Magnae - Organic Cocoa

Magnae - Organic Cocoa We source the finest local cacao beans and transform to delicious snacks & beverages. Our products are made with passions. It's all NO TRANS FAT!

21/07/2026

ข้อมูลที่ดีมากจากบทความรีวิว "ถอดรหัสรสชาติช็อกโกแลต: จากเมล็ดโกโก้ธรรมดาสู่ "อาหารของเทพเจ้า"

# # ทำไมบทความนี้ถึงน่าสนใจเป็นพิเศษ

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังกัดช็อกโกแลตแท่งโปรดสักชิ้น รสชาติที่ซับซ้อนนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เป็นผลลัพธ์ของ "ปฏิกิริยาเคมีนับพัน" ที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางยาวไกลตั้งแต่เมล็ดโกโก้ในฝัก จนกลายเป็นช็อกโกแลตในมือคุณ บทความนี้เปรียบเสมือน**แผนที่เดินทางฉบับสมบูรณ์**ที่รวบรวมองค์ความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับกระบวนการนี้ไว้ในที่เดียว

จุดที่ทำให้บทความนี้ทรงพลังคือมันไม่ได้พูดถึงแค่ "การหมัก" เพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงทุกขั้นตอนเข้าด้วยกัน — ตั้งแต่พันธุกรรมของต้นโกโก้ ไปจนถึงการคั่วเมล็ด — เพื่อตอบคำถามใหญ่ข้อเดียวคือ **อะไรคือปัจจัยที่กำหนดว่าช็อกโกแลตแท่งหนึ่งจะอร่อยหรือธรรมดา**

# # ตลาดโกโก้ 2 ระดับ: ของธรรมดา vs ของพิเศษ

ก่อนเข้าเรื่องวิทยาศาสตร์ นักวิจัยเปิดประเด็นด้วยเรื่องเศรษฐศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น ปัจจุบันตลาดโกโก้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่:

- **Bulk cocoa** — โกโก้ทั่วไป ราคาผูกกับตลาดหุ้นลอนดอนและนิวยอร์ก
- **Specialty cocoa** — โกโก้พิเศษที่มีรสชาติเฉพาะตัว แหล่งกำเนิดชัดเจน หรือมีใบรับรองพิเศษ

ที่น่าทึ่งคือ โกโก้กลุ่ม specialty สามารถขายได้ในราคา**พรีเมียมสูงถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน** โดยไม่ผูกติดกับราคาตลาดโลกเลย นี่คือแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมสนใจทำความเข้าใจกระบวนการสร้างรสชาติอย่างลึกซึ้ง เพื่อผลิตโกโก้คุณภาพสูงได้อย่างสม่ำเสมอ

# # พันธุกรรมของต้นโกโก้: จุดเริ่มต้นที่กำหนดชะตากรรมรสชาติ

โกโก้แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มพันธุกรรมหลัก:

1. **Forastero** — ครองสัดส่วนถึง 90% ของผลผลิตโลก ปลูกมากในแอฟริกาตะวันตก ให้รสชาติโกโก้พื้นฐานที่เข้มข้นแต่ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ต้องหมักนานกว่าเพื่อดึงรสชาติออกมา
2. **Criollo** — พันธุ์หายากเพียง 5-10% ของตลาดโลก แต่ให้รสชาติที่นุ่มนวล หอมซับซ้อน (ดอกไม้ ผลไม้ ถั่ว คาราเมล) ใช้เวลาหมักสั้นกว่ามาก ปลูกมากที่สุดในเอกวาดอร์ (53.42%) รองลงมาคือเปรูและปาปัวนิวกินี
3. **Trinitario** — ลูกผสมระหว่างสองพันธุ์ข้างต้น ให้รสชาติช็อกโกแลตเข้มข้นผสมกลิ่นไวน์
4. **Nacional** — พันธุ์เฉพาะถิ่นของเอกวาดอร์ แม้จัดอยู่ในกลุ่ม Forastero แต่กลับให้รสชาติพิเศษที่เรียกว่า "Arriba flavor" มีกลิ่นเครื่องเทศและดอกไม้

