06/08/2025
หากโปรดักต์ดีมีคุณภาพเป็นที่ถูกใจ แถมมีรสชาติถูกปาก สำหรับสินค้าที่อยู่ในกลุ่มอาหารหรือเครื่องดื่ม โอกาสที่จะประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากลูกค้าก็มีมากกว่าครึ่ง
ยิ่งมีการใช้กลยุทธ์การตลาดที่ดี การสร้างการรับรู้ในเรื่องของแบรนด์ รวมถึงการมีช่องทางขายที่สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุม ความสำเร็จที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไปนัก
แต่สำหรับแบรนด์นมเปรี้ยวแลคโตบาซิลลัส หรือคัลเจอร์โยเกิร์ตอย่างยาคูลท์อาจจะอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ไปบ้าง ตรงที่หลังการเข้าตลาดในขวบปีแรกๆ นมเปรี้ยวแบรนด์นี้ก็แทบจะไม่มีการทำการตลาดออกมาเท่าไรนัก แต่ก็ประสบความ สำเร็จเป็นอย่างดีจากตัวสินค้าและระบบการขายตรงถึงมือผู้บริโภค โดยมีสาวยาคูลท์เป็นหัวใจหลักของการสร้างความสำเร็จ
สาวยาคูลท์จึงนับเป็น “Touchpoint” สำคัญในการสื่อสารแบรนด์ที่ทรงพลัง และช่วยบอกเล่าถึงคุณสมบัติเด่นของสินค้าได้อย่างตรงจุด และตรงประเด็นที่สุด
มองย้อนไปในปี 2018 – 2019 ยาคูลท์เคยได้รับรางวัล World Branding Awards ในสาขาผลิตภัณฑ์นมโพรไบโอติก ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ยาคูลท์ โดยนมเปรี้ยวยาคูลท์มีคุณประโยชน์จากจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ชิโรต้า ซึ่งเป็นจุลินทรีย์สายพันธุ์เฉพาะของยาคูลท์เท่านั้น
สำหรับในบ้านเรา เส้นทางการทำตลาดของยาคูลท์นั้นจึงน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว โดยนมเปรี้ยวที่มีจุดขายเรื่องจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสแบรนด์นี้เข้ามาทำตลาดในบ้านเราโดยการดึงเข้ามาของ “ประพันธ์ เหตระกูล” ทายาทรุ่นที่ 2 ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธาน บริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยเริ่มสร้างโรงงานในปี 2512 ก่อนที่จะเริ่มทำตลาดจริงจังอีก 2 ปีต่อมา
ถ้านับถึงวันนี้ ยาคูลท์อยู่ในบ้านเรามากว่าครึ่งศตวรรษ ปัจจุบัน มีผู้บริโภคยาคูลท์มากกว่าวันละ 2.5 ล้านคน โดยมีสาวยาคูลท์กว่า 4,000 คน แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑลครึ่งๆ คือกว่า 2,000 คนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีกกว่า 2,000 คน
ไล่เลียงประวัติจากวิกิพีเดียแล้วจะพบว่า ในประเทศไทยเริ่มระบบสาวยาคูลท์ตั้งแต่พ.ศ. 2514 โดยผู้ที่จะเป็นสาวยาคูลท์ต้องมีอายุตั้งแต่ 19-35 ปี เพราะเป็นวัยที่เหมาะแก่การเรียนรู้งานและมีความรับผิดชอบด้วยใจจริง สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นต้นไป มีใบขับขี่ และไม่จำกัดเพศ
สำหรับในบ้านเรา หากยังพอจำกันได้ นมเปรี้ยวคัลเจอร์โยเกิร์ตแบรนด์นี้มีการทำตลาดอย่างจริงจังแค่ช่วงทศวรรษแรกของการเข้ามาในบ้านเรา โดยมีโฆษณาที่มีประโยคเด็ดคือ “อยากรู้เรื่องยาคูลท์ ให้ถามสาวยาคูลท์” ที่พูดโดยพรีเซ็นเตอร์คนดัง คือคุณชัยรัตน์ คำนวณ ผู้บริหารจากธนาคารกรุงเทพในช่วงเวลานั้น เป็นการสื่อให้เห็นว่า ถ้าอยากรู้เรื่องคุณประโยชน์ของแลคโตบาซิลลัสที่อยู่ในยาคูลท์ ให้ถามสาวยาคูลท์ ซึ่งถือเป็นทัพหน้าในการทำหน้าที่สื่อสารแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง
ไม่เพียงแค่การขาย แต่สาวยาคูลท์ยังทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่นอกจากจะสื่อสารแบรนด์ได้ตรงจุดอย่างเข้าใจแล้ว ยังแทบจะจำหน้าหรือชื่อคนซื้อได้เป็นอย่างดีอีกด้วยจึงรู้ว่าจะสื่อสารกับลูกค้าแต่ละกลุ่มหรือแต่ละคนอย่างไรบ้าง
เรียกได้ว่าเป็นทั้งตัวช่วยในการสื่อสารกับลูกค้าโดยไม่ต้องเสียงบโฆษณาผ่านสื่อ ขณะเดียวยังเป็นตัวช่วยในการทำ CRM ที่สามารถสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
โดยที่ผ่านมา การซื้อยาคูลท์ ผู้บริโภคสามารถซื้อได้ทั้งช่องทางหลักคือสั่งซื้อสินค้าผ่านสาวยาคูลท์โดยตรงแล้ว จากนั้นสาวยาคูลท์จะจัดส่งสินค้าตามจำนวนที่ต้องการให้เป็นประจำ หรือซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป เช่น ร้านขายของชำ ร้านมินิมาร์ท ซึ่งร้านค้าเหล่านี้ก็สั่งซื้อจากสาวยาคูลท์อีกที รวมถึงเริ่มมีการใช้ช่องทางการขายผ่านออนไลน์เข้ามาช่วยในยุคที่ออนไลน์มีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของคนไทย
#ยาคูลท์