Enjoy Shop ของใช้ หลากหลายสไตล์ ในราคาจับต้อง?

20/11/2025

ประเภทของสารเคมีมีทั้งหมด 13 ประเภทดังนี้

ประเภท 1 วัตถุระเบิด (Explosive substance)
ประเภท 2A ก๊าซอัด ก๊าซเหลว หรือก๊าซที่ละลายภายใต้ความดัน (Compressed liquefied and dissolved gases)
ประเภท 2B ก๊าซภายใต้ความดันในภาชนะบรรจุขนาดเล็ก (Pressurized small gas containers; aerosol can/aerosol container)
ประเภท 3A ของเหลวไวไฟ (Flammable liquids) คือ ของเหลวที่มีจุดวาบไฟไม่เกิน 60 องศาเซลเซียส
ประเภท 3B ของเหลวไวไฟ (Flammable liquids) คือ ของเหลวที่มีจุดวาบไฟระหว่าง 60 ถึง 93 องศาเซลเซียส
ประเภท 4.1A ของแข็งไวไฟ (Flammable solids) ที่มีคุณสมบัติระเบิด (มีการเจือจางกับสารอื่นเพื่อข่มการคุณสมบัติการระเบิดไว้)
ประเภท 4.1B ของแข็งไวไฟ (Flammable solids) ที่ไม่มีคุณสมบัติระเบิด สามารถติดไฟได้เมื่อเกิดการเสียดสี
ประเภท 4.2 สารที่มีความเสี่ยงต่อการลุกไหม้ได้เอง (Substances liable to spontaneous combustion) ได้แก่ สาร Pyrophoric และ สาร Self-heating
ประเภท 4.3 สารให้ก๊าซไวไฟเมื่อสัมผัสกับน้ำ (Substances which in contact with water emit flammable gases)
ประเภท 5.1A 5.1B 5.1C สารออกซิไดซ์ (Oxidizing substances)
ประเภท 5.2 สารเปอร์ออกไซด์อินทรีย์ (Organic peroxides)
ประเภท 6.1A และ 6.1B สารพิษ (Toxic substances) แบ่งออกเป็น 6.1A คือ สารติดไฟที่มีคุณสมบัติความเป็นพิษ (Combustible toxic substances) และ 6.1B คือ สารไม่ติดไฟที่มีคุณสมบัติเป็นพิษ (Non-combustible toxic substances)
ประเภท 6.2 สารติดเชื้อ (Infectious substances)
ประเภท 7 วัสดุกัมมันตรังสี (Radioactive substances)
ประเภท 8A และ 8B สารกัดกร่อน (Corrosive substances) แบ่งออกเป็น 8A คือสารติดไฟที่มีคุณสมบัติกัดกร่อน และ 8B คือสารที่ไม่ติดไฟที่มีคุณสมบัติกัดกร่อน
ประเภท 9 เป็นวัตถุอันตรายประเภทอื่นๆ
ประเภท 10 ของเหลวติดไฟ (Combustible liquids) คือของเหลวติดไฟที่ไม่ได้จัดอยู่ในประเภท 3A หรือ 3B
ประเภท 11 ของแข็งติดไฟ (Combustible solids) คือของแข็งติดไฟที่ไม่อยู่ในประเภทของแข็งไวไฟ 4.1B
ประเภท 12 ของเหลวไม่ติดไฟ (Non-combustible liquids)
ประเภท 13 ของแข็งไม่ติดไฟ (Non-combustible solids)

22/08/2025
05/08/2025

🌀PPE คือ กุญแจชีวิต

โรงงานโลหะแห่งหนึ่ง เคยมีเหตุสะเก็ดเหล็กกระเด็นใส่ตาพนักงาน เพราะไม่ใส่แว่นนิรภัย เนื่องจาก “คิดว่าแป๊บเดียว”

หลังจากเหตุการณ์นั้น บริษัทเปลี่ยนวิธีสื่อสารจาก
“กฎต้องใส่แว่น” เป็น “ใส่แว่นเพื่อกลับไปมองเห็นครอบครัวได้ทุกวัน”