ที่น่าสนใจคือ นักวิจัยชี้ให้เห็นว่าการจำแนกแบบดั้งเดิมนี้ยัง**ไม่เพียงพอ** เพราะยังไม่มีใครอธิบายได้ชัดเจนว่าทำไมพันธุ์เดียวกันในแต่ละพื้นที่ถึงให้รสชาติต่างกัน หรือทำไม Trinitario บางแหล่ง (เช่นในแคเมอรูน) กลับถูกจัดเป็นโกโก้ธรรมดาทั้งที่มีศักยภาพทางพันธุกรรมสูง

# # เจาะลึกเคมีภายในเมล็ด: สารตั้งต้นของรสชาติเกิดขึ้นได้อย่างไร

นี่คือหัวใจสำคัญของบทความ — การอธิบายว่าภายในเมล็ดโกโก้เกิดปฏิกิริยาเคมีอะไรบ้างระหว่างการหมัก

# # # โปรตีน: แหล่งกำเนิดกรดอะมิโนและเปปไทด์

เมล็ดโกโก้มีโปรตีนอยู่ 10-15% ของน้ำหนักแห้ง แบ่งเป็น albumin (52%) และ vicilin-class globulin (43%) ระหว่างการหมัก เอนไซม์สองชนิดคือ **aspartic endoprotease** (ทำงานดีที่สุดที่ pH 3.5) และ **carboxypeptidase** (ทำงานดีที่สุดที่ pH 5.8) จะย่อยโปรตีนเหล่านี้ให้กลายเป็น**เปปไทด์และกรดอะมิโนอิสระ** ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญของรสชาติ

งานวิจัยล่าสุดที่นักวิจัยกลุ่มนี้อ้างถึง (D'Souza et al. 2018) พบเปปไทด์มากกว่า 800 ชนิดในเมล็ดโกโก้ที่หมักแล้ว! และพบว่าเปปไทด์ขนาดใหญ่จะค่อยๆ ถูกย่อยให้เล็กลงเรื่อยๆ ตลอดกระบวนการหมัก

# # # คาร์โบไฮเดรต: จุดเริ่มต้นของปฏิกิริยา Maillard

น้ำตาลซูโครสในเมล็ดจะถูกเอนไซม์ invertase (ทำงานดีที่สุดที่ pH 4.5) ย่อยให้กลายเป็นน้ำตาลรีดิวซ์ (กลูโคสและฟรุกโตส) ซึ่งจะไปทำปฏิกิริยากับกรดอะมิโนในขั้นตอนการคั่วต่อไป เกิดเป็นสารกลิ่นหอมสำคัญอย่าง **alkyl pyrazine** ที่ให้กลิ่นคั่วและถั่ว

# # # โพลีฟีนอล: ตัวการของความขมฝาด (และสีน้ำตาลของช็อกโกแลต)

โพลีฟีนอลคิดเป็น 15% ของน้ำหนักแห้งเมล็ด แบ่งเป็น proanthocyanidins (59%), catechins (37%) และ anthocyanins (4%) ระหว่างการหมัก เอนไซม์ **polyphenol oxidase** จะออกซิไดซ์ catechin ให้กลายเป็น quinone ซึ่งจะไปรวมตัวกับโปรตีนและกรดอะมิโนกลายเป็น**แทนนินสีน้ำตาล** — นี่คือที่มาของสีน้ำตาลอันเป็นเอกลักษณ์ของช็อกโกแลตที่หมักดีแล้ว

# # จังหวะเวลาสำคัญ: ทำไม 3-4 วันอาจดีกว่า 6 วัน

หนึ่งในข้อค้นพบที่ท้าทายความเชื่อดั้งเดิมมากที่สุดคือ นักวิจัยพบว่าสารตั้งต้นรสชาติ (เปปไทด์ กรดอะมิโนอิสระ น้ำตาลรีดิวซ์) จะเพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุดในวันที่ **3-4 ของการหมัก** แล้วจึงเริ่มลดลงในวันที่ 5-6

