GURU Supermarket JapaneseNougatHomemade (ตังเมญี่ปุ่น) ทำตามออเดอร์ ?

Pre - Order ขนมสุดฮิต “Japanese Nougat” 日本のヌガー
- เป็นขนม Homemade
- วัตถุดิบเกรดพรีเมียม จากต่างประเทศ
- ไม่มีไขมันทรานส์
- ไม่ใช้มาการีน
- ไร้สารกันบูด

ประกาศ 📢📢📢 โปรโมชั่นส่งท้ายปีเก่า ขนมนูกัต (ตังเมญี่ปุ่น) # #กล่องขนาดไซค์ L ซื้อ 1 แถม 1 !!!! เฉพาะ 10 ท่านแรกทัก Inbox...
20/12/2022

ประกาศ 📢📢📢 โปรโมชั่นส่งท้ายปีเก่า ขนมนูกัต (ตังเมญี่ปุ่น)
# #กล่องขนาดไซค์ L ซื้อ 1 แถม 1 !!!! เฉพาะ 10 ท่านแรกทัก Inbox แม่ค้าได้เลยค่าาา 😍🥰 ช้าหมดอดน๊าาา

ยังมีโปรสุดคุ้มอยู่นะคะ ใครอยากลองขนมนูกัต ทักแชทได้เลยยยยย ♥️
10/05/2022

ยังมีโปรสุดคุ้มอยู่นะคะ ใครอยากลองขนมนูกัต ทักแชทได้เลยยยยย ♥️

14/04/2022

สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ
แม่ค้าปิดร้าน 14-20 ค่ะ
ดูแลรักษาสุขภาพด้วยน๊าา

GURU ขอแนะนำ🍭แครนเบอรี่หนึ่งในรสขนมนูกัตที่ขายดี ของทางร้าน !!!! แครนเบอร์รี่ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ...
26/03/2022

GURU ขอแนะนำ🍭แครนเบอรี่หนึ่งในรสขนมนูกัตที่ขายดี ของทางร้าน !!!!

แครนเบอร์รี่ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ บรรเทาอาการไข้หวัด รักษาโรคติดเชื้อบางชนิด และยับยั้งการติดเชื้อเอชไพโลไร
(H. Pylori) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดแผลในกระเพาะอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหาร

แครนเบอร์รี่เป็นแหล่งวิตามิน และเกลือแร่หลากชนิด ทั้งวิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค แมงกานีส และทองแดง ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังอุดมไปด้วยสารชีวภาพหลายชนิดที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ เช่น เควอซิทิน (Quercetin) พีโอนิดิน (Peonidin) ไมริซิทิน (Myricetin) กรดเออร์โซลิก (Ursolic Acid) และโปรแอนโทไซยานิดิน ชนิดเอ (A-type Proanthocyanidins) นอกจากนี้ แครนเบอร์รี่ยังมีกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการบวม ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด และช่วยต้านเซลล์มะเร็ง

おはようございます お店は開いています 🥰สวัสดีค่ะ เปิดร้านแล้วน๊าาาา สนใจสั่งซื้อทัก Inbox แม่ค้าได้เลยค่ะ 🙏🏻❤️
22/03/2022

おはようございます お店は開いています 🥰

สวัสดีค่ะ เปิดร้านแล้วน๊าาาา สนใจสั่งซื้อทัก Inbox แม่ค้าได้เลยค่ะ 🙏🏻❤️

มีลูกค้าหลายท่านสอบถามเข้ามาค่ะ 🥰 วันนี้ GURU จึงขอแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับโฮจิฉะ (ほうじ茶) ซึ่งเป็นรสชาดขนมนูกัต ออกใหม่ที่...
20/03/2022

มีลูกค้าหลายท่านสอบถามเข้ามาค่ะ 🥰 วันนี้ GURU จึงขอแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับโฮจิฉะ (ほうじ茶) ซึ่งเป็นรสชาดขนมนูกัต ออกใหม่ที่น่าลิ้มลอง และแม่ค้าคัดสรรวัตถุดิบ โดยเลือกใช้ใบชาโฮจิฉะเกรดพรีเมียมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นค่ะ 🌟