ผลคือการสวม PPE เพิ่มขึ้นกว่า 95% ภายใน 2 เดือน

PPE ไม่ใช่เพียง “ของที่ต้องใส่ตามกฎ” แต่คือเส้นบาง ๆ ระหว่างการ “เกือบตาย” และ “เกือบไม่ได้กลับบ้าน”

PPE คือ ด่านสุดท้ายในการป้องกันชีวิต เพราะแม้ระบบและมาตรการจะดีแค่ไหน แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด PPE คือสิ่งเดียวที่ปกป้องพนักงานจากความสูญเสีย นี่เห็นผลที่หลายคนไม่ทราบว่าทำไมต้องใส่ PPE

📌วิธีสร้างวินัยในการใช้ PPE

จัดหาให้เหมาะสม:
PPE ต้องได้มาตรฐานและสวมใส่สบาย เพื่อให้พนักงานอยากใช้จริง

ฝึกอบรมการใช้อย่างถูกต้อง:
สอนวิธีเลือก ขนาด การสวม และการบำรุงรักษา

ตรวจสอบสม่ำเสมอ:
หัวหน้างานต้องเช็ค PPE ของทีมทุกวันก่อนเข้าเขตงาน

สร้างพฤติกรรมเชิงบวก:
ให้คำชมและรางวัลกับพนักงานที่สวม PPE ถูกต้อง 100%

ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง:
ผู้บริหารและหัวหน้างานต้องใส่ PPE ครบทุกครั้งเมื่อเข้าเขตงาน เพื่อสร้างมาตรฐานให้ลูกน้องเห็น

