18/08/2026
🇹🇭 จาก “ทุเรียนพันธุ์ไหนขายได้?”
สู่ “ตลาดไหนชอบทุเรียนแบบไหน?”
ไทยเริ่มใช้ข้อมูลความชื่นชอบด้านรสชาติ เพื่อวางกลยุทธ์ตลาดทุเรียน
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์นำคณะเอกอัครราชทูตและผู้แทนจาก 13 ประเทศ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้กิจกรรม “Thailand: The Land of Tropical Fruits” เพื่อให้ผู้แทนต่างประเทศได้สัมผัสคุณภาพ รสชาติ และความหลากหลายของผลไม้ไทยจากแหล่งผลิตจริง
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการนำคณะทูตไปยังสวนทุเรียนที่รวบรวมทุเรียนจากภาคใต้มากถึง 43 สายพันธุ์ เพื่อให้คณะทูต ชิม เปรียบเทียบรสชาติ และให้คะแนนความชื่นชอบ โดยกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าจะนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการวางแผนทำตลาดส่งออกให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
ในกิจกรรมดังกล่าว มีการนำทุเรียน 9 สายพันธุ์ มาให้ชิม ได้แก่
* ในวงระนอง
* บางนรา
* พระยารัษฎา
* หมอนทอง
* ไข่มุกเบตง
* ยาวลิ้นจี่
* ทองย้อยฉัตร
* ก้านยาว
* หมอนทองสะเด็ดน้ำ
⸻
📊 ที่น่าสนใจ
ประเด็นสำคัญของกิจกรรมนี้ไม่ได้อยู่เพียงการนำทุเรียนไทยไปประชาสัมพันธ์ แต่คือการทดลองนำ ข้อมูลความชื่นชอบด้านรสชาติ มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการทำตลาด
กระทรวงพาณิชย์ระบุชัดว่า ต้องการให้ตลาดต่างประเทศรู้จักว่าทุเรียนไทยแต่ละสายพันธุ์มี รสชาติและเอกลักษณ์แตกต่างกัน และต้องการนำข้อมูลว่าผู้แทนจากแต่ละประเทศชื่นชอบรสชาติแบบใด ไปประกอบการวางแผนตลาดให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การส่งออกทุเรียนสดของไทยยังพึ่งพาตลาดจีนมากกว่า 90% จึงมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดไปยังยุโรป เอเชียใต้ กลุ่มประเทศ CIS ลาตินอเมริกา และแอฟริกา
⸻
🔎 จาก Product-Centric สู่ Market-Centric
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดที่น่าสนใจ
จากคำถามเดิมว่า
“เรามีทุเรียนอะไร แล้วจะขายที่ไหน?”
ไปสู่คำถามว่า
“ตลาดแต่ละแห่งต้องการทุเรียนที่มีคุณลักษณะแบบไหน แล้วเรามีสายพันธุ์ใดที่ตอบโจทย์ตลาดนั้น?”
หากพัฒนาแนวคิดนี้ต่อเนื่อง การวางตลาดทุเรียนไทยอาจไม่ได้อยู่ในรูปแบบ
พันธุ์ → ตลาด
เพียงอย่างเดียว
แต่สามารถพัฒนาเป็น
ประเทศ → ผู้บริโภค → รสนิยม → สายพันธุ์ → คุณลักษณะ → ราคา
ได้มากขึ้น
นี่สอดคล้องกับแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศว่าจะยกระดับการทำตลาดจากการขายตาม “ขนาด” ไปสู่การสร้าง “อัตลักษณ์” ของแต่ละสายพันธุ์และพื้นที่ รวมถึงใช้ระบบ GI เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่า
⸻
🌏 ความหลากหลายของสายพันธุ์ = โอกาสทางการตลาด?