#โฮจิฉะคืออะไร (ほうじ茶) ??
โฮจิฉะมีสีน้ำตาลอมแดง และรสชาดหวานหอมรมควัน รสชาดมักจะถูกเปรียบเทียบกับคาราเมล ชาร์โคล หรือถั่วคั่ว เสน่ห์ของชานี้ก็คือการผ่านการคั่วซึ่งทำให้ความฝาด และความขมลดลงไป กลายเป็นรสชาดชาที่หอม ละมุน เป็นเอกลักษณ์ที่ลงตัว

#การผลิตโฮจิฉะ !!!
การผลิตเริ่มต้นด้วยการคัดเลือกใบชา ก้าน และกิ่งไม้ที่เหลือหลังจากการเก็บเกี่ยวใบชาสองครั้ง ซึ่งหมายความว่าโฮจิฉะมักผลิตด้วยบันฉะ (ใบชาหยาบที่แก่แล้ว) และคูคิฉะ (ก้านและกิ่งไม้) วัตถุดิบเหล่านี้จึงถูกนำไปนึ่ง ตากแห้ง และคั่วในหม้อดินเผาด้วยอุณหภูมิสูงถึงประมาณ 200 องศาเซลเซียส สุดท้ายก็ผ่านกระบวนการทำความเย็นอีกครั้ง

การคั่วเป็นเอกลักษณ์ของโฮจิฉะ ซึ่งภาษาญี่ปุ่น “โฮจิ” แปลว่าคั่ว และ “ฉะ” แปลว่าชา นั่นเองค่ะ 😁😁😁

GURU ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ทายถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 🎁 งวดประจำวันวันที่ 16 มีนาคม 2565 ด้วยนะคะ 🎊🎉🌟1. คุณ LearnStudy ...
16/03/2022

GURU ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ทายถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 🎁 งวดประจำวันวันที่ 16 มีนาคม 2565 ด้วยนะคะ 🎊🎉🌟

1. คุณ LearnStudy Favorite Book (Set box L)
2. คุณ แม่น้องใหม่ กัญญาพัชร (Set box M)

#แม่ค้าจะจัดส่งของรางวัลให้ฟรีถึงหน้าบ้านเลยค่ะ🚚
#ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาร่วมสนุกกันน๊าาาา ♥️

กิจกรรมร่วมสนุกทายเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวดวันที่ 16 มี.ค.65 🎁 #ลุ้นรับฟรี 3 รางวัล!!! - ขนมนูกัตญี่ปุ่นคละรส Size L สำหรับผ...
14/03/2022

กิจกรรมร่วมสนุกทายเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวดวันที่ 16 มี.ค.65 🎁

#ลุ้นรับฟรี 3 รางวัล!!!
- ขนมนูกัตญี่ปุ่นคละรส Size L สำหรับผู้ที่ทายถูก เป็นคนที่1
- ขนมนูกัตญี่ปุ่นคละรส Size M สำหรับผู้ที่ทายถูกเป็นคนที่2
- ขนมนูกัตญี่ปุ่นคละรส Size S สำหรับผู้ที่ทายถูก เป็นคนที่3
ตามลำดับ
#แม่ค้าจัดส่งให้ฟรีถึงหน้าบ้าน ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมน๊าาา
#ร่วมสนุกตั้งแต่วันนี้ - 16 มี.ค.65 เวลา 14.00 น.

วิธีการร่วมสนุก 🎁
1. กด Like หน้าเพจ GURU Supermarket
https://www.facebook.com/JapaneseNougatHomemade/
2. กด Share แชร์โพสต์นี้ + ตั้งค่าเป็นสาธารณะ (public)
3. แคปหน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงตัวเข้ารับรางวัล ^^

***หมายเหตุ : คอมเม้นท์ทายผลได้คนละ 1 ครั้ง หากท่านใดได้รับรางวัลแม่ค้าจะทักไปในข้อความส่วนตัว และการตัดสินจากร้านค้าถือว่าเป็นที่สิ้นสุดน๊าาา***

#มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะคะ 🥰

รับแมวไปเลี้ยงสักตัวมั้ยคะ 😻 #ขอบคุณออเดอร์จากลูกค้าที่น่ารัก ❤️🥰
13/03/2022

รับแมวไปเลี้ยงสักตัวมั้ยคะ 😻
#ขอบคุณออเดอร์จากลูกค้าที่น่ารัก ❤️🥰

ชอบขนม🍭แต่กลัวอ้วน มาทางนี้ 💗💕มาเอาใจสายสุขภาพ สไตล์ละมุนๆกับ “ขนมนูกัต หรือตังเมญี่ปุ่น 日本のヌガー” 💗ขนมนูกัตสูตรญี่ปุ่น 14...
12/03/2022

ชอบขนม🍭แต่กลัวอ้วน มาทางนี้ 💗💕
มาเอาใจสายสุขภาพ สไตล์ละมุนๆกับ “ขนมนูกัต หรือตังเมญี่ปุ่น 日本のヌガー” 💗

ขนมนูกัตสูตรญี่ปุ่น 14 รสไม่ซ้ำ (เจ้าแรกเจ้าเดียวในไทยที่มีรสชาดหลากหลาย) แม่ค้าทำเอง ใส่ใจทุกขั้นตอนการทำ ❤️ จากร้าน GURU Supermarket

#สูตรต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น รสสัมผัสนุ่ม ละมุน หนึบหนับ หอม อร่อยลงตัว ท๊อปด้วยถั่วคอกเทลต่างๆ มีประโยชน์ มีโปรตีนและไขมันดี หาทานยาก ✈️ ไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่น สามารถทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะทานเองหรือซื้อเป็นของขวัญรับรองถูกใจผู้รับแน่นอน 🎁

✅ เป็นขนม Homemade ทำตามออเดอร์
✅ ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ เกรดพรีเมี่ยม
✅ ไม่มีไขมันทรานส์
✅ ไม่มีคอเลสเตอรอล
✅ ไร้สารกันบูด
✅ สูตร Low carb / ไม่เติมน้ำตาลทราย

***โปรแรงแซงทางโค้ง !!!!📌 ลดราคาจัดหนักจัดเต็ม เฉพาะเดือนมีนาคม
- ไซส์ S แบบถุงน่ารักๆ ราคา 139.- บาท
- ไซส์ M แบบกล่อง กำลังฟิน ราคา 179.- บาท
- ไซส์ L แบบกล่อง จุใจสหายนูกัต ราคา 209.- บาท
#สั่งรวมรส คละรส แจ้งแม่ค้าได้เลยค่ะ 😁

**ค่าจัดส่ง 30 บาท/ออเดอร์
ซื้อ 3 เซตขึ้นไปจัดส่งฟรีค่ะ 🚚

🔸 สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ 💬
Line: https://line.me/ti/p/vszypbJpzQ

Shopee:
https://shopee.co.th/product/197307971/10687454549

Facebook: GURU Supermarket
https://www.facebook.com/JapaneseNougatHomemade

Call: 098-3397992 💭
——————————————————————
#เบเกอรี่ #เบเกอรี่โฮมเมด #ของฝาก #ของขวัญ #ขนมญี่ปุ่น #ขนมฝรั่งเศส #เบเกอรี่ฝรั่งเศส #อร่อยบอกต่อ #นูกัต #ตังเม #ตังเมญี่ปุ่น #ตังเมไต้หวัน #ตังเมฝรั่งเศส #ขนมหวานลดพิเศษ #ขนมเค้ก #เค้ก #เค้กตังเม #ธัญพืช #ลูกอมหนึบ🐮🐮🐮
#รสนม #รสนมบิสกิต #รสงาดำ #รสช๊อคโกแลต #รสชาเขียวมัทฉะ #รสมัทฉะแครนเบอร์รี่ #รสสตรอว์เบอร์รี่ #รสแครนเบอร์รี่ #รสมิกซ์เบอร์รี่ #รสนมสดโอริโอ้ #รสช๊อคโก้โอริโอ้ #รสมัทฉะโอริโอ้
——————————————————————

วันนี้ GURU จะมาเล่า****น้ำตาล ภัยร้ายที่มาพร้อมความหวาน วิธีการรับประทาน โรคที่มาพร้อมกับความหวาน ยาวหน่อยแต่มีประโยชน์...
09/03/2022

วันนี้ GURU จะมาเล่า****
น้ำตาล ภัยร้ายที่มาพร้อมความหวาน วิธีการรับประทาน โรคที่มาพร้อมกับความหวาน ยาวหน่อยแต่มีประโยชน์ แน่นอนค่ะ
******************
น้ำตาล จัดเป็นคาร์โบไฮเดรตประเภทหนึ่งที่แม้ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่หากบริโภคในปริมาณมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า คนทุกเพศทุกวัยจึงควรลดการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเอง

น้ำตาลแบบไหนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ?

