืนเสมอ"
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

5.ช่วยเหลืองานบ้าน
มีผู้ถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ ว่า "ท่านเราะซูล ทำอะไรบ้างเมื่ออยู่ในบ้าน"
เธอตอบว่า "ท่านช่วยเหลืองานบ้านเป็นประจำ และเมื่อถึงเวลาละหมาด ท่านก็ออกไปละหมาด"
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

6.ทำงานเองเพื่อแบ่งเบาภาระของเธอ
มีผู้ถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ ว่า "งานใดบ้างในบ้านที่ท่านทำเอง"
เธอตอบว่า "เย็บเสื้อผ้า เย็บรองเท้า รีดนมแกะ และบริการตัวเอง"
(บันทึกโดยอิมามอะหมัด)

7. เรียกขานเธอด้วยสำเนียงที่ไพเราะ
ท่านเราะซูล จะเรียกท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่า "โอ้อาอิช (ย่อจากอาอิชะฮ์) ญิบรีลฝากสลามถึงเธอนะ"
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)
บางครั้งท่านก็เรียกเธอว่า "ฮุมัยรอ" หมายถึง สาวน้อยแก้มแดง
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ คอยออดอ้อนต่อท่านนะบี ว่า ภรรยาทุกคนล้วนมีชื่อรองยกเว้นฉัน ท่านเราะซูล จึงให้ชื่อรองเธอว่า "อุมมุ อับดุลลอฮ์"
(บันทึกโดยอิมามอะหมัด)

8. ไม่ห่างเหินเธอ ยามเธอมีประจำเดือน
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เล่าว่า "ท่านเราะซูล จะนอนหนุนตักฉัน ขณะฉันมีประจำเดือน และอ่านอัลกุรอานให้ฉันฟัง เอี๊ยะติกาฟในมัสยิด โดยยื่นศรีษะให้ฉันหวีผม ในขณะที่ฉันอยู่นอกมัสยิด ช่วงที่ฉันมีประจำเดือน"
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)

9. ผ่อนคลายทุกข์ให้เธอ
เมื่อภรรยาคนใดโกรธหรือตกใจ ท่านนะบี จะวางมือของท่านบนบ่าของเธอ และกล่าวดุอาว่า
"อัลลอฮุมมัฆฟิรละฮา วะอัซฮิบฆอยซะก็อลบิฮา วะอะอิซฮา มินัลฟิตะนิ"
"ข้าแต่อัลลอฮ์ โปรดทรงอภัยให้เธอ โปรดขจัดความขุ่มมัวในใจเธอ โปรดทรงคุ้มครองเธอจากภัยทั้งปวง"

10. ให้เธอเป็นที่ปรึกษาเคียงกาย
ท่านนะบี ได้ปรึกษา ท่านหญิงอุมมุซะละมะฮ์ ในครั้งที่เสร็จจากการทำสัญญา สงบศึกกับชาวกุเรซ ณ อัลฮุดัยบิยะฮ์ โดยท่านได้สั่งให้ศอฮาบะฮ์ ตะหัลลุ้ล โดยการโกนหรือตัดผม เพื่อทำให้สิ้นสุดพิธีอุมเราะฮ์ แต่บรรดาศอฮาบะฮ์ ไม่ยอมทำตามเนื่องจากเกิดความเสียใจ และเจ็บปวดจากการถูกกีดกันมิให้เข้ามักกะฮ์เพื่อทำอุมเราะฮ์ ท่านนะบีกลุ้มใจ และเสียใจเป็นอย่างมาก และเข้าไปในเต้นท์ของท่านหญิงอุมมุซะละมะฮ์ ปรับทุกข์กับเธอและปรึกษาเธอ นางก็ให้คำปรึกษาที่ดี โดยแนะให้ท่านเริ่มตะหัลลุ้ลก่อน ศอฮาบะฮ์จึงทำตามกันอย่างพร้อมเพรียง