นี่หมายความว่าการหมักตามธรรมเนียมที่ใช้เวลานานถึง 6 วัน **อาจไม่จำเป็นเสมอไป** — การหมักเพียง 3-4 วันอาจเพียงพอแล้วที่จะได้สารตั้งต้นรสชาติในปริมาณสูงสุด ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีนัยสำคัญมากต่ออุตสาหกรรม เพราะหมายถึงการประหยัดเวลาและต้นทุนได้

# # สามเทคโนโลยีสำหรับควบคุมการหมัก

บทความนี้วิเคราะห์เทคโนโลยี 3 แบบที่ใช้ในการแปรรูปเมล็ดโกโก้:

**1. การหมักตามธรรมชาติ (Spontaneous Fermentation)** — วิธีดั้งเดิมที่เกษตรกรใช้กันทั่วโลก อาศัยจุลินทรีย์จากธรรมชาติ (ยีสต์ แบคทีเรียกรดแลคติก แบคทีเรียกรดอะซิติก) แบ่งเป็น 2 ระยะ:
- **ระยะไม่ใช้ออกซิเจน:** ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลเป็นเอทานอล
- **ระยะใช้ออกซิเจน:** แบคทีเรียกรดอะซิติกเปลี่ยนเอทานอลเป็นกรดอะซิติก ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40-50°C ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำลายโครงสร้างเซลล์และปลดปล่อยเอนไซม์

ปัญหาคือวิธีนี้**แปรปรวนสูงมาก** — ตารางเปรียบเทียบในบทความแสดงให้เห็นว่าแม้แต่ในประเทศเดียวกัน (โคลอมเบีย) เกษตรกรแต่ละกลุ่มก็ใช้ระยะเวลาหมักและวิธีการที่ต่างกันมาก และเมื่อเทียบระหว่างประเทศ (โคลอมเบีย vs ไนจีเรีย) ความแตกต่างยิ่งชัดเจน เช่น การใช้ระบบกองเทียบกับกล่อง หรือการพลิกกลับกองหมักหรือไม่

**2. การใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี (Chemical Catalysts)** — วิธีนี้ทดลองในห้องแล็บโดยใช้กรดอะซิติกจำลองสภาวะการหมัก โดยไม่ต้องพึ่งจุลินทรีย์เลย! ผลการทดลองน่าประหลาดใจคือ ให้ผลลัพธ์คล้ายกับการหมักตามธรรมชาติ และเมื่อนำไปทำช็อกโกแลตแล้วให้คณะกรรมการชิม ก็ได้รสชาติช็อกโกแลตที่ยอมรับได้ — เปิดโอกาสให้เกิดการหมักแบบมาตรฐานและใช้เครื่องจักรได้ในอนาคต

**3. การใช้เชื้อเริ่มต้น (Starter Cultures)** — คล้ายกับการทำโยเกิร์ตหรือไวน์ที่ใส่เชื้อจุลินทรีย์ที่คัดสรรแล้วลงไป ช่วยให้การหมักเร็วขึ้น สม่ำเสมอขึ้น และคาดเดาผลลัพธ์ได้ดีกว่า แต่ยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและการจัดการ (การเก็บรักษาเชื้อแช่แข็งแห้ง) ทำให้ยังไม่แพร่หลายในระดับอุตสาหกรรม

# # ขั้นตอนก่อนหมัก: รายละเอียดเล็กๆ ที่ส่งผลใหญ่

บทความยังพูดถึง**การเตรียมเมล็ดก่อนหมัก** (preconditioning) ซึ่งมีผลต่อคุณภาพสุดท้ายอย่างมาก:

- **การเก็บฝักไว้ก่อน (Pod Storage):** ทำให้การหมักเร็วขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงหมักเกิน
- **การตากแดดก่อนหมัก (Pre-drying):** ลดปริมาณน้ำและน้ำตาลในเยื่อหุ้มเมล็ด ช่วยลดความเป็นกรดสุดท้าย
- **การกำจัดเยื่อหุ้มบางส่วน (Depulping):** ลดปริมาณกรดที่เกิดขึ้นระหว่างหมัก ช่วยให้รสชาติดีขึ้น