น้ำตาลเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรต โดยปกติจะพบน้ำตาลได้ในอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เป็นต้น ซึ่งอาหารดังกล่าวล้วนประกอบไปด้วยสารอาหารอื่น ๆ ที่สำคัญต่อร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุ วิตามิน โปรตีน เส้นใยอาหาร หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้น การบริโภคน้ำตาลตามธรรมชาติที่มีอยู่ในอาหารแบบไม่ผ่านกรรมวิธีการผลิตจึงมักไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตหลายรายในปัจจุบันมักเติมน้ำตาลลงในอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนม เพื่อปรุงแต่งรสชาติให้หวานถูกปากผู้บริโภค โดยน้ำตาลที่ใช้ในการประกอบอาหารโดยทั่วไป คือ น้ำตาลซูโครสหรือน้ำตาลทราย ในประเทศไทยสามารถผลิตน้ำตาลชนิดนี้ได้จากการแปรรูปอ้อย ซึ่งหากกินเข้าไปในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

ปริมาณน้ำตาลที่ควรบริโภคต่อวัน

น้ำตาลที่มากเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) จึงแนะนำให้ผู้ใหญ่และเด็กบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม/วัน

อย่างไรก็ตาม บางคนกลับบริโภคน้ำตาลเกินมาตรฐานของกรมอนามัยโลกไปมาก โดยอาจบริโภคสูงสุดถึง 20 ช้อนชา/วัน คนวัยทำงานเป็นคนกลุ่มหลักที่บริโภคน้ำตาลในปริมาณมาก เพราะมีศักยภาพในการใช้จ่ายด้วยตนเอง และลักษณะการทำงานในปัจจุบันยังเอื้อต่อการกินอาหารและเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลเข้าไป ซึ่งเครื่องดื่มและน้ำผลไม้เติมน้ำตาลอย่างน้ำอัดลม น้ำหวาน กาแฟ หรือชานมไข่มุก ถือเป็นแหล่งที่มาของน้ำตาลในอันดับต้น ๆ โดยปริมาณน้ำตาลที่ใช้กับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มนั้น นับว่าสูงที่สุดในบรรดาน้ำตาลที่ถูกบริโภคทางอ้อม

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำตาลโดยประมาณในเครื่องดื่มที่คนทั่วไปนิยมบริโภค มีดังนี้

ชาเขียว 500 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 14.5 ช้อนชา
กาแฟสด 475 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 10.5 ช้อนชา
น้ำอัดลม 450 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 10.75 ช้อนชา
นมเปรี้ยว 400 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 19 ช้อนชา
ชานมไข่มุก 350 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 11.25 ช้อนชา
น้ำผลไม้ 200 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 6.25 ช้อนชา
น้ำตาลอันตรายต่อสุขภาพอย่างไร ?

การบริโภคน้ำตาลที่ถูกเติมในอาหารหรือเครื่องดื่มมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ ดังนี้

น้ำหนักเพิ่ม

หลังบริโภคน้ำตาลในปริมาณสูง ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลที่ได้รับมากเกินความต้องการไปสะสมกลายเป็นไขมัน ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจนเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน นอกจากนั้น น้ำตาลฟรุกโตสที่มักถูกนำไปเติมในเครื่องดื่มอย่างน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้ อาจไปยับยั้งการตอบสนองต่อฮอร์โมนเลปตินภายในร่างกาย ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยควบคุมความรู้สึกหิวและทำให้รู้สึกอิ่ม ดังนั้น การบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลฟรุคโตสจึงอาจทำให้รู้สึกหิวบ่อยกว่าปกติและนำไปสู่การกินในปริมาณที่มากขึ้นได้ และยังมีงานวิจัยที่พบว่าการบริโภคเครื่องดื่มเติมน้ำตาลทำให้เกิดการสะสมของไขมันในช่องท้อง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจอีกด้วย