11. ห่วงใยและทะนุถนอมเธอ
ในระหว่างเดินทาง ท่านได้มอบหมายให้คนรับใช้ผิวดำคนหนึ่งชื่อว่า อันญะซะฮ์ ทำหน้าที่บังคับขบวนอูฐที่ภรรยาของท่านใช้เป็นพาหนะเดินทาง อันญะซะฮ์ ได้กระตุ้นอูฐให้เร่งฝีเท้า
ท่านนะบี จึงปรามเขาว่า "ช้าๆหน่อย จงทะนุถนอมแก้วที่เปราะบางเหล่านี้ให้ดี (หมายถึงทะนุถนอมสตรีเพศ)"
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)

12. เปิดเผยความรักที่มีต่อเธอ
ท่านเราะซูล กล่าวถึงท่านหญิงคอดีญะฮ์ ภรรยาคนแรกของท่านว่า "แท้จริง ฉันได้รับความโปรดปราน(จากอัลลอฮ์เป็นอย่างมาก)ที่ได้รักเธอ"
ท่านอัมร์ อิบนุอ๊าซ เคยถามท่านนะบี ว่า "บุคคลใดเป็นที่รักยิ่งแก่ท่าน ?" ท่านกล่าวว่า "อาอิชะฮ์ "
ท่านอัมร์ ถามต่อว่า "แล้วในหมู่ผู้ชายหล่ะครับ ? " ท่านตอบว่า "บิดาของเธอ"
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เคยถามท่านเราะซูล ว่า "ความรักที่ท่านมีต่อฉันเป็นเช่นไร ?"
ท่านตอบว่า "เหมือนปมเชือก" (หมายถึงความรักที่ท่านมีต่อเธอนั้นแน่นหนาในใจเหมือนปมเชือก)
ต่อมาเธอได้ถามว่า "ปมนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?" ท่านตอบว่า "ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง"

13. ให้เวลาเธอประดับตนเองให้สวยงาม
ท่านญาบิร เล่าว่า "ฉันได้ร่วมเดินทางกับท่านเราะซูล เมื่อเราเดินทางกลับ ท่านเราะซูล ได้ยับยั้งเรามิให้รีบเข้าบ้าน
โดยท่านกล่าวว่า "อย่าเพิ่งรีบเข้า จนกว่าจะค่ำ เพื่อเธอ(ภรรยา)จะได้มีเวลา(ตรียมตัวแต่งองค์ทรงเครื่อง)หวีผม และขจัดขนส่วนเกิน"
(บันทึกโดยอันนะซาอีย์)

14.สุขใจไปกับความขี้เล่น และการหยั่งเชิงของเธอ
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เคยถามท่านเราะซูล ว่า "ท่านเห็นเป็นเช่นไร หากท่านไปยังหุบเขาหนึ่งที่มีต้นไม้ที่ใบไม้ของมันถูกแทะเล็มไปแล้ว กับอีกหุบเขาหนึ่งซึ่งใบไม้ในนั้นไม่เคยถูกเล็มไปเลย ท่านจะเลือกให้อูฐของท่านไปที่ใด?
ท่านตอบว่า "ไปยังที่ ๆ ไม่เคยถูกเล็มไปเลย (เธอหมายถึงท่านเราะซูล ไม่ได้แต่งงานกับหญิงโสดคนใดนอกจากเธอ)"
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

15. เล่นกีฬาร่วมกันในวันว่าง
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ เล่าให้ฟังว่า "ท่านเราะซูล วิ่งแข่งกับเธอ และเธอก็ชนะท่าน จนเมื่อนางอ้วนขึ้น ท่านก็วิ่งชนะเธอ
ท่านกล่าวกับเธอว่า "ชนะครั้งนี้ แทนแพ้ครั้งนั้นไงล่ะ"
(บันทึกโดยอิมามอะหมัด อบูดาวู็ด และอันนะซาอีย์)

