15/10/2022
#ทำไมพี่อิจฉาน้อง #ทำไมพี่รุนแรงกับน้อง
พ่อแม่ควรเข้าใจว่า พอคนเล็กเกิด เราจะใช้เวลากับคนเล็กมากกกก... บางคนแทบจะใช้เวลาทั้งหมดกับคนเล็กเลยด้วยซ้ำ แปลว่า คนโตจะมีเวลาคุณภาพกับแม่น้อยลง หรือไม่มีเลย....
นอกจากนี้ คนโตก็ยังโดนดุบ่อยขึ้นกว่าเดิม... แต่เดิม พี่โดนดุเฉพาะเรื่องของตัวเอง เช่น เอาแต่ใจ, เรียกยาก, ไม่อาบน้ำ, ไม่ปิดการ์ตูน, ซุกซนฯ สมมติว่า ปริมาณคำดุเท่ากับ 1 กระบุง... แต่พอมีน้อง พี่จะโดนดุในเรื่องที่สัมพันธ์กับน้องด้วย เช่น เสียงดังแล้วน้องตื่น, จับน้องแรง, ซนแล้วน้องทำตาม ฯ คำดุก็มีเพิ่มอีก.. กลายเป็น 2 กระบุง
ดังนั้น ในมุมมองของคนเป็นพี่ การมีน้อง มีแต่แย่กับแย่ แม่มีเวลาคุณภาพกับเขาลดลงหรือไม่มีเลย! และยังโดนดุเพิ่มเป็น 2 กระบุง.. ทั้งๆที่กระบุงแรก ก็สร้างความรู้สึกเบื่อ, โกรธ, เศร้า หาทางออกให้ตัวเองก็ยังไม่ได้ โดนเพิ่มอีกกระบุง ยิ่งโกรธ, ยิ่งเศร้ามากขึ้นอีก เด็กหลายคนทนไม่ไหว กลายเป็นถดถอย, ขี้หงุดหงิด, ขี้โมโห, ต่อต้านมากขึ้น และรุนแรงกับน้องมากขึ้นด้วย!
จำเป็นอย่างมาก ที่พ่อแม่ต้องแก้โจทย์นี้ให้ดี อย่ามองเป็นเรื่องเล็ก เพราะหากพี่รู้สึกแย่กับการมีน้องไปเรื่อยๆ นานวันเข้า อาจไม่รักกัน, อิจฉากัน หรือเกลียดกันจนโต ... ก็มีให้เห็นบ่อยๆ
วิธีแก้ไข ตรงไปตรงมาค่ะ...
1. พ่อแม่ต้องมีเวลาคุณภาพกับพี่คนโตแบบเดี่ยวๆด้วย อย่าเลี้ยงเป็นแพคคู่พี่น้องตลอดเวลา และอย่าคิดว่าพี่โตแล้ว อยู่คนเดียวได้
(หาอ่านเวลาคุณภาพในเพจนี้ดูค่ะ)
2. อย่าให้มีคำดุเพิ่มอีกระบุง
ในส่วนของตัวพี่ พ่อแม่ก็ยังต้องดูแลและช่วยลูกจัดการตัวเองคล้ายๆแบบเดิม... ถึงเป็นพี่ ลูกก็ยังเป็นเด็ก อย่าคาดหวังว่า พอลูกเป็นพี่แล้ว จะเชื่อฟังและทำตามได้เลย....
ในส่วนของคำดุที่เกี่ยวกับน้อง อย่าให้มีเลย เอาจริงค่ะ ไม่พูดเล่น ....ขอให้พ่อแม่เปลี่ยนมาใช้วิธีจัดสิ่งแวดล้อม หรือ คิดแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหา แทนค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น
- กรณีพี่ทำเสียงดังตอนน้องนอน แล้วโดนดุ
🔹หากใช้วิธีจัดสิ่งแวดล้อม เราจะย้ายที่นอนน้องออกไปจากที่พี่เล่น หรือ จะย้ายที่เล่นของพี่ไปอยู่ที่อื่นแทนก็ได้...