# # การอบแห้ง: ขั้นตอนที่มักถูกมองข้าม

หลังหมักเสร็จ เมล็ดต้องผ่านการอบแห้งจนความชื้นเหลือต่ำกว่า 7% เพื่อป้องกันเชื้อราและยืดอายุการเก็บรักษา แต่จุดสำคัญที่บทความเน้นย้ำคือ **ความเร็วในการอบแห้งส่งผลต่อรสชาติโดยตรง** ถ้าอบแห้งเร็วเกินไปด้วยอุณหภูมิสูง เปลือกเมล็ดจะแข็งตัวและติดกับเนื้อในเร็วเกินไป จำกัดการซึมผ่านของออกซิเจน ทำให้เอนไซม์ polyphenol oxidase ทำงานไม่ทัน เกิดเป็นเมล็ดสีม่วงที่ขมและฝาดมากกว่าปกติ

การตากแดดธรรมชาติยังคงถูกมองว่าให้ผลลัพธ์รสชาติดีที่สุด แม้จะควบคุมยากกว่าการอบด้วยเครื่องจักร

#: การคั่วที่เปลี่ยนสารตั้งต้นให้กลายเป็นรสชาติจริง

เมื่อเมล็ดหมักและอบแห้งเสร็จแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือ**การคั่ว** ที่อุณหภูมิ 110-160°C เป็นเวลา 5-120 นาที นี่คือจุดที่ปฏิกิริยา **Maillard** เกิดขึ้นจริง — น้ำตาลรีดิวซ์ทำปฏิกิริยากับกรดอะมิโนที่สร้างไว้ระหว่างการหมัก ผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนเรียกว่า Strecker degradation เกิดเป็นสารระเหยนับร้อยชนิด เช่น pyrazines (กลิ่นคั่วถั่ว) aldehydes (กลิ่นช็อกโกแลต) และ esters (กลิ่นผลไม้)

ที่น่าสนใจคือ กรดอะมิโนแต่ละชนิดให้กลิ่นที่แตกต่างกันชัดเจน เช่น leucine + กลูโคส ให้กลิ่น "ช็อกโกแลตหวาน" ในขณะที่ threonine + glutamine + กลูโคส ให้กลิ่น "ช็อกโกแลต" แบบตรงไปตรงมา

# # บทสรุปและมุมมองอนาคต

บทความนี้ทิ้งท้ายด้วยข้อเสนอแนะสำคัญ นั่นคือ อุตสาหกรรมโกโก้ยังขาด**การเชื่อมโยงข้อมูลอย่างครบวงจร** ระหว่างสารตั้งต้นรสชาติ สารระเหยที่เกิดขึ้นจริง และผลการชิมทางประสาทสัมผัส งานวิจัยส่วนใหญ่มักศึกษาแยกส่วนกัน นักวิจัยจึงเสนอให้พัฒนา**แบบจำลองทำนายผล** ที่เชื่อมโยงทุกตัวแปรเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถออกแบบกระบวนการผลิตที่ทำนายรสชาติสุดท้ายได้อย่างแม่นยำ — เปลี่ยนจากศิลปะที่อาศัยประสบการณ์ล้วนๆ ไปสู่วิทยาศาสตร์ที่ควบคุมได้จริง

บทความนี้นำมาจาก และอ่านเพิ่มเติมได้ที่
Santander Muñoz, M., Rodríguez Cortina, J., Vaillant, F. E., & Escobar Parra, S. (2020). An overview of the physical and biochemical transformation of cocoa seeds to beans and to chocolate: Flavor formation. Critical Reviews in Food Science and Nutrition, 60(10), 1593–1613. https://doi.org/10.1080/10408398.2019.1581726