16. หยอกเย้ากับเธอ
ท่านหญิงอาอิชะฮ์เล่าว่า "ฉันเคยอาบน้ำญะนาบะฮ์ร่วมกับท่านเราะซูล จากถังใบเดียวกัน ท่านรีบอาบแข่งกับฉัน
ท่านกล่าวกับฉันว่า "ปล่อยให้ฉันอาบบ้างสิ"
ฉันก็กล่าวกับท่านว่า "ท่านนั่นแหละ ปล่อยให้ฉันอาบบ้าง"
(บันทึกโดยอิมามมุสลิม)

17. เอาใจใส่ต่อเธออย่างสม่ำเสมอ
แม้จะมีภรรยาหลายคน แต่ท่านเราะซูล ก็ให้ความเสมอภาคแก่ภรรยา และให้ความเอาใจใส่ดูแลอย่างสม่ำเสมอ ท่านอับบาส เล่าว่า
"เมื่อท่านนะบี ละหมาดซุบฮิเสร็จ ท่านจะนั่ง(ถ่ายทอดวิชาความรู้)กับบรรดาศอฮาบะฮ์จนดวงอาทิตย์ขึ้น ท่านจึงจะเวียนเข้าหาภรรยาของท่านทีละคนๆ โดยให้สลามและขอพรให้กับพวกเธอ เมื่อถึงเวรที่ท่านต้องอยู่กับภรรยาคนใดในวันนั้น ท่านก็จะอยู่กับเธอตลอดทั้งวัน"
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

18. เข้าใจธรรมชาติของเธอ
ท่านเข้าใจธรรมชาติและความต้องการของท่านหญิงอาอิชะฮ์ เนื่องจากนางแต่งงานกับท่านเราะซูล ขณะที่นางมีอายุน้อย ท่านอนุญาตให้นางไปเล่นกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เมื่อท่านเราะซูล เข้ามาหาเธอ เพื่อนๆของเธอก็จะเขินอาย และวิ่งหนีไป ท่านราะซูล ก็จะพาเธอไปเล่นอีก
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

19. ป้อนอาหารให้เธอ
ท่านเราะซูล กล่าวว่า "อาหารแม้เพียงคำเดียวที่สามีป้อนให้ภรรยา นับเป็นทานที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดี"
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

20. ยื่นมือที่อบอุ่นซับรอยน้ำตาเธอ
ในการเดินทางครั้งหนึ่ง ท่านเราะซูล ได้พาท่านหญิงซอฟิยะฮ์ ไปกับท่านด้วย ขากลับท่านเราะซูล ได้มาถึงก่อนท่านหญิงซอฟิยะฮ์ ซึ่งวันนั้นตรงกับวันที่ท่านเราะซูล จะต้องอยู่เวรกับเธอ ท่านเราะซูล ต้อนรับการกลับมาของเธอในสภาพที่ร้องไห้ เธอต่อว่าท่านเราะซูล ที่ให้เธอนั่งอูฐที่เชื่องช้า (ทั้งนี้เพราะเธอเสียดายเวลาที่ผ่านไป โดยไม่ได้อยู่กับท่าน) ท่านเราะซูล จึงซับน้ำตาเธอ และปลอบใจเธอ
(บันทึกโดยอิมามอันนะซอีย์)

21. ให้เธอร่วมเดินทางด้วย
เมื่อท่านเราะซูล จะเดินทาง ท่านจะให้ภรรยาของท่านจับฉลาก ชื่อของคนใดขึ้น เธอก็จะได้สิทธิ์ร่วมเดินทางไปกับท่าน

22. พยุงเธอให้ขึ้นขี่พาหนะ
เมื่อครั้งที่ท่านนะบี เดินทางกลับจากคอยบัร พร้อมกับท่านหญิงซอฟิยะฮ์ภรรยาของท่าน และบรรดาศอฮาบะฮ์ ท่านนะบี ได้ย่อเข่าลงเพื่อให้ท่านหญิงซอฟียะฮ์ ได้เหยียบบนเข่าของท่าน เพื่อเธอจะได้ขึ้นขี่บนอูฐได้ โดยไม่อายที่จะแสดงออกเช่นนั้นต่อหน้าบรรดาศอฮาบะฮ์
(บันทึกโดยอิมามอัลบุคอรีย์)

