25/01/2022
เด็กวัย 3-5 ปี
อัดแน่นด้วยจินตนาการ เรียนรู้จากการลองผิดลองถูกผ่านการเล่น
พัฒนาการขั้นที่สามของมนุษย์ (วัย 3-5 ปี) ตามทฤษฎีของ Erik Erikson คือ การพัฒนา "ความคิดริเริ่ม (Innitiative)" เด็กวัยนี้เริ่มมีความคิดริเริ่มอยากจะทำอะไรด้วยตนเอง พวกเขาจะพยายามช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด นอกจากนี้จินตนาการจะเข้ามามีส่วนสำคัญในโลกของเด็กวัยนี้เป็นอย่างมาก
พลังวิเศษของเด็กวัยนี้คือ "จินตนาการ"
ทุกอย่างเป็นไปได้ในความคิดของพวกเขา
และพลังเหลือล้นในการเล่นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ด้วยเหตุนี้การเล่นจึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาร่างกาย จิตใจ ความคิด อารมณ์ และสังคมของเด็กวัยนี้เป็นอย่างมาก การเล่นทำให้เด็กๆ สามารถทดลอง ทั้งลองผิดลองถูกตามความคิดของตนเอง และความสนุกที่เกิดจากอิสระทางความคิดได้ปลดปล่อยให้เด็กๆ เล่นอย่างสนุกสนาน การเล่นที่เข้ามามีบทบาทสำคัญของเด็กๆ วัยนี้ ได้แก่
การเล่นโดยใช้ร่างกาย เช่น การปีนป่าย การวิ่งเล่น การกระโดด และอื่นๆ
การเล่นบทบาทสมมติ เช่น การสมมติให้ตัวเองหรือพ่อแม่และคนรอบตัวที่เล่นด้วยเป็นสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ การสมมติให้สิ่งของรอบตัวเป็นอะไรก็ตามในจินตนาการของตน
การเล่นทดลองเพื่อตอบคำถามสิ่งที่เด็กๆ อยากรู้
“เทรนด์ชุดเจ้าหญิงและชุดซุปเปอร์ฮีโร่”
เมื่อเด็กๆ อยู่ในช่วงวัยที่เริ่มเล่นบทบาทสมมติได้ (Pretend Play) พวกเขาจะอินกับชุดฮีโร่ เจ้าหญิง หน้ากากต่างๆ มากเป็นพิเศษ ตู้เสื้อผ้าของเด็กวัยนี้จึงเต็มไปด้วยชุดเหล่านี้หรือบางบ้านอาจจะมีแค่ชุดเดียว เด็กๆ ก็จะใส่แต่ชุดนี้ซ้ำๆ ไม่ว่าจะไปข้างนอก หรือ อยู่บ้านก็ตาม เพราะสำหรับพวกเขาเวลาสวมชุดเหล่านี้ จิตนาการทำเด็กๆ เชื่อสนิทใจว่าพวกเขามีพลังวิเศษราวกับเป็นตัวละครของชุดเหล่านั้น
ปล่อยพวกเขาบ้าง หากลูกอยากแต่งชุดเอลซ่าไปกินข้าวนอกบ้าน
หรืออยากจะใส่ชุดสไปเดอร์แมนไปเล่นที่สวน
เพราะเพียงพริบตาเดียว ความจริงจะเข้ามาเยือนพวกเขาอยู่ดี
ให้เด็กๆ ได้เป็นเด็กอย่างเต็มที่ในเวลาที่พวกเขาเหลืออยู่
**********
[Fixation]
ในทางตรงกันข้าม พ่อแม่ห้ามและสั่งมากกว่าการตั้งคำถามและสอนด้วยเหตุผล หรือ ห้ามไม่ให้ลูกเล่น แต่บังคับหรือคาดหวังลูกเกินวัย เช่น การอ่านให้ออกอย่างคล่องแคล่ว เขียนให้ตรงบรรทัดเป็นระเบียบ และการสอบแข่งขันตั้งแต่ปฐมวัย (เด็กวัย 0-6 ปี)
เด็กๆ จะไม่สามารถพัฒนาความคิดและการรับรู้ว่า “ความคิดของตนเองเป็นที่ยอมรับ” เพราะพ่อแม่มักตำหนิและตัดสินตัวเขาว่า “ถูกหรือผิด” ตลอดเวลา ซึ่งสุดท้ายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในพัฒนาการของเด็กแทนที่จะเป็นความกล้าที่จะคิดริเริ่ม พวกเขาอาจจะพัฒนาความกลัวผิด (Guilt) ขึ้นมาแทน