# # ข้อมูลบทความ

- **ชื่อเรื่อง:** An overview of the physical and biochemical transformation of cocoa seeds to beans and to chocolate: Flavor formation
- **ผู้วิจัย:** Margareth Santander Muñoz, Jader Rodríguez Cortina, Fabrice Eric Vaillant, Sebastian Escobar Parra
- **ตีพิมพ์ใน:** Critical Reviews in Food Science and Nutrition เล่มที่ 60 (2020) ของสำนักพิมพ์ Taylor & Francis
- **สถาบัน:** Agrosavia (โคลอมเบีย) ร่วมกับ CIRAD (ฝรั่งเศส)
- **ประเภทบทความ:** Review (บทความทบทวนวรรณกรรม) — สรุปและวิเคราะห์งานวิจัยจำนวนมากที่มีมาก่อนหน้า

#โกโก้ #การหมัก #สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ #งานวิจัย #เปรู #โพลีฟีนอล #สารต้านอนุมูลอิสระ #วิทยาศาสตร์การอาหาร #ช็อกโกแลต #อเมซอน #คุณค่าทางโภชนาการ

วันนี้มีคลิปจากลูกค้าส่งมาฝากค่ะ เห็นแบบนี้แล้วชื่นใจค่ะhttps://vt.tiktok.com/ZSRf7Vmeo/โกโก้กินกับอะไรก็ดีงาม ชงกับกาแฟ...
19/08/2022

วันนี้มีคลิปจากลูกค้าส่งมาฝากค่ะ เห็นแบบนี้แล้วชื่นใจค่ะ

https://vt.tiktok.com/ZSRf7Vmeo/

โกโก้กินกับอะไรก็ดีงาม ชงกับกาแฟ ก็ได้มอคค่า เติมกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยเกรดบำบัดที่ทานได้อีกหน่อย กลิ่น wild orange เพิ่มความสดชื่น หอมไปอี้กกก

☕️☕️☕️☕️☕️☕️☕️☕️☕️☕️☕️☕️

"วันนี้หนิงมาชวนทำเครื่องดื่มสดชื่น ที่จะปลุกให้ช่วงบ่ายหลัง lunch กลับมากระปรี้กระเปร่า แถมอร่อยฟิน ไม่อ้วนด้วยค่า

พอดีหนิงสั่งโกโก้ออร์แกนิคมาจากน้องเกด คนสวย เพิ่งจะมีเวลามาลองชงค่ะ ได้แรงบันดาลใจจากสูตร Wild Orange Hot Chocolate ของ doterra แค่มาเปลี่ยนเป็นสูตรเย็นค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม:

- กาแฟ espresso 1 ช็อต
- โกโก้ออร์แกนิค 1 ช้อนโต๊ะ
- นมอัลมอนด์ (หรือนมสดที่มี)
- และนางเอกของแก้วนี้คือ doTERRA Wild Orange ค่ะ

วิธีทำง่ายแสนง่าย:
- ผสมโกโก้ลงในช็อตกาแฟให้ละลาย เทลงในแก้วที่มีน้ำแข็งและนมอัลมอนด์

- หยด Wild Orange ลงไป คนให้เข้ากัน

แค่นี้ก็พร้อมดื่มละค่า 🧡

จะบอกว่าหอมมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หอมแบบช็อคโกแลต แวน ฮูตั้น รสส้มในตำนานเลยค่า ใครทันบ้างค้า🤣

สูตรหนิงไม่ใส่น้ำตาลหรือน้ำเชื่อมเลย เพราะหนิงไม่ชอบเครื่องดื่มหวานๆค่ะ
สามารถปรับเตืมได้ตามชอบใจนะคะ

คือดีมากจนขอท้าให้ลองเลยค่า 🧡🍊"

🌿—————————— 👇สนใจน้ำมันหอมระเหยเกรดบำบัด ติดต่อ👇 ☎คุณเกด 096-554-9695 💬หรือทาง inbox หรือ line : https://line.me/ti/p/-AFcd8kBPQ

It's ready to ship.Thanks for supporting me.It's still available some but not too many. 😉 Last order will be close at 9:...
15/08/2022

It's ready to ship.
Thanks for supporting me.