01/10/2013

ละหมาดครบ5เวลากันยังเอ่ยถ้ายัง จงละหมาดกันเถอะเพื่อความสบายในโลกหน้า

01/10/2013

ยามเย็นเรามาฟังเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเพื่อเป็นประโยชน์เเก่ตนเองกันเถอะกับ เรื่อง สามัคคี
สามัคคีคืออะไร?
สามัคคี แปลว่า ความพร้อมเพรียงกัน ความปรองดองกัน ไปไหนไปด้วยกัน ทำอะไรทำด้วยกัน หรือที่เรามักเรียกกันว่า “ใจประสานใจ” นั่นเอง
หน่วยงานใดที่สมาชิกมีความสามัคคีกันหน่วยงานนั้นย่อมปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสบชัยชนะอย่างง่ายดาย ทีมกีฬาที่จะสามารถเอาชนะทีมคู่แข่งได้จะต้องมีความสามัคคีกัน ถ้าขาดเสียซึ่งความสามัคคีแล้วทีมกีฬานั้นย่อมประสบกับความพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
สามัคคีธรรม หมายถึง การร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม
การประพฤติตนเป็นผู้มีสามัคคีธรรม ปฏิบัติได้ดังนี้
ร่วมกันคิด ช่วยกันวางแผน และร่วมกันทำงานด้วยความเต็มใจ
ร่วมกันรับผิดชอบ ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ
ร่วมกันติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ร่วมกันปรับปรุง มีการแก้ไข พัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ
ร่วมกันทำงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก
สามัคคีธรรมในกรอบของอัล-กุรอาน
พระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ตรัสไว้ในพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอานซูเราะฮฺ อาลิอิมรอน อายะฮ์ที่ 103 เกี่ยวกับความสามัคคีว่า ; เจ้าทั้งหลายจงยึดสายเชือกของพระองค์อัลลอฮ์ไว้ และเจ้าทั้งหลายอย่าได้แตกแยกกัน
สามัคคีธรรมในกรอบของอัล-หะดีษ
ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวถึงความสามัคคีธรรมไว้ว่า : มุอ์มินกับมุอ์มินด้วยกันนั้นประดุจดั่งอาคารที่สอดประสานยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกันไว้ (รายงานโดย บุคอรี-มุสลิม)
สามัคคีธรรมวิถีสู่ความสำเร็จ
มีเรื่องเล่าขานที่เล่ากันมาช้านาน และเป็นคติเตือนใจให้ได้ข้อคิดจนถึงทุกวันนี้ว่า : มีชายคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน เป็นห่วงเป็นใยลูกหลานในการดำรงชีวิตต่อไปในอนาคต อยู่มาวันหนึ่งเขาได้เรียกลูก ๆ ทุกคนมารวมกันแล้วบอกว่า พวกเจ้าไปหาฟืนมากองหนึ่งแล้วมัดรวมกันให้แน่น ลูก ๆ ก็ได้ปฏิบัติตามที่พ่อบอกโดยยังไม่ทราบว่าทำไม เมื่อได้ฟืนมาแล้ว และเอาเชือกมัดรวมเป็นกำ เขาก็เอาฟืนที่มัดเป็นกำส่งให้ลูกชายคนโต และบอกว่า “เจ้าหักฟืนกำนี้ซิ” ลูกชายคนโตพยายามใช้แรงอย่างสุดกำลังจะหักฟืนทั้งกำแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะฟืนถูกมัดรวมกันอย่างเหนียวแน่น เมื่อลูกชายคนโตมิอาจหักฟืนทั้งกำได้ ก็ส่งกำฟืนให้ลูกชายคนเล็ก ลูกชายคนเล็กก็พยายามหักมัน แต่ก็สุดกำลังที่จะหักมันได้ ลูก ๆ ทุกคนได้ทดลองหักกำฟืน