ระดับพลังงานแปรปรวน

หลังจากกินของหวาน ๆ คนเรามักรู้สึกกระฉับกระเฉงมากกว่าปกติ นั่นเป็นเพราะการบริโภคน้ำตาลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและปริมาณฮอร์โมนอินซูลินในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ระดับพลังงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกดังกล่าวมักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เพราะหลังจากนั้นระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยระดับน้ำตาลที่ผันผวนนี้อาจทำให้ระดับพลังงานของร่างกายแปรปรวน และส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลียตามมา

เสี่ยงเกิดสิว

การกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ฮอร์โมนแอนโดรเจนถูกหลั่งออกมามากขึ้น ผิวหนังผลิตน้ำมันมากขึ้น และเสี่ยงเกิดการอักเสบมากขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่อาจก่อให้เกิดสิวได้ โดยมีงานทดลองในกลุ่มวันรุ่น 2,300 รายที่พบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มเติมน้ำตาลเป็นประจำมีแนวโน้มเสี่ยงเป็นสิวมากขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์

หน้าแก่ก่อนวัย

ริ้วรอยเป็นสัญญาณของความชรา ซึ่งอาหารหรือเครื่องดื่มเติมน้ำตาลอาจก่อให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ เพราะการกินอาหารประเภทนี้ปริมาณมากเป็นประจำทำให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เมื่อโมลกุลของน้ำตาลเข้าไปจับกับโปรตีนจะก่อให้เกิดสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า AGEs (Advanced Glycation End-Products) ซึ่งสามารถทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ส่งผลให้ผิวหนังหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย และจุดด่างดำตามมาได้

เซลล์อาจเสื่อมสภาพ

เทโลเมียร์เป็นโครงสร้างส่วนปลายสุดของโครโมโซมที่คอยป้องกันการเสื่อมสภาพของโครโมโซม โดยทั่วไปเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น เทโลเมียร์จะหดสั้นลงเรื่อย ๆ ส่งผลให้เซลล์เสื่อมสภาพและไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทั้งนี้ การกินน้ำตาลปริมาณมากเป็นประจำอาจทำให้เทโลเมียร์หดสั้นลงเร็วขึ้น เซลล์ในร่างกายจึงอาจเสื่อมสภาพก่อนถึงเวลาอันเหมาะสม

เสี่ยงโรคซึมเศร้า

นักวิจัยเชื่อว่าภาวะน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ ระดับสารสื่อประสาทในสมองที่ผิดปกติ และการอักเสบตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต โดยมีงานค้นคว้าที่พบว่าผู้ชายที่บริโภคน้ำตาล 67 กรัม/วันหรือมากกว่านั้น มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าผู้ชายที่บริโภคน้ำตาลน้อยกว่า 40 กรัม/วันถึง 23 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับอีกงานวิจัยหนึ่งที่ทดลองในผู้หญิง 69,000 คนแล้วพบว่า ผู้หญิงที่บริโภคน้ำตาลปริมาณมากที่สุดมีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าผู้หญิงที่บริโภคน้ำตาลปริมาณน้อยที่สุดอย่างเห็นได้ชัด

เสี่ยงโรคเบาหวาน

นอกจากการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนที่เป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคเบาหวานตามมาได้แล้ว หากกินน้ำตาลมาก ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินด้วย ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล เมื่อผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นก็จะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากกว่าปกติ โดยมีงานวิจัยหนึ่งพบว่าการบริโภคน้ำตาลทุก ๆ 150 แคลอรี่ อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานสูงขึ้นถึง 1.1 เปอร์เซ็นต์

เสี่ยงโรคหัวใจ

มีงานวิจัยพบว่าการกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงอาจก่อให้เกิดโรคอ้วน ภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนั้น การบริโภคน้ำตาลปริมาณมาก โดยเฉพาะจากเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล อาจทำให้เกิดโรคอันตรายอย่างโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้ ซึ่งโรคนี้เกิดจากการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ส่งผลให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ

เสี่ยงไขมันพอกตับ

น้ำตาลฟรุกโตสเป็นน้ำตาลที่ผู้ผลิตมักเติมลงไปในเครื่องดื่ม ซึ่งแตกต่างจากน้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลชนิดอื่น ๆ เพราะฟรุกโตสไม่ให้พลังงานแก่กล้ามเนื้อและสมอง แต่จะถูกลำเลียงไปยังตับเพื่อย่อยสลาย ซึ่งฟรุกโตสส่วนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน แต่อีกส่วนหนึ่งจะสะสมเป็นไกลโคเจนหรือไขมันพอกอยู่ที่ตับ หากมีการสะสมดังกล่าวในปริมาณมากก็อาจก่อให้เกิดโรคไขมันพอกตับได้เช่นกัน

เสี่ยงมะเร็ง

การกินอาหารและเครื่องดื่มเติมน้ำตาลอาจก่อให้เกิดโรคอ้วน ภาวะดื้ออินซูลิน และการอักเสบตามอวัยต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งปัญหาสุขภาพดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเซลล์มะเร็งได้ โดยมีงานวิจัยหนึ่งศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างการบริโภคน้ำตาลกับการเกิดโรคมะเร็งในกลุ่มตัวอย่าง 430,000 ราย พบว่าการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งเยื่อหุ้มปอด และมะเร็งลำไส้เล็ก ซึ่งสอดคล้องกับอีกงานวิจัยหนึ่งที่พบว่าผู้หญิงที่กินขนมปังหวานและคุกกี้มากกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์ เสี่ยงเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกมากกว่าผู้หญิงที่กินอาหารเหล่านี้น้อยกว่า 0.5 ครั้ง/สัปดาห์ ถึง 1.42 เท่า อย่างไรก็ตาม งานค้นคว้าในประเด็นนี้ยังมีอยู่ค่อนข้างน้อย จึงจำเป็นต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อไป เพื่อยืนยันให้ชัดเจนว่าการบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากนั้นมีส่วนก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งจริง

นอกจากปัญหาสุขภาพข้างต้น การบริโภคน้ำตาลปริมาณมากเป็นประจำอาจไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยอื่น ๆ ด้วย เช่น โรคไต โรคเก๊าท์ โรคเหงือกและฟัน สมองเสื่อม เป็นต้น

ควบคุมปริมาณการกินน้ำตาลได้อย่างไร ?

โดยทั่วไป ผู้ใหญ่และเด็กไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา/วัน หากต้องการลดปริมาณการบริโภคน้ำตาล สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำง่าย ๆ เพียงไม่กี่ข้อ ดังต่อไปนี้

หันมาดื่มน้ำเปล่าหรือโซดาเปล่าแทนน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้
กินผลไม้สดแทนการดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำผลไม้ปั่นที่เติมน้ำตาลหรือสารให้ความหวานสังเคราะห์
ดื่มกาแฟดำ หรือหากต้องการความหวาน อาจใช้สารทดแทนความหวานแทนน้ำตาล
เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาลและสารปรุงแต่งรสหรือกลิ่นสังเคราะห์ โดยอาจกินคู่กับผลไม้สดหรือผลไม้แช่แข็ง
ใช้น้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชูเป็นน้ำสลัดแทนน้ำสลัดที่มักใส่น้ำตาล
เลือกใช้ซอสปรุงรสหรือครีมปรุงแต่งอาหาร อย่างซอสมะเขือเทศ ซอสพริก หรือเนยถั่วที่ไม่เติมน้ำตาล
หลีกเลี่ยงขนมหวาน หันมากินของว่างที่ดีต่อสุขภาพและไม่เติมน้ำตาลแทน เช่น ของว่างที่ทำจากถั่วหรือเมล็ดพืช ถั่วอบที่ไม่เติมน้ำตาลหรือเกลือ และดาร์กช็อกโกแลต เป็นต้น แต่ควรกินแต่พอดีในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เลือกกินซีเรียล ธัญพืชอาหารเช้า และกราโนล่าที่ผสมน้ำตาลไม่เกิน 4 กรัม/หน่วยบริโภค
อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้งก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารทุกชนิด โดยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลเกิน 15 กรัมหรือ 3 ช้อนชา
กรณีที่หลีกเลี่ยงการกินขนมหวานไม่ได้ ให้กินของหวานควบคู่กับธัญพืชที่มีเส้นใยอาหารสูง เช่น กินน้ำแข็งไสหรือหวานเย็นกับลูกเดือย ถั่วแดง ถั่วเขียว ข้าวโพด เป็นต้น เพราะเส้นใยอาหารอาจช่วยชะลอการดูดซึมนํ้าตาลเข้าสู่ร่างกาย ทำให้อิ่มท้องนานขึ้น และช่วยลดความอยากของหวานได้
หลีกเลี่ยงการเติมนํ้าตาลทุกชนิดลงในอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งรวมถึงน้ำเชื่อม น้ำผึ้ง ไซรัป และน้ำตาลที่สกัดจากข้าวโพดด้วย (Corn Syrup)
บ้วนปากหรือแปรงฟันทุกครั้งหลังกินของหวาน เพราะความรู้สึกหวานจากต่อมรับรสภายในช่องปากอาจทำให้เกิดความอยากอาหารและบริโภคน้ำตาลเพิ่มขึ้น อีกทั้งน้ำตาลยังเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดฟันผุอีกด้วย