It's still available some but not too many. 😉
Last order will be close at 9:30 am today. I gotta fly to my hometown for a month and will be back to running my tiny chocolate factory. 😘

Preparing date stamping for my chocolate barsDark 70%
15/08/2022

Preparing date stamping for my chocolate bars

Dark 70%

มาเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระในทุกๆวันด้วย โกโก้ หรือ ดาร์คช็อคโกแลตกันนะคะ
14/08/2022

มาเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระในทุกๆวันด้วย โกโก้ หรือ ดาร์คช็อคโกแลตกันนะคะ

ในที่สุดเมล็ดโกโก้แห้งออร์แกนิคที่รอคอยมานาน ก็ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์มาแล้วนะจ้ะเรามีเทคโนโลยีใหม่ในการไล่ความร้อนด้วยน้าาา...
09/08/2022

ในที่สุดเมล็ดโกโก้แห้งออร์แกนิคที่รอคอยมานาน ก็ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์มาแล้วนะจ้ะ
เรามีเทคโนโลยีใหม่ในการไล่ความร้อนด้วยน้าาา เป็นกำลังใจให้สาวแมกเน่หน่อยนะคะ

นอกจากการใช้พัดลมเป่าแล้ว การวางกระดาษรองอบบนตะแกรงแล้ววางบนขอบถาด ทำให้มีช่องว่างให้ความร้อนระบายออกได้ไวขึ้นด้วยค่ะ ไม่กี่นาที เมล็ดก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการถัดไปที่ใช้เวลานานเป็นวันสองวัน กว่าจะแกะเปลือกครบทุกเมล็ด *.**

30/06/2022

Toblerone ย้ายฐานการผลิตไปสโลวาเกีย
ปิดตำนานคำว่า Swiss Chocolate Milk
เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จัก Toblerone ช็อกโกแลตสามเหลี่ยมในตำนานที่มีวางขายอยู่แทบทุกร้านสะดวกซื้อในบ้านเรา เพราะมันเป็นแบรนด์ช็อกโกแลตที่มีอายุอานามกว่า 114 ปีแล้ว Toblerone เป็นที่รู้จักในฐานะของช็อกโกแลตรสชาติยอดเยี่ยมจากสวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งช็อกโกแลตของโลก แถมยังป๊อปปูล่าร์ถึงขนาดว่าเป็น 1 ใน 3 แบรนด์สำคัญของประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อวันเกิดครบ 100 ปี ในปี 2008 ที่ผ่านมา Toblerone จึงประกาศว่าตัวเองเป็น ‘ช็อกโกแลตสวิสขนานแท้’ (a real piece of traditional Swiss chocolate) เลยทีเดียว
ถึงแม้จะไม่ใช่ประเทศผู้ปลูกโกโก้ แต่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก็จริงจังกับเรื่องการผลิตช็อกโกแลตมาก กระทั่งว่ามีการรวมตัวกันของธุรกิจผู้ผลิตช็อกโกแลตเพื่อกำหนดมาตรฐานและคุณภาพมาตั้งแต่ปี 1916 และมีเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่งว่า ช็อกโกแลตที่เรียกตัวเองว่าเป็น Swiss Chocolate ได้ จะต้องถูกผลิตขึ้นภายในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ (Exclusively Swiss made) เท่านั้น
เพราะฉะนั้นเมื่อบริษัทผู้ผลิต Toblerone ออกมาประกาศอีกว่าจะย้ายฐานการผลิตส่วนหนึ่งไปที่ประเทศสโลวาเกียภายในสิ้นปี 2023 จึงเป็นเรื่องใหญ่โตในแวดวงช็อกโกแลตสวิสฯ เพราะนั่นหมายความว่า Toblerone จะไม่สามารถใช้คำว่า Swiss Chocolate Milk บนบรรจุภัณฑ์ของตัวเองได้อีกต่อไป
ชาวสวิสเซอร์แลนด์ส่วนหนึ่งก็รู้สึกใจเสียที่ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของประเทศอย่าง Toblerone จะย้ายฐานการผลิตส่วนใหญ่ออกไปจากสวิสฯ แต่กระนั้นเองทางบริษัทฯ ก็ยืนยันว่า โรงงานแม่ที่เมือง Bern ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก็จะยังคงมีการผลิตอยู่ตลอดไป เพราะถือเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญของ Toblerone อยู่เสมอ
สาเหตุสำคัญที่ Toblerone ยอมย้ายฐานการผลิตหลักไปยังประเทศอื่น จนต้องสูญเสียคุณสมบัติของการเป็น Swiss Choclate ไป ก็เพราะต้องการเพิ่มกำลังการผลิตให้เยอะขึ้น เพราะโรงงานในปัจจุบันสามารภผลิตช็อกโกแลตได้เพียง 7 ล้านแท่งต่อปี แถม 97% ของสินค้าที่ผลิตได้ยังต้องส่งออกทั้งหมด เพื่อตอบสนองความต้องการซื้อของผู้บริโภคใน 120 ประเทศทั่วโลก (แต่แหล่งข่าวหลายแห่งก็วิเคราะห์กันว่า น่าจะเป็นเพราะเรื่องค่าแรงที่ถูกลงเสียมากกว่า)
แม้ว่า Toblerone จะต้องยอมถอดคำว่า ‘of Switzerland’ ออกจากบรรจุภัณฑ์ไป แต่ยอดเขา Matterhorn สัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นสวิสเซอร์แลนด์ของแบรนด์ก็จะถูกใช้เป็นโลโก้เช่นเคย และอาจมีการปรับเปลี่ยนคำเล็กน้อยเพื่อแสดงว่า ‘ฉันน่ะเป็นช็อกโกแลตที่มีต้นกำเนิดในประเทศสวิสฯ เชียวนะจ๊ะ’ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและอัตลักษณ์ของแบรนด์ไว้ แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นก็ตามที