แต่ก็ไม่สามารถหักได้ ลูกทุกคนจึงกล่าวกับพ่อว่า พวกเราไม่สามารถหักฟืนทั้งกำที่พ่อบอกได้ พ่อก็หยิบกำฟืนนั้น แล้วแก้เชือกที่มัดฟืนนั้นออกคงเหลือฟืนเป็นดุ้น ๆ แล้วให้ลูกทุกคนหักดุ้นฟืนที่ละดุ้น ปรากฏว่าฟืนทุกดุ้นถูกหักได้ทั้งหมด ผู้เป็นพ่อจึงเอ่ยสอนแก่ลูก ๆ ทุกคนว่า “นี้แหละที่พ่อจะสั่งแก่พวกเจ้าว่าพวกเจ้าต้องรวมกัน สามัคคีกัน อย่าได้แตกแยกตราบใดที่พวกเจ้ามีสามัคคีธรรมอย่างเหนียวแน่นศัตรูจะไม่มีวันทำอันตรายพวกเจ้าได้ แต่หากพวกเจ้าแตกแยกกัน ศัตรูของพวกเจ้าก็จะทำร้ายพวกเจ้าได้อย่างง่ายดายเหมือนกับดุ้นฟืนที่ถูกหัก หลังจากแกะออกจากมัดดังกล่าว”
กลยุทธ์สู่ความสามัคคีธรรม
1. ต้องสำนึกอยู่เสมอว่า เราทุกคนมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน คือ อาดัมฮาวา ความต่างกันใน
รูปลักษณ์ภายนอกมิใช่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ต้องแตกแยกกัน อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮ์ อัล-หุญุรอต อายะฮ์ที่ 13 ความว่า : โอ้บรรดามนุษย์ทั้งหลาย เราได้บันดาลพวกเจ้ามาจากชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง และเราได้ให้พวกเจ้าแตกออกเป็นเชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ก็เพื่อให้พวกเจ้ากลับมามีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน แท้จริงผู้ทรงเกียรติที่สุด ณ องค์อัลลอฮฺในหมู่พวกเจ้าคือ ผู้ยำเกรงมากที่สุดในหมู่พวกเจ้า แน่นอนอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ยิ่งทรงตระหนักยิ่ง
ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) กล่าวว่า : แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงมองยังรูปลักษณ์ของพวกเจ้า และทรัพย์สินของพวกเจ้า แต่พระองค์ทรงมองไปที่หัวใจ และพฤติกรรมของพวกเจ้าต่างหาก (รายงานโดย มุสลิม)
2. ต้องส่งเสริมและปฏิบัติกิจกรรมที่จะนำไปสู่ความรักความสามัคคีต่อกัน เช่น
ให้สลามเมื่อพบกัน ดังที่ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) กล่าวว่า : ขอสาบานด้วยอัลลอฮ์ พวกท่านจะยังไม่ได้เข้าสวรรค์จนกว่าพวกท่านจะศรัทธา และพวกท่านจะยังไม่ศรัทธาจนกว่าพวกท่านจะมีความรักต่อกัน พึงทราบเถิด ฉันจะแจ้งให้พวกท่านทราบเรื่องหนึ่ง เมื่อพวกท่านปฏิบัติแล้ว พวกท่านจะรักกันนั่นคือจงให้สลามในระหว่างพวกท่าน (รายงานโดย มุสลิม)
ต้องไม่โกรธกันเกินสามวัน เพราะถ้าโกรธกันเกินกว่านี้ จะคืนดีกันยาก ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า : ไม่อนุญาตให้มุสลิมห่างเหิน (โกรธเคือง) กับพี่น้องของเขาเกินสามวัน ผู้ใดทำห่างเหิน (โกรธเคือง) กันเกินสามวัน แล้วเขาเสียชีวิตลง เขาผู้นั้นย่อมเข้าสู่ขุมนรก (รายงานโดย อบูดาวูด)