#วัฒนธรรมความปลอดภัยเริ่มต้นที่ผู้นำ
#วัฒนธรรมความปลอดภัย

#ผู้นำด้านความปลอดภัย


The Safety Coach
พฤติกรรมความปลอดภัยสร้างได้ BBS

13/07/2025

[ ] ทำครั้งเดียว ขายได้เรื่อยๆ!
สร้างรายได้เสริมจาก Digital Product
ทำงานประจำในไทยก็มีรายได้ 30,000 เหรียญต่อเดือนได้!
Hustle Society อาทิตย์นี้ ทีมงาน aomMONEY ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณแบงค์ ปรียาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย Digital Product บนแพลตฟอร์มระดับโลก และมี Mission ส่วนตัวคือการสอนคนไทย 1 ล้านคนให้มีรายได้จาก platforms ระดับโลกอย่าง Amazon และ Etsy
[ ✨ Digital Product คืออะไร? ]
คุณแบงค์บอกว่าคำว่า Digital Product มีหลากหลายและกว้างมากๆ พูดง่ายๆ ก็คือ “ไฟล์ดิจิทัลทุกชนิด” ที่คนซื้อต้องดาวน์โหลดแล้วนำไปใช้เอง
เช่น
- ภาพไฟล์ JPEG/PNG เอาไปพิมพ์เป็น Wall Art ตกแต่งบ้าน
- ไฟล์ PDF สำหรับทำการ์ดอวยพร
- ไฟล์เสียงหรือวิดีโอก็ยังได้
ซึ่ง Digital Product นี้ คุณแบงค์บอกว่าข้อดีคือ… ทำแค่ครั้งเดียว แต่ขายได้เรื่อยๆ ไม่ต้องสต๊อกสินค้าหรือลงทุนสูง เพราะเป็นสินค้าดิจิตอลที่เมื่อวางขายแล้ว คนมาซื้อก็ดาวน์โหลดซ้ำได้ไม่มีวันหมดสต็อก
โดยโปรดักส์ที่เราถามคุณแบงค์ว่าสำหรับคนที่เริ่มต้นและมีงานประจำด้วย เอาแบบเริ่มต้นง่ายๆ เป็นโปรดักส์ไหนดี คุณแบงค์แนะนำว่า “ให้ลองทำเป็นภาพไฟล์ PNG - PDF ลงขายที่ Esty”
[ 👩‍💻 คนทำงานประจำแบบเราเริ่มต้นยังไงดี? ]
คุณแบงค์แนะนำให้เริ่มจากสิ่งง่ายๆ ที่ใช้ทุนน้อย เช่น
- ออกแบบไฟล์ JPEG หรือ PNG ด้วยการใช้ AI ช่วยสร้างภาพ
ตรงนี้คุณแบงค์แนะนำว่าสามารถ ศึกษาวิธีการทำในทุกช่องทางได้เลย
- ลงขายบนแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น Etsy
คุณแบงค์บอกว่าตลาดขายภาพยังพอมีความต้องการซื้ออยู่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกา-ยุโรปที่พร้อมจ่าย ใน Esty นี้เอง เราก็จะสามารถตั้งราคาเองได้ ไม่ต้องขายถูกเหมือนบางแพลตฟอร์ม
“อีกอย่าง Esty ตอนนี้เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้คนไทยสมัครได้ง่ายและก็มีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนทั่วโลก”
[ 🧠 ต้องเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ก่อนมั้ย? ]
คุณแบงค์บอกว่า เมื่อปี 2017 ตอนเขาเริ่มมาทำ Digital Product เขามีพื้นฐานด้านกราฟิกดีไซน์มาก่อน แต่ปัจจุบัน AI เข้ามาช่วยงานได้เยอะ แค่มีไอเดีย พิมพ์คำสั่งเป็นก็ไม่จำเป็นต้องมีสกิลมาก่อนก็ได้
ยุคนี้สิ่งที่สำคัญกว่า “สกิลดีไซน์” คือ ความคิดสร้างสรรค์ + รู้จักสั่งงาน AI ให้ได้ผลลัพธ์สวยๆ
และอีกสิ่งที่ต้องหมั่นฝึกคือ การเข้าใจตลาด (Market Research) รู้ว่าตอนนี้คนกำลังมองหาสินค้าแบบไหน จะช่วยให้ขายง่ายขึ้นมาก
📊 อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- คอมพิวเตอร์ธรรมดา (ไม่ต้องสเปคสูง) คุณแบงค์บอกว่าเอารุ่นประมาณ 2020 ขึ้นไปก็โอเคแล้ว
- อินเทอร์เน็ต
- สมัครใช้ AI อย่าง ChatGPT (เดือนละ ~700 - 800 บาท)
- สมัคร Canva (เดือนละ ~300 - 400 บาท)
รวมๆ แล้วใช้ต้นทุนหลักพันต้นๆ ก็เพียงพอที่จะเริ่มต้นสร้างอาชีพเสริมด้วยวิธีนี้
[ 💵 รายได้จริงเป็นยังไง? ]
ตอนแรกคุณแบงค์ทำเป็น Side Hustle ควบคู่กับงานหลัก เริ่มทำตอน 2017 แต่ทำไปทำมาลองผิดลองถูก หาตลาดอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเดือนหนึ่งในปี 2019 คุณแบงค์ก็มีรายได้จากการขาย Digital Product สูงสุดแตะ 30,000 ดอลลาร์ต่อเดือน! (ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,000,000 ล้านบาท 🔥)
ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่รายได้ก็คือ
✅ เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ
คุณแบงค์บอกว่า ไม่จำเป็นต้องมีงานจำนวนมากเพื่อจะได้รายได้สูง ผู้คนมักคิดว่าต้องสร้างงานเยอะๆ ถึงจะได้ผลลัพธ์เยอะๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น