09/06/2022

สั่นสะเทือนวงการช็อกโกแลต! “ซินโครตรอน” ช่วยค้นพบส่วนผสมสำคัญ รังสรรค์ความอร่อยได้ง่ายขึ้น 🍫
เคยสงสัยกันไหมว่า ช็อกโกแลตดีๆ ทำไมถึงแพง ที่ราคาแรงแค่เพราะการสร้างแบรนด์หรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วหากมองให้ลึกลงไปถึงมุมการผลิต การทำช็อกโกแลตถือเป็นอีกศาสตร์ที่ต้องใช้ความพิถีพิถันและความเชี่ยวชาญสูงมาก ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์โกโก้ ไปจนถึงขั้นตอนที่เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายอย่างการ Tempering หรือการควบคุมอุณหภูมิเพื่อให้ได้เป็น Cocoa Butter ที่มีผลึกชนิดที่ 5 จากโครงสร้างผลึกทั้งหมดของ CB Triacylglycerols ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทำให้ช็อกโกแลตมีรสสัมผัสที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุด เมื่อขึ้นรูปแล้วมองจากภายนอกจะฉ่ำวาว กัดแล้วกรุบ แต่เนื้อเนียนนุ่มละลายในปาก
ความซับซ้อนนี้เองทำให้การทำช็อกโกแลตเลิศรสไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้ เพราะต้องอาศัยเครื่องมือที่มีคุณภาพสูง มีเครื่องจักรหลายประเภท แถมยังใช้เวลานาน รวมถึงต้องใช้คนที่ต้องฝึกฝนมาเป็นอย่างดีในแต่ละขั้นตอน ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้ทำให้การผลิตช็อกโกแลตมีต้นทุนสูง จึงไม่แปลกเลยที่ช็อกโกแลตกล่องนึงอาจมีราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพันบาท หรือมากกว่านั้น
จนกระทั่งนักวิจัยจาก University of Guelph ในประเทศแคนาดา ได้ค้นพบว่ามีกรดไขมันบางชนิดอย่าง ฟอสฟาติดิลโคลีน (Phosphatidylcholine) ชนิดอิ่มตัว และฟอสฟาติดิลเอทาโนลามีน (Phosphatidyl Ethanolamine) เป็นกุญแจสำคัญในการผลิตช็อกโกแลต ซึ่งถ้าเติมเข้าไปในกระบวนการผลิต พร้อมกับการควบคุมเวลาและอุณหภูมิให้เหมาะสมแล้ว จะช่วยเร่งให้เกิดผลึกชนิดที่ 5 ได้ ซึ่งจะเข้ามาช่วยลดกระบวนการ Tempering ให้ใช้เวลาน้อยลงได้ และส่งผลให้ประสิทธิภาพพื้นผิวของช็อกโกแลตมีความมันวาวมากขึ้น