เมื่อมีการเจ็บป่วยต้องมีการเยี่ยมเยือนกัน เพราะการเยี่ยมผู้ป่วยนั้นถือเป็นมารยาทอันดีงามสำหรับมุสลิมผู้ศรัทธา และมารยาทนี้ยังหมายรวมถึงผู้ป่วยที่มิใช่มุสลิมด้วย ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า : หน้าที่ระหว่างมุสลิมต่อมุสลิมมีห้าประการ คือ ตอบรับสลาม เยี่ยมผู้ป่วย ติตตามศพ ตอบรับคำเชิญ และกล่าวตอบ يَرْحَمُكَ اللهُ เมื่อมีคนจาม และกล่าว اَلحَمْدُ لِلّهِ (รายงานโดย บุคอรีและมุสลิม)
3. ต้องรักษาความสามัคคีธรรมที่มีอยู่โดยไม่ปฏิบัติกิจใด ๆ ที่จะเป็นสาเหตุให้แตกสามัคคีดังที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงตรัสไว้ในซูเราะฮ์ อัล-หุญุรอต อายะฮ์ที่ 6-13 โดยสรุปออกมาเป็นประเด็นได้ดังต่อไปนี้
อย่าเป็นคนหูเบาเมื่อมีข่าวออกมาต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อน ก่อนจะตัดสินใจใด ๆ
เมื่อมีปัญหาขัดแย้งกัน ต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ในการเจรจา ประนีประนอมเป็นอันดับแรก
การดำเนินการประนีประนอม ปรองดองต้องกระทำด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม
ต้องไม่มีการดูถูกดูแคลน เหยียดหยาม และเยาะเย้ยต่อกันและกัน
ต้องไม่มีการตำหนิติเตียนในลักษณะที่ทำให้ผู้อื่นเกิดความเสียหาย
ต้องหลีกเลี่ยงในการเรียกนามแฝงที่ผู้ถูกเรียกไม่พอใจในนามแฝงนั้น ๆ
ต้องไม่มองผู้อื่นในแง่ร้าย แต่จงมองในแง่ดีมีความปรารถนาดีต่อเขา
ต้องไม่สืบเสาะเพื่อจ้องจับผิด
ต้องไม่นินทาให้ร้ายผู้อื่นเพราะการดังกล่าวนั้นเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่นเสมือนกินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน
ดังนั้นการมีสามัคคีธรรม ย่อมนำสู่ความสำเร็จ ส่วนการขาดความสามัคคีธรรมย่อมนำสู่ความอ่อนแอและล้มเหลวอย่างแน่นอน
พฤติกรรมที่ถือว่าขาดสามัคคีธรรม
การทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไม่ว่าด้วย กาย วาจา ใจ หรืออื่นใดก็ตาม
เป็นคนหูเบา เมื่อได้รับข่าวใด ๆ ก็ปักใจเชื่อเลย
ขาดความโปร่งใส และความเป็นธรรมในการตัดสิน หรือ พิพากษาใด ๆ ก็ตาม
ใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและหลักการในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและกรณีพิพาท
ดูถูกดูแคลนย่ำยีศักดิ์ศรีผองเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ตำหนิติเตียนผู้อื่นเพื่อให้เขาเกิดความเสียหาย
มองผู้อื่นในแง่ร้ายและมีอคติ
ขาดสามัคคีธรรม แท้จริงคือขาดอีหม่าน
อีหม่าน คือ พลังผลักดันบุคคลสู่ความดีงาม สู่อาณาจักรแห่งความรัก และความเมตตาของอัลลอฮ์ อีหม่านที่เข้มแข็งจะก่อเกิดพฤติกรรมที่ศาสนาเชิดชูยกย่อง เช่นรู้จักเสียสละ ปรารถนาความรัก ความสามัคคี เพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยภาพรวมเป็นสำคัญ มีจิตใจต้องการให้เกิดความสงบสุข ความสามัคคีธรรมในชุมชน สังคม และรังเกียจความชั่ว ความเลวร้ายที่จะมาบั่นทอนความรักความสามัคคีในชุมชนให้แตกสลาย
คนบางคนอาจเคร่งการประกอบศาสนกิจ เช่น การละหมาด แต่หากยังทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน มีความเห็นแก่ตัว สร้างความแตกแยกในชุมชน และสังคมแล้วก็แสดงว่าผู้นั้นยังขาดอีหม่าน
