01/09/2025
30 เรื่องที่ได้เรียนรู้ ในงาน “ YouTube Shopping Thailand “
1. ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา YouTube Shopping ไม่ใช่แค่การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นการเดินหน้าของ Creative Commerce
2. จำนวนชั่วโมงการดูคอนเทนต์เกี่ยวกับ Shopping เติบโตขึ้น 400% เมื่อเทียบกุมภาพันธ์ปีนี้ กับกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว
3. คอนเทนต์ที่ช่วยผู้ชมตัดสินใจซื้อ อย่างรีวิวสินค้า หรือการสอนใช้สินค้า เติบโตเร็วที่สุดบน YouTube ในตอนนี้
4. ตอนนี้ผู้ชมไม่ได้เข้า Youtube มาเพื่อ “ดูอย่างเดียว” แต่เพื่อศึกษาสินค้าที่ตัวเองสนใจแบบจริงจัง
5. สำหรับคนดู ครีเอเตอร์คือ “แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ” และ “พร้อมฟังสิ่งที่ครีเอเตอร์แนะนำ”
—
6. จากงานวิจัย: 91% ของผู้ใช้ YouTube เป็นผู้ใช้งาน YouTube Premium ซึ่งเป็นคนที่มีกำลังจ่ายแน่ สำหรับการช้อปปิ้งสินค้า
7. ความต้องการในการเสพคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับการ Shopping มีอัตราขึ้นเรื่อย ๆ
8. กว่า 1 ใน 3 ครีเอเตอร์ในไทย ใช้ YouTube Shopping เป็นช่องทางรายได้เสริมกันแล้วในตอนนี้!
9. การทำ “Time Stamp + Tag Product” เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ยอดคลิกสินค้าเพิ่มได้ 8 เท่า
10. YouTube ย้ำว่าจะจับมือครีเอเตอร์และเดินหน้าต่อไปเพื่อทำตลาด E - Commerce
—
11. แบรนด์ ต้องการครีเอเตอร์ที่มีความจริงใจ + ความเป็นธรรมชาติ เพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานลูกค้า
12. ครีเอเตอร์ ต้องการเน้นเลือกสินค้า ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนเองและถูกจริตกับผู้ติดตาม
13. การวัดผลความสำเร็จ สำหรับวิดีโอทั่วไป จะเน้นยอดวิว + เอนเกจเมนต์
14. การวัดผลความสำเร็จ สำหรับ YouTube Shopping จะเน้น Traffic + Conversion เป็นหลัก
15. การรักษาความสัมพันธ์กับผู้คนดู คือ การใช้ “ความจริงใจ + ความต่อเนื่อง = ความเชื่อใจ”
—
16. ยุคนี้คนมักจะดู YouTube เป็นเหมือนทีวีออนไลน์ (สำหรับ Long Form)
17. การทำคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์ แบรนด์สามารถเข้ามาสอดแทรกได้แบบเนียน ๆ (จะได้ผลดีมาก)
18. YouTube Shopping Affiliate สามารถกแท็กเพิ่มได้ในวิดีโอเก่า ๆ
19. YouTube Shopping สามารถเป็นสร้างรายได้ได้แน่นอนในระยะยาว
20. กว่า 75% ของผู้ใช้งาน YouTube บอกว่า YouTube ป้ายยาสินค้าหลายอย่างได้เก่งมาก
—
21. กว่า 63% ซื้อสินค้า เพราะเห็นแบรนด์นั้น ๆ ผ่านบน YouTube
22. กว่า 87% เชื่อคำแนะนำจากครีเอเตอร์
23. กว่า 93% มองว่า YouTube มีข้อมูลครบถ้วน สำหรับการดูเพื่อตัดสินใจซื้อสินค้าบางอย่าง
24. กลยุทธ์การแท็ก (Affiliate Tagging) แนะนำว่าให้ติดแท็ก ให้ครบทุกคอนเทนต์ ทั้ง Shorts, Long Form, Fivestream และ Community Post
25. เร็ว ๆ นี้กำลังจะมีระบบ Auto Time Stamp ช่วยจับสินค้าได้แบบอัตโนมัติ
—
26. ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดที่ช่วยขายอีกอย่างคือ Shopping Sticker (Shorts) ซึ่งมีการทดลองใช้แล้ว CTR เพิ่มขึ้น 40%
27. Chrome Extension ของ YouTube Shopping ช่วยให้ครีเอเตอร์เซฟสินค้าไว้แท็กภายหลังได้สะดวกและแม่นยำขึ้น
28. ครีเอเตอร์สามารถใช้ Analytics ตรวจสอบหลังบ้านได้ ว่า “วิดีโอไหนขายดี” และ “สินค้าประเภทไหนโดนใจผู้ชม” เพื่อเอามาพัฒนาคอนเทนต์ต่อ
29. ถ้าวิดีโอไหนสามารถทำยอดขายได้ดี = เป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่คนชอบ
30. ถ้าสินค้าไหนขายดีในวิดิโอนั้น = ประเภทสินค้า และช่วงราคาถูกใจคนดูในช่องของเรา
—
จากทั้งหมด 30 ข้อนี้ เห็นได้ชัดเลยนะคะว่า YouTube ไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มสำหรับดูวิดีโออีกต่อไป แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเครื่องมือสำคัญของทั้งครีเอเตอร์ แบรนด์ และผู้บริโภคเรียบร้อยแล้วในโลกของ E-Commerce เพราะฉะนั้นถ้าอยากสร้างรายได้ในระยะยาว นี่เป็นอีก 1 แพลตฟอร์มที่น่าสนใจแน่นอนค่ะ!
#การตลาดการเตลิด #ครูแอ๊มการตลาดการเตลิด #ครูลูกแอ๊ม