16/04/2026
ฎีกากลับหลัก การถอนฟ้องไม่ใช่การปลดหนี้
⭐️แต่เดิมศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่เจ้าหนี้ได้ยื่นฟ้องลูกหนี้แล้วต่อมาได้ขอถอนฟ้องไป การถอนฟ้องของโจทก์เป็นการแสดงเจตนาต่อจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ หนี้ของลูกหนี้จึงเป็นอันระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 340 วรรคหนึ่ง (คำพิพากษาฎีกาที่ 1012/2474 และ 1998/2567)
ตามตำรากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยนิติกรรมและหนี้ โดย ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช กล่าวถึงฎีกาที่ 1012/2474 ไว้ว่า การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเจ้าหนี้ได้ปลดหนี้ให้โดยการถอนฟ้องนั้น ว่ากันตามหลักน่าสงสัย เพราะการถอนฟ้องเป็นแต่ความประสงค์จะไม่ดำเนินคดีที่นำมาฟ้อง เขาอาจกลับมาฟ้องใหม่ก็ได้ภายในอายุความ เพียงแต่การถอนฟ้อง ไฉนจะปรับว่าเป็นการปลดหนี้สละสิทธิในหนี้
⭐️ ปัจจุบันศาลฎีกาตัดสินกลับหลักเดิม โดยวินิจฉัยไปตามแนวความเห็นของ ม.ร.ว. เสนีย์ ว่า การถอนฟ้องไม่ใช่การปลดหนี้ เพราะตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 บัญญัติผลของการถอนฟ้องไว้ว่าโจทก์อาจยื่นฟ้องใหม่ได้ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ ดังนั้น การที่โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันร่วมกับจำเลยที่ 5 จึงไม่ใช่การปลดหนี้ให้จำเลยที่ 4 ซึ่งจะมีผลทำให้หนี้ค้ำประกันที่จำเลยที่ 5 เป็นผู้ค้ำประกันร่วมระงับสิ้นไปด้วย ดูฎีกา 2240/2568
ฎ.2240/2568 โจทก์เพียงแต่ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 โดยระบุว่า โจทก์และจำเลยที่ 4 สามารถตกลงกันได้ โจทก์จึงมีความประสงค์ที่จะขออนุญาตถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 176 ประกอบ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 บัญญัติผลการถอนฟ้องว่าโจทก์อาจยื่นฟ้องใหม่ได้ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยอายุความ เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาต่อจำเลยที่ 4 ว่าจะปลดหนี้ให้แก่จำเลยที่ 4 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 340 การที่โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 4 จึงไม่ใช่การปลดหนี้ให้จำเลยที่ 4 ซึ่งจะมีผลทำให้หนี้ค้ำประกันที่จำเลยที่ 5 เป็นผู้ค้ำประกันร่วมระงับสิ้นไปด้วย
ขอให้มีความสุขและสนุกไปกับการเรียนกฎหมายนะครับ