28/08/2018
น่าคิด
#รู้ไหมว่าตอนนี้เจ้าสัวธนินท์และCPกำลังคิดอะไรอยู่!?
เพจแนวคิดพันล้านได้อ่านข่าวการให้สัมภาษณ์ล่าสุด ของคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ซึ่งให้สัมภาษณ์ระหว่างการเดินทางไปเยือนประเทศจีน
เนื้อหาดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นไทยด้วยในหลายประเด็น
ทางผมเลยขอสรุปเนื้อหาที่ให้สัมภาษณ์ไว้ แยกออกมาเป็น 4 ประเด็น อยากให้ลองได้อ่านดูครับ...
1. เรื่องเกษตรกรรมและการทำนา
- เจ้าสัวธนินท์บอกว่า เมืองไทยควรลดพื้นที่การปลูกข้าว ที่ปัจจุบันมีกว่า 105 ล้านไร่ทั่วประเทศ
- ข้าวมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะถ้าจีนและอินเดียบริโภคน้อยลง หรือประเทศนั้นส่งออกมากขึ้น ไทยก็จะไปแข่งขันยาก
- ยิ่งช่วงหลังพม่ากำลังกลับมาในตลาดข้าวโลก ยิ่งลดโอกาสการเป็นแชมป์ของข้าวไทยลงไปอีก
- บางพื้นที่อาจจะเหมาะกับการปลูกอย่างอื่นมากกว่า เช่น บางส่วนของภาคกลางเหมาะกับสวนผลไม้
- แต่การทำสวนผลไม้ก็ไม่ได้ให้ผลทันที ตรงจุดนี้จะหาทางชดเชยรายได้เกษตรกรในช่วง 3-5 ปีได้อย่างไร!? คุณธนินท์บอกว่าต้องลองคิดหาวิธี
- เรื่องการทำนาแบบไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ทางซีพีกำลังทดลองอยู่ที่นาในจังหวัดกำแพงเพชร
- โดยการทำในพื้นที่ชลประทาน กั้นคันดิน 1.50 เมตร แล้วลงดินเหนียวที่พื้นแปลงกันน้ำซึมออก ก่อนจะลงดินปกติสำหรับปลูก
- แมลงจะมา 2 ช่วง คือช่วงต้นอ่อนกับช่วงออกดอก
- คุณธนินท์บอกว่าวิธีกำจัดแมลงคือการปล่อยน้ำท่วมนา ปกติแล้วข้าวจะทนจมน้ำได้ 8 ชม. แมลงทนได้ 1-2 ชม. ก็ตายแล้ว จากนั้นจึงค่อยไขน้ำออกจากนา
- นอกจากนี้หากชาวนาไม่อยากทำนา ซีพีพร้อมสวมเช่าที่นา โดยให้ค่าตอบแทนมากกว่าเดิม 10%
- แต่ซีพีจะไม่ลงมือทำโดยตรง โดยจะประสานกับกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ในแต่ละพื้นที่ เพื่อใช้การเกษตรและเทคโนโลยีเพื่อการทำนาในรูปแบบธุรกิจ
2. เรื่องปัญหาของร้านโชว์ห่วยและ 7-Eleven
- เจ้าสัวธนินท์บอกว่าปัจจุบันร้าน 7-Eleven มีประมาณ 11,000 สาขา ในมุมมองของเขาแล้วคงจะขยายไปได้มากที่สุดไม่เกิน 20,000 สาขา
- ขณะที่โชว์ห่วยในประเทศไทยตอนนี้มีอยู่ประมาณ 600,000 ร้าน
- ซีพีมองว่าตอนนี้ร้านโชว์ห่วยเยอะเกินไป เกิดการทับซ้อนและทำให้กำไรแต่ละร้านลดลง ทั่วประเทศควรจะมีประมาณ 200,000 ร้าน
- ซีพีนั้นพร้อมจะช่วยเหลือร้านโชว์ห่วย ด้วยการอบรมเจ้าของร้าน ช่วยจัดร้านให้ดูสะอาดน่าเข้า จัดการเรื่องขนส่ง
- ซีพีมองว่าโชว์ห่วยควรมีของสดขายด้วย ถ้าเจ้าของร้านต้องการทางบริษัทก็พร้อมจะลงตู้แช่ให้ฟรี
- พูดถึงประเด็นร้านโชว์ห่วยที่มากเกินไป ซีพียกตัวอย่างว่าถ้าในชุมชนเล็กๆ มี 3 ร้าน อาจจะต้องลดเหลือ 1 ร้านที่ขายดีที่สุด แต่อีก 2 ร้านจะอยู่อย่างไร ตรงจุดนี้ต้องให้ความช่วยเหลือเรื่องอาชีพของเขาด้วย
- ขณะที่ร้าน 7-Eleven เองก็ต้องปรับตัว อาจจะมีการเพิ่มบริการเดลิเวรีเอง เพราะคนรุ่นใหม่ต้องการแบบนั้น
3. พูดเรื่องร้านอาหาร-ภัตตาคารในเครือซีพี
- ซีพีมีแผนที่จะเปิดร้านอาหารจำนวน 50,000 จุด