เด็กๆ ที่กลัวว่า “ตัวเองจะทำอะไรผิด” ตลอดเวลา มักจะไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ หรือ จะมีความวิตกกังวลที่สูง ส่งผลให้พวกเขามักจะรอคอยคำสั่งจากผู้อื่นอยู่เสมอ และที่แย่ไปกว่านั้น คือ เด็กๆ อาจจะไม่สามารถรับรู้ถึงคุณค่าหรือความสามารถของตนเองที่แท้จริง เพราะสิ่งเหล่านี้ถูกลดทอนไปตั้งแต่วันที่ไม่ว่าเขาจะทำอะไร มักจะไม่เคยดีพอในสายตาของพ่อแม่ที่เขารัก
อย่าทำลายมนต์วิเศษของเด็กๆ ด้วยการบังคับให้พวกเขาโตก่อนวัยอันควร
***
ภารกิจที่สำคัญของพ่อแม่และผู้ใหญ่ของเด็กวัย 3-5 ปี คือ “การอนุญาตให้เด็กๆ ได้เล่นอย่างที่เด็กวัยเขาควรได้เล่น และได้ทดลองสิ่งที่เขาอยากรู้ โดยมีพ่อแม่คอยดูแลและสนับสนุน”
หน้าที่หลักของผู้ใหญ่ คือ "การเตรียมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเล่นอิสระของเด็ก" ได้แก่
(1) พื้นที่ที่ปลอดภัย
ปิดรูปลั๊กไฟ ไม่มีของอันตราย หรือ ของที่อยู่สูงเกินเด็กเอื้อมถึง และหากเลอะเทอะแล้วทำความสะอาดในภายหลังได้อย่างง่ายดาย อาจจะใช้การปูผ้ายางกันเปื้อนก่อนจะปล่อยให้เด็กๆ เล่น
(2) วัตถุดิบและอุปกรณ์สำหรับเล่น
ของเล่นต่างๆ ทั้งแบบ Free form และสำเร็จรูป เช่น บล็อกไม้ ตัวต่อพลาสติก ตุ๊กตา รถของเล่น เป็นต้น
วัสดุและวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น หิน ดิน ทราย ไม้ ใบไม้ ดอกไม้ เป็นต้น
(3) อุปกรณ์สำหรับสร้างสรรค์งาน เช่น
กาว กรรไกร สีต่างๆ ทั้งนี้ผู้ใหญ่ควรสอนให้เด็กๆ ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นให้ถูกวิธี ก่อนจะมอบให้พวกเขาไป และในเด็กเล็กต่ำกว่า 6 ปี ผู้ใหญ่ควรให้การดูแลระหว่างที่เด็กๆ ใช้อุปกรณ์เหล่านี้
**********
“การเล่นอิสระ” ไม่ได้เท่ากับ “การปล่อยปละละเลย” เพราะ ก่อนปล่อยเด็กๆ เล่นอิสระ ผู้ใหญ่มีหน้าที่บอกกติกาหรือขอบเขตให้ชัดเจน ได้แก่
ข้อ 1 เราจะไม่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บ
ข้อ 2 เราจะไม่ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ
ข้อ 3 เราจะไม่ทำให้ข้าวของเสียหาย เล่นแล้วเก็บ และทำความสะอาดให้เหมือนเดิม
หากเล่นแล้ว ทำผิดกติกา ผู้ใหญ่มีหน้าที่ย้ำเตือนเรื่องกติกาที่เราตกลงกัน โดยอาจจะตกลงกับเขาไว้ว่า “แม่จะเตือนลูก 2 ครั้ง ถ้าเกิดครั้งที่ 3 แม่จะเข้าใจว่า ลูกไม่พร้อมเล่นสิ่งนี้ เพราะลูกไม่คุมตัวเอง”
***********
สุดท้าย “ผู้ใหญ่ต้องไม่กลัวเด็กเบื่อ”
ผู้ใหญ่หลายคนกลัวว่า การอ่านหนังสือนิทานเล่มเดิมๆ ให้เด็กๆ ฟัง การให้เด็กๆ เล่นของเล่นเดิมๆ หรือ การไม่มีของเล่นใหม่ๆ ให้พวกเขาเล่น จะไม่ดีต่อเด็ก
ในความเป็นจริงแล้ว บ่อยครั้ง “ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์" เกิดขึ้นเมื่อเด็กๆ เบื่อ
ดังนั้น ผู้ใหญ่อย่ากลัวว่าเด็กๆ จะเบื่อ เราอย่าคิดแทนเด็กๆ เพราะอย่าลืมว่าเด็กวัยนี้มีพลังวิเศษที่ชื่อว่า "จินตนาการ" ให้พวกเขาอยู่กับความเบื่อบ้าง เพื่อที่เด็กๆ จะได้ร่ายมนต์สร้างสรรค์โลกของเขาขึ้นมา
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
อ้างอิง
Widick, C, Parker, C A, & Knefelkamp, L (1978) Erik Erikson and psychosocial development New directions for student services, 1978(4), 1-17