🔹หากใช้วิธีคิดแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหา ผู้ใหญ่ซึ่งอาจเป็นพ่อหรือแม่ก็ได้ ให้พาคนโตทำกิจกรรมที่ไม่เสียงดัง ในขณะที่น้องกำลังนอน
พ่อแม่อย่าคาดหวังว่า พี่จะอยู่กับน้อง แล้วสามารถเงียบเสียงได้ตลอดเวลาที่น้องนอน โดยใช้เพียงคำอธิบายและเหตุผลเท่านั้น อย่าลืมว่า คนโตก็ยังเป็นเด็กนะคะ
- กรณีพี่ชอบผลักน้อง ตอนน้องจับของเล่น (ของเล่นล้ม พี่ไม่อยากให้ล้ม)
🔹หากใช้วิธีจัดสิ่งแวดล้อม ก็คือ แยกกันเล่น คนละที่ไปเลย... วิธีนี้ได้ผลในระยะสั้นๆเท่านั้น เพราะธรรมชาติของเด็ก เขาจะเข้าหากัน โดยเฉพาะคนน้องจะคอยไปหาพี่เกือบตลอดเวลา... ดังนั้น ใช้วิธีนี้ได้ชั่วคราวเท่านั้น
🔹หากใช้วิธีคิดแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหา ใช้วิธีนี้ดีกว่า ยั่งยืนกว่า ตอนน้องมาเล่นใกล้ๆพี่ ให้พ่อแม่เตรียมตัวไว้เลย พอเริ่มเห็นน้องทำท่าจะหยิบ ให้เรารีบ...
▪️ เบี่ยงเบนน้องไปเล่นอย่างอื่น หรือบอกให้คนพี่ทำก็ได้
▪️ หยิบของอื่นมาแลกกับน้อง หรือบอกให้คนพี่ทำก็ได้
▪️ ชวนน้องมาเล่นกับพี่แบบที่ไม่ต้องใช้ของเล่น เช่น ร้องเพลงแล้วเต้น, ซ่อนแอบ, จ๊ะเอ๋...
▪️ พ่อแม่ลงเล่นกับลูกทั้งสองคนเลย โดยมีเป้าหมาย ให้ลูกทุกคนเล่นแล้วสนุกกับพ่อแม่ หรือเล่นแล้วเพลิดเพลินจนลืมแย่งของกัน ไม่ใช่ลงมาเป็นกรรมการตัดสินนะคะ ไม่เวิร์คค่ะ
▪️ สอนน้องขอพี่ ให้เราจับมือลูกทำท่าแบประกอบคำพูดว่า “ขอ” หรือบอกให้คนพี่ทำก็ได้
ทั้งหมดนี้ ควรทำให้ทันก่อนที่มือน้องจะจับของพี่ ... (บางบ้าน น้องสัมผัสของนิดเดียว พี่ก็ผลักแล้ว ประสบการณ์สั่งให้พี่รีบหยุดน้อง) อย่าให้เกิดเหตุการณ์แล้วค่อยทำ มักไม่เวิร์คค่ะ
กรณีที่ต้องสั่งสอน พ่อแม่ควรใช้วิธีพูดคุย ไม่ใช่ดุ โดยถามความเห็นหรือวิธีแก้ปัญหาจากคนพี่ด้วย ... และสุดท้าย หากจะลงโทษก็ควรใช้หลัก 3R ไม่ใช่ดุด่า..
คนเป็นพี่จะมองว่า การมีน้องทำให้ชีวิตเขาแย่ลง ไม่อยากมี หรือ จะมองว่า ชีวิตเขาสนุกขึ้น, อบอุ่นมากขึ้นเพราะมีน้องก็ได้... อยู่ที่การเลี้ยงดูของพ่อแม่เลยค่ะ
มีเวลาคุณภาพเดี่ยวๆกับพี่ + อย่าเพิ่มคำดุอีกระบุง (จัดสิ่งแวดล้อม + คิดแผนล่วงหน้า + ชวนคิดแก้ปัญหา + ลงโทษแบบ 3R)
#พี่น้องอิจฉากัน #พี่น้องทะเลาะกัน