ประเทศไทยมีความหลากหลายของสายพันธุ์ทุเรียนสูง และแต่ละพื้นที่สามารถมีลักษณะผลและรสชาติที่แตกต่างกัน
หากสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้กับความต้องการของตลาดได้ ความหลากหลายดังกล่าวอาจเปลี่ยนจาก “ความหลากหลายทางพันธุกรรม” ให้กลายเป็น “ความหลากหลายของสินค้า”
ตัวอย่างเชิงแนวคิดคือ
สายพันธุ์
↓
คุณลักษณะ/รสชาติ
↓
กลุ่มผู้บริโภค
↓
ประเทศเป้าหมาย
↓
ระดับราคา
แทนที่จะสื่อสารเพียงว่า
“ทุเรียนไทย”
อาจพัฒนาไปสู่การสื่อสารที่ละเอียดขึ้นว่า
“ทุเรียนสายพันธุ์ใด จากพื้นที่ใด มีคุณลักษณะอย่างไร และเหมาะกับตลาดใด”
⸻
⚠️ ข้อจำกัดที่ต้องระวัง
กิจกรรมครั้งนี้ ยังไม่ควรถูกเรียกว่าเป็น “งานวิจัยตลาด” หรือ “ผลสำรวจผู้บริโภค 13 ประเทศ”
เพราะข้อมูลที่เผยแพร่เป็นข้อมูลจาก คณะทูตและผู้แทนจาก 13 ประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรม ไม่ใช่การสำรวจผู้บริโภคในแต่ละประเทศด้วยกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนประชากร
ดังนั้น ผลการชิมและคะแนนความชื่นชอบครั้งนี้ควรถือเป็น
ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับประกอบการวางกลยุทธ์ตลาด
มากกว่าการสรุปว่า
“ผู้บริโภคประเทศ X ชอบทุเรียนสายพันธุ์ Y”
จนกว่าจะมีการเปิดเผยวิธีเก็บข้อมูล ขนาดกลุ่มตัวอย่าง และผลวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
จุดนี้สำคัญมากหากต้องการนำข้อมูลไปใช้ในเชิงวิชาการหรือเชิงนโยบาย
⸻
🇹🇭 ผลต่ออุตสาหกรรมทุเรียนไทย
หากแนวคิดนี้พัฒนาต่อเป็นระบบข้อมูลตลาดอย่างจริงจัง อาจมีผลต่อการวางแผนตลอดห่วงโซ่
ตลาด
→ ต้องการอะไร?
ผู้ประกอบการ
→ ควรนำเสนอสินค้าแบบไหน?
เกษตรกร
→ ควรผลิตสายพันธุ์ใด?
โรงคัดบรรจุ
→ ควรคัดแยกและจัดกลุ่มสินค้าอย่างไร?
ผู้ส่งออก
→ ควรส่งไปตลาดใด ในช่วงเวลาใด?
นี่จะทำให้การผลิตทุเรียนมีโอกาสขยับจาก Supply-driven ไปสู่ Market-driven Production มากขึ้น
⸻
💡TDA Insight
ความหลากหลายของทุเรียนไทยจะกลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันได้ ก็ต่อเมื่อเราสามารถเปลี่ยน “ความหลากหลาย” ให้กลายเป็น “ความต้องการของตลาด” ได้
การมีทุเรียนหลายสิบสายพันธุ์ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มโดยอัตโนมัติ
สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้ว่า
ตลาดไหน → ชอบอะไร → ต้องการคุณลักษณะแบบไหน → และยอมจ่ายในระดับใด
หากประเทศไทยสามารถพัฒนาฐานข้อมูลที่เชื่อมโยง
Consumer Preference + Variety + Origin + Quality + Price + Market
ได้จริง ความหลากหลายของสายพันธุ์ไทยจะไม่ใช่เพียงเรื่องของความหลากหลายทางการเกษตร แต่สามารถกลายเป็น เครื่องมือสร้างความแตกต่างทางการตลาด
และช่วยให้ไทยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งในระยะยาว
⸻
📚 References
กรมประชาสัมพันธ์. (2569, 10 สิงหาคม). “ศุภจี” นำทูต 13 ประเทศลุยสวนทุเรียนใต้ ชู “Thailand: The Land of Tropical Fruits” ชิม 9 สายพันธุ์ เจาะตลาด–สร้างดีมานด์ใหม่ ต่อยอด Fruit Tourism กระตุ้นบริโภค–เพิ่มยอดค้าผลไม้ไทย. กรมประชาสัมพันธ์
เรียบเรียงและจัดทำโดย : บานชื่น ผกามาศ
#สมาคมทุเรียนไทย #ร่วมแก้ไข #ร่วมพัฒนา #ประสานความร่วมมือ
#โซตัสผลิตภัณฑ์คุณภาพ #ปุ๋ยเขาแก้ว
#บางกอกอินเตอร์อกริเทค #คลังเกษตรอีควิปเม้นท์ #เครือชัยพฤกษ์เกษตรจันทบุรี #เจนวายอินโนครอป #ปุ๋ยคนเขียวมีดีที่แท่ง
่ใจดินเติมเต็มผลผลิต
#กรีนแคล #แท็ปรูท