แน่นอนว่าการเข้าไปศึกษาโครงสร้างลงถึงระดับโมเลกุลเช่นนี้ก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างซินโครตรอนเข้าไปช่วยในกระบวนการทดลอง โดยในครั้งนี้นักวิจัยได้ทำการทดลองร่วมกับ Canadian Light Source ด้วยการบันทึกภาพและฉายแสงแบบ Micro-Computed Tomography (SR-µCT) ผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า Biomedical Imaging and Therapy—Bending Magnet beamline (BMIT-BM 05B1-1) ซึ่งเป็นการฉายรังสีเอกซ์ ไปบนตัวอย่างช็อกโกแลต คู่กับกล้องจุลทรรศน์ Optique Peter (Lentilly) ในการฉายภาพโครงสร้างระดับโมเลกุลของช็อกโกแลต เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงโมเลกุลของสารประกอบและโครงสร้างผลึกหลากชนิด จนได้ผลทดลองที่ชัดเจนในที่สุด
การค้นพบครั้งนี้นับว่าเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมช็อกโกแลตเลยก็ว่าได้ เพราะจะช่วยทำให้กระบวนการผลิตช็อกโกแลตมีคุณภาพมากขึ้น ใช้เวลาสั้นลง ลดต้นทุนการผลิตได้มาก จนถึงขั้นที่ว่าผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ก็สามารถรังสรรค์ช็อกโกแลตดีๆ เทียบชั้นแบรนด์หรูๆ ก็เป็นได้ และแน่นอนว่าเมื่อต้นทุนน้อยลง ผู้บริโภคอย่างเราก็จะได้บริโภคช็อกโกแลตแบบมาตรฐานใหม่ในราคาที่ถูกลงตามไปด้วยนั่นเอง
อ้างอิงข้อมูลจาก:
Canadian Light Source: Sweet results: Using science to make the best chocolate yet | https://bit.ly/3M8ypbO
Nature: Tempering of cocoa butter and chocolate using minor lipidic components | https://go.nature.com/3wh1Wt8
#ช็อกโกแลต #ซินโครตรอน #สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน

31/03/2022

Tempering is the secret to making glossy chocolate with a good snap. How do you temper chocolate in your own kitchen, and what is the science underlying all ...

การทำช็อคโกแลต นำเมล็ดโกโก้ตากแห้งมาคั่ว แล้วแกะเปลือกเมล็ดออก จะได้ตามรูปแรก จากนั้นนำมาบดหยาบ แล้วนำไปโม่ในเครื่อง สุด...
04/09/2021

การทำช็อคโกแลต นำเมล็ดโกโก้ตากแห้งมาคั่ว แล้วแกะเปลือกเมล็ดออก จะได้ตามรูปแรก จากนั้นนำมาบดหยาบ แล้วนำไปโม่ในเครื่อง สุดท้ายก็นำโกโก้แมสที่ได้มาทำเทมเพอริ่งแล้วกรอกลงโมลด์เป็นช็อคโกแลตบาร์

ที่อยู่

Chiang Mai
50290

เบอร์โทรศัพท์

+66965549695

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Magnae - Organic Cocoaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์