สิ่งที่สำคัญก็คือการมุ่งเน้นที่คุณภาพของงานที่ลงขาย และหา Sweet Spot ให้เจอ
✅ การสร้างแบรนด์ - สไตล์ของตัวเอง
คุณแบงค์เสริมว่าการสร้างแบรนด์หรือสไตล์ของตัวเองก็สำคัญ เพราะการขายงานบนแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น Etsy หรืออื่นๆ ทุกคนสามารถรังสรรค์ผลงานได้ แต่สิ่งที่จะทำให้คนมากดซื้อคือ ‘แบรนด์’ ที่แตกต่างจากคนอื่นต่างหาก
คุณแบงค์เล่าว่า ถ้าเริ่มวันนี้ อาจจะต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกนานหน่อย แต่การจะหารายได้จากมันด้วยเป้า 1,000 ดอลลาร์ (~30,000 บาท) ก็ถือเป็นไปได้ และมากพอจะเปลี่ยนชีวิตและเพิ่มความมั่นคงทางการเงินได้แล้ว
[ เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด ]
❌ 1. คิดว่าเป็นทางรวยเร็ว
หลายคนพอได้ยินว่า “ทำครั้งเดียว ขายได้เรื่อยๆ” ก็ตาลุกวาว คิดว่าคืนแรกก็จะขายได้เป็นร้อยไฟล์ แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น
คุณแบงค์เล่าว่า การทำ Digital Product มันก็เหมือนการเริ่มธุรกิจเล็กๆ กว่าจะประสบความสำเร็จในธุรกิจ ไม่ว่าประเภทไหน มันต้องใช้เวลาในการ ฝึกฝนสกิล ทำความเข้าใจตลาด เรียนรู้ระบบของแพลตฟอร์ม ทำให้ตัวเองชำนาญในงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาอย่างจริงจังในการเรียนรู้ อาจจะประมาณ 1-2 เดือนแรก เพื่อจะจับจุดได้ว่าอะไรขายดี อะไรลูกค้าชอบ
คุณแบงค์แนะว่า ให้เปลี่ยนความคิดจาก “เดือนนี้จะได้เงินเท่าไหร่?” เป็น “เดือนนี้จะเรียนรู้อะไรได้บ้าง?”
❌2. ทำเยอะๆก็ขายได้
คุณแบงค์ที่เคยทำรายได้สูงสุดถึงประมาณ 30,000 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (1 ล้านบาทต่อเดือน) ยอดนี้มันไม่ได้มาจากการสร้างงานจำนวนมาก แต่มาจากการโฟกัสไปที่คุณภาพของงานที่ลงขาย และศึกษาความต้องการของตลาดและสร้างแบรนด์
❌3.ทำแบบไหนก็ขายได้
คุณแบงค์ แนะนำว่าคนที่จะเข้ามาทำควรทำความเข้าใจเรื่อง อุปสงค์-อุปทาน (Supply & Demand) ว่าตลาดไหนยังมีช่องว่างให้เราไปเติม เพราะการสร้างงานดิจิทัลควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความต้องการของตลาด (Market Demand) ไม่ใช่แค่การสร้างงานที่เราชอบแต่ตลาดไม่ต้องการ
สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้วิธีการทำ Market Research เพื่อค้นหา "Sweet Spot" ซึ่งหมายถึงจุดที่ตลาดมีความต้องการสูง แต่ยังมีอุปทาน (Supply) ไม่สูงมาก
คุณแบงค์เล่าว่า หากเข้าใจเรื่องอุปทานและทราบว่าควรจะเข้าไปในจุดไหน คุณจะสามารถทำธุรกิจอะไรก็ได้สำเร็จ คุณแบงค์เปรียบเทียบกับการเปิดร้านค้าในห้างสรรพสินค้า หากมีร้านรองเท้าอยู่ 50 ร้าน การเพิ่มร้านที่ 51 อาจไม่ดีเท่าการไปเปิดร้านแว่นตาที่มีเพียง 2 ร้านและร้านของเราดูดีกว่า
[ ❤️ ฝากถึงคนที่กำลังลังเล… ]
“ผมอยากให้ทุกคนเลิกยึดติดว่าต้องหาเงินแค่ในประเทศไทย เพราะแค่รายได้เสริมเดือนละพันเหรียญจากตลาดโลก มันเปลี่ยนชีวิตคุณได้”
– คุณแบงค์ ปรียาพงษ์
ถ้าใครอยากติดตามคุณแบงค์ หรือเรียนรู้ต่อแบบลงลึก คุณแบงค์บอกว่า สามารถตามไปได้ที่เพจ
👉 Bank Preeyapong Official ได้ทั้ง Facebook และ Instagram หรือถ้าใครสนใจเข้าคลาสสอน ไม่อยากไปงมหาข้อมูลทั้งหมดเอง ช่องคุณแบงค์ก็มีคอร์สให้คุณไปเลือกเรียนได้ เช่นเดียวกัน
สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย กนกจันทร์ เรืองวัฒนานนท์ Content Creator, aomMONEY
#รายได้เสริม #อยู่ไทยขายของให้ทั้งโลก

ที่อยู่

Phetchaburi
76130

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 20:00
อังคาร 08:00 - 20:00
พุธ 08:00 - 20:00
พฤหัสบดี 08:00 - 20:00
ศุกร์ 08:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 21:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Enjoy Shopผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์