ดังหะดีษระบุว่า : หญิงผู้หนึ่งเป็นที่กล่าวขวัญกันว่าเคร่งครัดเรื่องละหมาด การถือศีลอดมาก แต่นางมักทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนอยู่เป็นประจำ ท่านนบี (ซ.ล.) จึงบอกว่า หญิงผู้นั้นอยู่ในนรก (รายงานโดย อะห์มัด)
สามัคคีธรรมกู้วิกฤติสังคม
การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมนั้น สิ่งที่จะขาดเสียมิได้คือ สามัคคีธรรม และการเสียสละเพื่อส่วนรวม คราใดที่สังคมขาดสามัคคีธรรม ไร้การเสียสละ ครานั้นสังคมจะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และความเห็นแก่ตัว เป็นสังคมที่ไม่มีความสุข ร้อนรุ่ม สับสน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เมื่อความขัดแย้งเกิดขึ้นต้องรู้จักให้อภัย ผ่อนหนักผ่อนเบา และประนีประนอมกัน ดังที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงกล่าวไว้ในซูเราะฮ์ อัล-อัมฟาล อายะฮ์ที่ 1 ความว่า : จงปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างพวกท่าน และจงเชื่อฟังอัลลอฮ์และรอซู้ลของพระองค์เถิด หากพวกท่านเป็นผู้ศรัทธา
แต่นับวันคุณสมบัติดี ๆ เหล่านี้ค่อย ๆ เลือนหายไปจากสังคม ทุกวันนี้คนที่ให้อภัย กลับถูกมองว่าไม่ฉลาด ไม่รู้เท่าทันสังคม ส่วนคนประนีประนอมอาจถูกมองว่าเป็นจอมเจ้าเล่ห์เพทุบาย คบไม่ได้จนในที่สุดสังคมที่ครั้งหนึ่งใคร ๆ ต่างพากันกล่าวขวัญชื่นชมถึงความเป็นเอกภาพ ความสามัคคี แต่ ณ วันนี้กำลังกลายเป็นอดีต และถูกแทนด้วยความบึ้งตึง ฉุนเฉียว หวาดระแวงขัดแย้ง และดูเหมือนว่าความขัดแย้งที่สำคัญที่สุดก็คือ ความขัดแย้งทางความคิดที่ปัจจุบันพัฒนามาจนถึงปลายขอบเหวลึก และลุกลามกลายเป็นความแปลกแยกแข็งขืนขึ้นในสังคม
ดังนั้นบนสังคมแห่งอัตลักษณ์ทางความคิด ต่างคนต่างคิดว่าความคิดของตัวเองถูกต้องหมด ปฏิเสธความคิดของคนอื่น และไม่ยอมรับนี้เองที่ทำให้สังคมขาดความสามัคคี เราไม่เคยนำพาศาสนามาแก้ปัญหาการดำรงชีวิต และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแต่อย่างใดเลย ปล่อยให้ลาภยศ สรรเสริญเข้ามาในชีวิตของเรา มันผ่านมาในวิถีชีวิตของเราแล้วก็ผ่านไป ลาภผ่านมา ยศผ่านมา ความสุขผ่านมา เสร็จแล้วมันก็ผ่านไป แต่เราบางคนหลงผิดคิดว่า มันต้องอยู่กับเราตลอด เลยต่อสู้สุดชีวิตเพื่อยื้อยุดฉุดมันไว้ ถ้าถึงคราวที่มันต้องไปใครหน้าไหนที่จะสามารถไปรั้งมันไว้ ขอให้พวกเราปล่อยวางมันบ้าง คิดทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง และคนที่ตนรัก ก่อนที่จะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

01/10/2013

ยามเช้าตื่นขึ้นมาทำอิบาดะห์กันเถอะ:)

ที่อยู่

ร. รอิสลามสันติชน
Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Muslim'Gifts-ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Muslim'Gifts-:

แชร์