- โดยจะเป็นการเปิดผ่านระบบแฟรนไชส์ อบรมให้คนที่อยากเป็นผู้ประกอบการได้นำไปทำร้านอาหารในชุมชนต่างๆ
- วัตถุดิบก็จะเชื่อมโยงกับโชว์ห่วยที่กล่าวไปข้างต้น เป็นการระบายสินค้า สร้างรายได้หมุนเวียนกันในชุมชนเอง
- ร้านจะต้องมีความแตกต่าง เช่น บริการเดลิเวรีในพื้นที่ชุมชน รวมถึงการมีพื้นที่นั่งทำงาน นอกจากทานอาหารแล้วคนก็มานั่งพัก มาสั่งกาแฟกินได้
4. เรื่องรถไฟความเร็วสูง และเมืองใหม่ Smart City
- รถไฟความเร็วสูงในไทยนั้น น่าจะเป็นจีนและญี่ปุ่นมาร่วมลงทุนกับพาร์ทเนอร์ไทย ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นเจ้าไหน
- มีการคุยกับฝรั่งเศส และอิตาลีเอาไว้เช่นกัน
- แต่ที่อยากจะได้มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา ในความคิดของเจ้าสัวธนินท์คืออย่างไรไทยก็ทิ้งสหรัฐไม่ได้
- เตรียมงบประมาณหลัก "แสนล้าน" สร้าง Smart City เมืองอัจฉริยะแห่งโลกอนาคต โดยเล็งพื้นที่ 10,000 ไร่ใน จ.ฉะเชิงเทรา
- ที่ต้องเป็นฉะเชิงเทรา เพราะอยู่ไม่ไกลกรุงเทพ แถมสามารถเชื่อมต่อกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้สะดวก
- เมืองใหม่จะมีผู้คนอยู่ประมาณ 300,000 คน เพื่อดึงดูดให้ธุรกิจอยากจะมาลงทุน
- การสร้างเมืองใหม่จะต้องทำใหม่หมด มีการสร้างระบบสาธารณูปโภคและพื้นที่สำคัญต่างๆ เช่น โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย ไว้กลางเมืองเลย
- ผู้คนจะอยู่รายล้อม และเข้ามาในเมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อไม่ให้มีปัญหารถติด
- นอกจากนี้ เมืองใหม่จะต้องมีรถไฟเชื่อมมาถึงสถานีมักกะสัน ให้คนเข้ามายังกรุงเทพได้อย่างสะดวก
- นำเสนอแนวคิด ถนน 3 ชั้น คือชั้นบนสุดเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่คนเดิน ชั้นกลางเป็นถนนคู่กับรางรถไฟ ส่วนชั้นล่างเป็นส่วนของท่อระบายน้ำ ท่อไฟฟ้า-น้ำประปา
- เบื้องต้นวางแผนสร้าง Smart City ใน 3 แห่งคือ ฉะเชิงเทรา พัทยา และระยอง
- อนาคตหวังจะสร้างเมืองรูปแบบนี้ 20 เมืองทั่วประเทศ รวมแล้วรองรับประชากรได้ 6,000,000 คน
- ซีพีจะไม่ลงทุนในส่วนของเมืองพวกนี้คนเดียว แต่จะชวนนักธุรกิจไทยและต่างชาติ ที่มีแนวคิดคล้ายกันมาร่วมลงทุนสร้าง เพื่อเป็นแบบอย่างให้รัฐบาล
และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ผมลองสรุปออกมา จากแนวคิดของคนที่ถูกจัดอันดับว่ารวยที่สุดในประเทศไทย ด้วยทรัพย์สิน 460,000 ล้านบาท
แฟนเพจแนวคิดพันล้านที่ได้อ่านแนวคิดเหล่านี้ มีความเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยกับเรื่องต่างๆ อย่างไร
หรือมีสิ่งใดที่อยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติม ก็สามารถคอมเม้นต์คุยกันได้เลยนะครับ
ยินดีที่จะได้พูดคุยในประเด็นนี้กับทุกๆ คนครับ...
----------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ ใครที่ชอบก็สามารถติดตามอ่านความรู้ในด้านการลงทุน การตลาด ธุรกิจ และข่าวสารต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.BillionaireTH.com อัพเดททุกวันก่อนที่จะนำมาลงเพจครับ
ที่มา:
www.smartsme.co.th/content/96182
www.matichon.co.th/economy/news_1104571
www.sanook.com/money/592465/