***วันนี้ GURU นำสาระน่ารู้มาแชร์คะ *** คอเลสเตอรอลในอาหารแต่ละอย่างและข้อแนะนำในการรับประทานอาหาร ปริมาณคอเลสเตอรอลในอา...
08/03/2022

***วันนี้ GURU นำสาระน่ารู้มาแชร์คะ ***

คอเลสเตอรอลในอาหารแต่ละอย่าง
และข้อแนะนำในการรับประทานอาหาร ปริมาณคอเลสเตอรอลในอาหารส่วนรับประทานได้

1.รับประทานอาหารที่มีไขมันหรือน้ำมันน้อย เลือกวิธีการหุงต้มอาหารแบบ ต้ม ตุ๋น นึ่ง อบ ยำ หรือผัดน้ำมันน้อย
2.ควรใช้น้ำมันพืชชนิดกรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fattyacid) ในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง (ในปริมาณวันละ 5-7 ช้อนชา)
3.เน้นการรับประทานเต้าหู้และเนื้อปลา โดยเฉพาะปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาซาบะ ปลาโอ ปลาทูน่า ปลาแซลมอน จะช่วยในการเพิ่มไขมันดีในเลือด (HDL) และลดระดับไขมันไม่ดีในเลือด (LDL Triglyceride)
4.รับประทานผักและผลไม้ไม่หวานจัดเป็นประจำทุกมื้อ และให้หลากหลาย (ผักและผลไม้ไม่ควรน้อยกว่า 400 กรัม/วัน)
5.หลีกเลี่ยงน้ำมันชนิดกรดไขมันอิ่มตัวสูง (saturated fatty acid) เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว กะทิ น้ำมัน หมู ไก่
หลีกเลี่ยง เนื้อสัตว์ติดมัน ติดหนัง และอาหารไขมันสูง เช่น อาหารทอดต่างๆ ข้าวมันไก่ แกงกะทิ ปลาท่องโก๋ กล้วยแขก ข้าวหาหมู ผัดไท หอยทอด ผัดซีอิ้ว
6.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง ปลาหมึก เนื้อสัตว์ติดมันติดหนัง เครื่องในสัตว์ติดมัน ติดหนัง เครื่องในสัตว์
7.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานซ์สูง (Trans fatty acid) เช่น พาย โดนัท ขนมขบเคี้ยว เนยเทียม มาการีน หรือ หนมเบเกอรรี่ต่างๆ
ควบคุมปริมาณการรับประทานอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง และควรรับประทานอาหารมื้อเย็นก่อน 18.00 น (ควบคุมหรือป้องกันภาวะ Triglyceride สูง)
8.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวานหรือมีน้ำตาลสูง เช่น ขนมหวานต่างๆ น้ำหวาน น้ำผลไม้ต่างๆ น้ำอัดลม (ควบคุมหรือป้องกันภาวะ Triglyceride สูง)
9.งดการสูบบุหรี่ แลงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์ทุกชนิด
10.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม (ค่า BMI = 18.05-22.9)

ที่อยู่

ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง
Lamphun
51130

เบอร์โทรศัพท์

+66983397992

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ GURU Supermarketผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง GURU Supermarket:

ทางลัด

แชร์